'โดรนคนละครึ่งพลัส' โมเดลหนุนค่าใช้โดรนสู่ Smart Farming พร้อมโอกาสฝึกอาชีพ 'นักบินโดรน'

เกษตรกรไทยมีต้นทุนทางการเกษตรสูงและเสี่ยงอันตรายจากการสัมผัสสารเคมีมานาน แต่เมื่อมี 'เทคโนโลยีโดรน' ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการให้ปุ๋ย/พ่นสารเคมีได้ กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงผลักดันโครงการ โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง เพื่อช่วยค่าใช้บริการโดรนให้แก่เกษตรกร สร้างอาชีพนักบินโดรนรายใหม่ และช่วยยกระดับการทำเกษตรสู่เกษตรอัจฉริยะ โดยเริ่มนำร่องตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2568 ถึง 31 ม.ค. 2569 ใน 3 จังหวัดภาคกลาง คือ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และปทุมธานี รวมพื้นที่ 100,000 ไร่

คิกออฟโครงการ 'โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง' อว.ช่วยจ่าย 40 บาทต่อไร่

'โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง' เป็นโครงการสำคัญของกระทรวง อว. ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิต ทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและแรงงานในการทำงาน เช่น การฉีดพ่นสารเคมี, การให้ปุ๋ย, หรือการหว่านเมล็ด ที่สำคัญเป็นการลดการใช้สารเคมีและปุ๋ยเนื่องจากการควบคุมที่แม่นยำ ทำให้สามารถประเมินและจัดการการใช้ได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น ส่งผลให้คุณภาพและปริมาณของผลผลิตเพิ่มขึ้นและสามารถเข้าถึงพื้นที่เพาะปลูกที่ยากลำบาก เช่น พื้นที่ลาดชันหรือมีอุปสรรค

ในวันแถลงข่าวคิกออฟโครงการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลกระจิว (อบต.กระจิว) อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ผู้ช่วย รมต.กระทรวง อว. นายพิษณุ พลธี ที่ปรึกษา รมว.กระทรวง อว. น.ส.พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการ รมว.กระทรวง อว. น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ดร.พันธ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. ผู้บริหารหน่วยงานกระทรวง อว. นายฉลอง ขุนพรหม นายก อบต.กระจิว ผู้บริหารหน่วยงานในพื้นที่ และเกษตรกรในพื้นที่กว่า 300 คนเข้าร่วม นอกจากนี้ ยังมี น.ส.พิมพฤดา ตันจรารักษ์ ส.ส.เขต 3 จังหวัดพระนครศรีอยุธา พรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมด้วย

กระทรวง อว. สำรวจค่าใช้บริการโดรนเพื่อการเกษตรพบว่า ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 70 บาทต่อไร่ ดังนั้น โครงการโดรนคนละครึ่งพลัส สู่สามาร์ทฟาร์มมิ่ง จะให้ 'สิทธิประโยชน์สำหรับเกษตรกร' โดยช่วยสนับสนุนค่าใช้บริการโดรน 40 บาท/ไร่ ให้กับเกษตรกรที่มีที่นารายละไม่เกิน 30 ไร่ และยังสนับสนุนการตรวจวัดคุณภาพดินฟรีให้กับเกษตรกร นี่จึงเป็นที่มาของชื่อโครงการโดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง เพราะเราให้มากกว่าครึ่ง 

"ที่สำคัญ เรายังจัดอบรม 'นักบินโดรนเพื่อการเกษตร' ฟรี! เพื่อเสริมทักษะการบินและการใช้งานโดรนเพื่อการเกษตรตามมาตรฐาน พร้อมต่อยอดสู่การประกอบอาชีพจริงให้กับเกษตรกรด้วย เรียกว่ากระทรวง อว. ช่วยเกือบครบวงจรการผลิต" รมว.กระทรวง อว.กล่าว

ทั้งนี้ โครงการ 'โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง' เฟสแรกจะนำร่องใน 3 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา -  อ่างทอง - ปทุมธานี และคาดว่าการดำเนินโครงการในเฟสแรกนี้จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ไม่น้อยกว่า 3,300 ราย รวมพื้นที่ 100,000 ไร่ และเหนือสิ่งอื่นใด โครงการนี้จะช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ เพราะเกษตรกรไม่ต้องสัมผัสสารเคมีโดยตรง จึงลดความเสี่ยงจากการเกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว เช่น มะเร็ง หรืออาการแพ้ต่างๆ

โดรนฝีมือคนไทยที่มาร่วมจัดแสดงในงาน

สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการโดรนต้องการเข้ามารับจ้างบินโดรน ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง สามารถลงทะเบียนทาง 

  • ช่องทางที่ 1 เว็บเพจ: โดรนคนละครึ่ง.mhesi.go.th  
  • ช่องทางที่ 2 แอปพลิเคชัน 'เกษตรทันใจ' โดยคลิกจากหน้าเว็บโดรนคนละครึ่งพลัส 

รมว.กระทรวง อว. ให้ข้อมูลเพิ่มอีกว่า เกษตรกรหรือชาวนาทั้งที่มีที่นาเป็นของตัวเอง หรือเป็นผู้เช่าที่นาผู้อื่นทำนา สามารถลงทะเบียนได้หมด ส่วนแปลงนาหรือแปลงเกษตรในจังหวัดนำร่อง ราคาค่าบริการโดรนอาจจะไม่เท่ากัน ทั้งใช้โดรนเพื่อหว่าน ใส่ปุ๋ยหรือพ่นยา แต่กระทรวง อว.จ่ายให้ 40 บาทต่อไร่ และหากเกษตรกรให้ความสนใจ กระทรวง อว.จะขยายผลโครงการโดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่งไปทั่วประเทศ

ภายในงานแถลงข่าว ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีหลายหน่วยงานมาร่วมจัดแสดงนวัตกรรม พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคโนโลยีแก่เกษตรกร ได้แก่ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวง อว. สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) นำโดรนชนิดต่างๆ และนิทรรศการมาจัดแสดงมีเกษตรกรให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

สรุปสิทธิสนับสนุน 'โดรนคนละครึ่งพลัส'

ผู้ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการ

  • 1. เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่นำร่อง (อยุธยา / ปทุมธานี / อ่างทอง)
  • 2. ผู้ให้บริการโดรนเพื่อการเกษตร
  • 3. บุคคลทั่วไปที่สนใจอาชีพนักบินโดรนเพื่อการเกษตร

สิทธิสนับสนุนการใช้บริการโดรน

  • 1. อว. สนับสนุนค่าใช้บริการโดรน 40 บาทต่อไร่
  • 2. เกษตรกรได้รับสิทธิ์รายละไม่เกิน 30 ไร่
  • 3. เฉพาะพื้นที่นำร่องภาคกลางที่ได้ใช้สิทธิ
  • 4. เป้าหมายทั้งโครงการ 100,000 ไร่

สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าอบรมนักบินโดรนเพื่อการเกษตร

  • 1. มีสัญชาติไทย
  • 2. มีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
  • 3. เป็นผู้ที่สนใจเรียนรู้ด้านโดรน หรือสนใจประกอบอาชีพนักบินโดรนเพื่อการเกษตร
  • 4. มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดเป้าหมายที่จัดการอบรม
  • 5. สามารถเข้าร่วมการฝึกอบรมตามหลักสูตรได้ตลอดโครงการ

นอกจากโดรน ยังมี 'Sensor Application for Agriculture'

ในงานนี้ยังมีนวัตกรรม ชุดทดสอบสำหรับการเกษตร (Sensor Application for Agriculture) มาร่วมจัดแสดงด้วย โดยเป็นผลงานวิจัยร่วมระหว่างกลุ่มนักวิจัย 'Hub of Knowledge: Chemical and Biochemical Sensor' นำโดย รศ.ดร. จรูญ จักร์มุณี รองคณบดีฝ่ายวิจัยคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และคณะ กับ ดร.จรูญ จันทร์สมบูรณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ ดร.พิจิกา มูลอำคา นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ และคณะจาก วศ.

ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ พร้อมด้วย คุณวันชัย สุวรรณหงษ์ รองอธิบดี และ ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา นักวิทยาศาสตร์ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง (Smart Farming) โดยมี คุณสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธาน และมีคณะผู้บริหารจังหวัดท้องถิ่น เกษตรกร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลกระจิว อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาร่วมงานกันเต็มพื้นที่

สำหรับชุดทดสอบนี้ได้รับการพัฒนาเพื่อให้เกษตรกรสามารถตรวจวัดธาตุอาหารหลักในดินอย่าง ไนโตรเจน (Nitrogen) และ ฟอสฟอรัส (Phosphorus) ได้ ครอบคลุมพื้นที่ใช้งานกว่า 20,000 ไร่ โดยมีคุณสมบัติเด่นด้านความรวดเร็วและความถูกต้อง สามารถอ่านผลได้ด้วยสายตาหรือผ่านเครื่องวิเคราะห์ความเข้มสีที่พัฒนาขึ้น และทราบผลภายใน 15 นาที ช่วยให้เกษตรกรประเมินความอุดมสมบูรณ์ของดินได้อย่างเหมาะสม นำไปสู่การวางแผนการใช้ปุ๋ยได้ตรงตามความต้องการของพืช ส่งผลให้ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

วศ. ยังสนับสนุนการนำชุดทดสอบ Sensor Application for Agriculture ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานก่อนการให้ปุ๋ยผ่านเทคโนโลยีโดรนแบบเฉพาะจุด (Precision Application) ทั้งนี้ นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นโดยนักวิจัยไทยช่วยลดการใช้สารเคมีที่ไม่จำเป็น ลดต้นทุนการผลิต และเสริมศักยภาพการบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกร สอดรับกับนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) ของกระทรวง อว. ที่มุ่งขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สู่ระบบเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย และลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีของเกษตรกรต่อไป

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ความร่วมมือระดับโลกยังมีอยู่ แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบ World Economic Forum ชี้ โลกยังไม่หมดหวังท่ามกลางสงคราม

World Economic Forum ชี้ความร่วมมือระดับโลกยังไม่ล่มสลาย แม้โลกเผชิญสงครามและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบสู่ความร่วมมือขนาดเล็กที่ยืดหยุ่นมากขึ้น...

Responsive image

ผู้ร่วมก่อตั้ง Gojek ถูกฟ้องคดีทุจริตจัดซื้อ Chromebook ทั้งที่พื้นที่อินเทอร์เน็ตไม่รองรับ ตั้งข้อสงสัยเอื้อประโยชน์ให้ Google

ผู้ร่วมก่อตั้ง Gojek ถูกฟ้องคดีทุจริตโครงการจัดซื้อ Chromebook ช่วงโควิด ปมเดินหน้าซื้อทั้งที่รู้ว่าใช้งานไม่ได้ในหลายพื้นที่ พร้อมข้อสงสัยเอื้อประโยชน์ให้ Google...

Responsive image

จีนออกกฎ ‘คุมอีคอมเมิร์ซ’ ห้ามแพลตฟอร์มบังคับร้านลดราคา

จีนประกาศกฎเหล็กใหม่สกัดสงครามราคาอีคอมเมิร์ซ! สั่งห้ามแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่บีบร้านค้าทำโปรโมชัน พร้อมคุมเข้มอินฟลูเอนเซอร์ห้ามโฆษณาเกินจริง เพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม มีผลบังคับ...