โซนี่ทุ่ม 2,400 ล้านบาท ขยายฐานการผลิตเซ็นเซอร์ภาพสำหรับรถในไทย ตั้งเป้าสร้างงาน 2,000 ตำแหน่ง

บริษัท โซนี่ กรุ๊ป ประกาศเริ่มดำเนินการผลิตที่โรงงานผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ในประเทศไทย โดยโรงงานแห่งนี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตเซ็นเซอร์ภาพสำหรับยานยนต์ ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในยุคที่ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS : Advanced Driver Assistance Systems) กำลังได้รับความนิยม 

โซนี่ กรุ๊ป ได้ลงทุนในโรงงานดังกล่าวด้วยเม็ดเงินราว 10,000 ล้านเยน หรือประมาณ 2,400 ล้านบาท เพื่อขยายความสามารถด้านการผลิตจากโรงงานเดิม 70% และคาดว่าจะช่วยสร้างงานใหม่ได้มากถึง 2,000 ตำแหน่งภายในปี 2569 โดย 20% ของตำแหน่งใหม่จะเป็นกลุ่มวิศวกร 

การเติบโตของเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ ส่งผลให้ความต้องการของเซ็นเซอร์ภาพในตลาดโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยโซนี่ ตั้งเป้าคว้าส่วนแบ่งตลาดเซ็นเซอร์ภาพสำหรับรถยนต์ 39% ภายในปี 2568 ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญ และน่าจับตามอง เนื่องจากเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่โซนี่เปิดโรงงานผลิตเซ็นเซอร์ภาพ และเซมิคอนดักเตอร์

นอกจากการผลิตเซ็นเซอร์ภาพสำหรับระบบ ADAS ในการตรวจจับคนเดินเท้า และสิ่งกีดขวางสำหรับรถยนต์แล้ว โรงงานแห่งนี้จะรับหน้าที่ในการผลิตไดโอดเลเซอร์แบบใหม่สำหรับใช้ในฮาร์ดดิสไดรฟ์ความจุสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถูกใช้ในศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ซึ่งมีบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี บริษัทอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสัญชาติสหรัฐฯ เป็นคู่ค้ารายสำคัญ

การลงทุนครั้งนี้ถือว่าน่าจับตามอง เพราะไทยกำลังเผชิญปัญหาด้านการแข่งขันของ ‘สินค้าโลกใหม่’ ตามการวิเคราะห์ของ KKP Research โดยในตอนนี้ไทยกำลังเป็นฐานการผลิตสินค้าที่มีความสามารถด้านการแข่งขันของ ‘สินค้าโลกเก่า’ ที่มีความต้องการลดลงเรื่อย ๆ จากการมาถึงของเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น ขณะที่เพื่อนบ้านอย่าง ‘เวียดนาม’ และ ‘มาเลเซีย’ กำลังมีความสามารถด้านการแข่งขันบนตลาดโลกในกลุ่มสินค้าดังกล่าว (อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่นี่)

นอกจากนี้ การลงทุนของโซนี่ กรุ๊ป ยังอาจเป็นการสร้างโอกาสสำคัญของเศรษฐกิจไทยด้านการส่งเสริมเทรนด์โลกใหม่ เนื่องจาก ‘เซ็นเซอร์ภาพ’ เป็นส่วนประกอบสำคัญของเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่เป็นหัวใจสำคัญ รวมทั้งอาจเป็นการกระตุ้นให้บริษัทอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันเข้ามาลงทุนในไทย ที่สำคัญอาจเป็นโอกาสที่ดีในการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาทักษะแรงงานในประเทศ รวมถึงการพัฒนา supply-chain เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ 

แต่ไทยจะยังคงติดกับดักการรับจ้างผลิตแบบ OEM และไม่สามารถพัฒนานวัตกรรมของตัวเองหรือไม่นั้น คงต้องจับตาดูกันในระยะยาว

การลงทุนครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเศรษฐกิจไทย แต่หากไทยต้องการคว้าโอกาสนี้ให้เต็มที่ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ที่มา : Nikkei, KKP Research, Sony

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Agoda ใช้กรุงเทพฯ เป็นสำนักงานภูมิภาคใหญ่ที่สุดของบริษัท และเป็นฐานพัฒนาเทคโนโลยี จ้างงานในไทยกว่า 4,500 คน

บีโอไอเปิดเผยหลังเยี่ยมชมและหารือกับผู้บริหาร Agoda ที่ One Bangkok เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่าบริษัทใช้กรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งสำนักงานภูมิภาคแห่งใหญ่ที่สุดของ Agoda ทั่วโลก และเป็น...

Responsive image

บีโอไอ เผย 4 ปี LTR Visa ดึงต่างชาติคุณภาพสูงเข้าไทย ได้ 1.2 หมื่นคน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ กว่า 4 หมื่นล้านบาท

บีโอไอ เผยผลสำเร็จวีซ่า LTR ครบ 4 ปี ดึงชาวต่างชาติคุณภาพสูงจากทั่วโลกเข้าไทยกว่า 12,000 คน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 43,000 ล้านบาท...

Responsive image

สยามพิวรรธน์ ปักธง “ไอคอนภูเก็ต” สัญลักษณ์ใหม่แห่งแดนใต้ สู่จุดหมายระดับโลก เปิดให้บริการ 2572

สยามพิวรรธน์เปิดตัว “ไอคอนภูเก็ต” (ICONPHUKET) โครงการแลนด์มาร์กมูลค่าการลงทุน 10,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด Hybrid Retail-Attraction & Entertainment Destination พร้อม 12 World-Class...