SpaceX ยื่น IPO แล้ว คาดภายในมิถุนายนนี้ ปูทางสร้างอาณานิคมดาวอังคาร และ Data Center ในอวกาศ ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการเทคโนโลยีและตลาดทุนทั่วโลก เมื่อมีรายงานว่า SpaceX บริษัทเทคโนโลยีอวกาศของมหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งอย่าง Elon Musk ได้แอบยื่น Filing (แบบแสดงรายการข้อมูล) ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ แบบลับๆ เพื่อเตรียมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายในเดือนมิถุนายนนี้

นี่ไม่ใช่แค่การเข้าตลาดหุ้นธรรมดา แต่ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นการ IPO ที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับ Wall Street โดยมีมูลค่าบริษัทแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลให้มัสก์กลายเป็น Trillionaire หรือเศรษฐีล้านล้านเหรียญคนแรกของโลก

หนึ่งในจุดที่น่าสนใจที่สุดของดีลนี้คือ โครงสร้างธุรกิจใหม่ ที่ไม่ใช่แค่การรับจ้างส่งดาวเทียมอีกต่อไป หลังจากมัสก์ตัดสินใจควบรวม xAI เข้ากับ SpaceX เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้อาณาจักรนี้ประกอบด้วย 4 ขุมพลังหลัก

  • Starship: ยานอวกาศเจเนอเรชันใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อพาคนไปดาวอังคารโดยเฉพาะ
  • Starlink: ธุรกิจอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมที่เริ่มทำกำไรมหาศาล (คาดการณ์รายได้ปี 2024 อยู่ที่ 8 พันล้านเหรียญ)
  • xAI (Grok): ปัญญาประดิษฐ์ที่จะกลายเป็นสมองกลให้กับเทคโนโลยีอวกาศ
  • X (Twitter): แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ถูกนำมาอยู่ใต้ร่มเงาของ SpaceX อย่างเป็นทางการ

ถอดรหัสการ IPO ครั้งสำคัญ

การก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้นของ SpaceX ไม่ใช่แค่การจดทะเบียนทั่วไป แต่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดทุนโลกด้วยตัวเลขที่ล้ำกว่าทุกบริษัทเทคโนโลยีที่เคยมีมา

เป้าหมายการระดมทุน 50,000 - 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หากทำได้ตามเป้าจริง SpaceX จะทำลายสถิติการระดมทุนสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ Saudi Aramco ($29,400 ล้านดอลลาร์) ลงทันทีแบบเท่าตัว ซึ่งคาดการณ์ว่าเงินจำนวนนี้มัสก์วางแผนจะนำไปใช้ในการสร้างอาณานิคมดาวอังคารตามความฝันของเขา

มูลค่าบริษัทมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขนี้ไม่ได้มาลอยๆ แต่เป็นการประเมินที่อ้างอิงจากฐานรายได้ของ Starlink ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและการเป็นผู้เล่นที่ครองส่วนแบ่งตลาดปล่อยจรวดเกือบทั้งหมดในสหรัฐฯ โดยมูลค่านี้ถือเป็นรองเพียง Saudi Aramco (1.7 ล้านล้านดอลลาร์ในวันเปิดตัว) และจะทำให้ SpaceX เข้าทำเนียบ Trillion-Dollar Club ร่วมกับ Apple, Microsoft และ NVIDIA ทันทีที่เข้าตลาด

ช่วงเวลาเปิดตัว คาดการณ์ภายในเดือนมิถุนายน 2026

ไทม์ไลน์นี้ถือว่าด่วนมากสำหรับการ IPO ระดับแสนล้าน ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจของมัสก์ หรืออาจเป็นความจำเป็นในการรีบระดมทุนเพื่อเร่งโปรเจกต์ Starship ให้ทันตามกำหนดการของ NASA

การยื่นเอกสารแบบลับ 

SpaceX เลือกยื่นแบบลับตามกฎของ SEC ซึ่งหมายความว่าคู่แข่งและสาธารณชนจะยังไม่เห็นตัวเลขกำไร-ขาดทุนที่แท้จริงจนกว่าจะใกล้ถึงวันขายหุ้นจริง ช่วยให้มัสก์ยังคงความได้เปรียบในการบริหารข้อมูลภายใน

กลุ่มผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 5 ยักษ์ใหญ่แห่ง Wall Street

การรวมตัวกันของ Morgan Stanley, Goldman Sachs, Citigroup, JPMorgan Chase และ Bank of America คือการการันตีว่านี่คือดีลระดับโลก เพราะธนาคารเหล่านี้คาดหวังค่าธรรมเนียมรวมกันมหาศาลหลายร้อยล้านดอลลาร์จากการดันดีลนี้ให้สำเร็จ

ทำไมต้อง IPO ตอนนี้?

นักวิเคราะห์มองว่าการตัดสินใจเอาบริษัทที่เคยหวงนักหวงหนาอย่าง SpaceX เข้าตลาดหุ้น มีเหตุผลเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ ดังนี้

1. การเดิมพันกับ Deep Tech ที่ใช้เงินทุนมหาศาล

โปรเจกต์อย่างการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร หรือการสร้าง Orbital Data Centers (ศูนย์ข้อมูล AI ในอวกาศ) เป็นสิ่งที่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล และใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลกำไร การระดมทุนจากมหาชนจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินส่วนตัวของมัสก์

2. ภารกิจล้างหนี้ให้กับ X (Twitter)

แหล่งข่าวระบุว่า เงินจากการ IPO ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปชำระหนี้สินจำนวนมหาศาลที่เกิดจากการเข้าซื้อ Twitter ในปี 2022 ซึ่งปัจจุบันยังเป็นธุรกิจที่ตัวเลขติดลบ การใช้ความสำเร็จของ SpaceX มาช่วยพยุง X จึงเป็นท่าไม้ตายที่มัสก์เลือกใช้เพื่อรักษาอาณาจักรทั้งหมดไว้

3. การก้าวสู่ยุค Sustainable Abundance

มัสก์เชื่อในการรวมพลังระหว่าง AI, หุ่นยนต์ และอวกาศ เพื่อสร้างยุคที่ทรัพยากรมีอย่างจำกัดแต่เข้าถึงได้ทุกคน การมีเงินสดในมือกว่า 1.5 - 2 หมื่นล้านเหรียญตามที่แบงก์เกอร์แนะนำ จะช่วยให้เขาสามารถรุกธุรกิจชิปและโรงงานผลิตฮาร์ดแวร์ขั้นสูงได้อย่างไร้ข้อจำกัด

มุมมองนักลงทุน นี่คือโอกาสทองหรือความเสี่ยง

ฝั่ง Bull มองว่า SpaceX ไม่ใช่แค่บริษัทเทคโนโลยีธรรมดา แต่เป็น Infrastructure ของอนาคตที่มีแต้มต่อเหนือกว่าทุกคนในอุตสาหกรรม ข้อมูลจาก Center for Security and Emerging Technology แห่งมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ระบุชัดเจนว่า 5 ใน 6 ของการปล่อยจรวดในสหรัฐฯ ตกเป็นของ SpaceX เพียงผู้เดียว สะท้อนถึงการผูกขาดโดยสมบูรณ์ในเชิงศักยภาพ

เหล่านักลงทุนกลุ่มนี้ ซึ่งรวมถึงยักษ์ใหญ่อย่าง Ark Invest เชื่อว่ามูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดยมีการพยากรณ์ว่ามูลค่าบริษัทอาจทะยานไปถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ด้วยแรงหนุนจากกระแสเงินสดของ Starlink และการเป็นกุญแจสำคัญในภารกิจสำรวจอวกาศของรัฐบาลสหรัฐฯ

ฝั่ง Bear กลับมองดีลนี้ด้วยสายตาที่ไม่ไว้วางใจนัก โดยตั้งข้อสังเกตว่าการ IPO ครั้งนี้อาจเป็นแผนการวิศวกรรมการเงินของอีลอน มัสก์ เพื่อนำความสำเร็จของ SpaceX ซึ่งเป็นผู้ชนะในเกมธุรกิจมาแบกรับภาระหนี้สินและผลขาดทุนของ X (Twitter) และ xAI ซึ่งยังคงถูกมองว่าเป็นผู้แพ้ในเชิงกำไร ณ ขณะนี้

Ross Gerber นักลงทุนชื่อดังให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า การเข้าตลาดในช่วงที่เศรษฐกิจโลกผันผวนและมีภาวะสงครามเช่นนี้เป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก แต่ที่มัสก์ต้องเดินหน้าต่อ เพราะเขาต้องการเงินสดมหาศาลมาเพื่อพยุงโปรเจกต์ที่ยังไม่ทำกำไรและล้างหนี้พันล้านจากการซื้อ Twitter การนำบริษัทเข้าตลาดจึงถูกมองว่าเป็นความพยายามเลี้ยงไข้และรักษาอาณาจักรทั้งหมดให้ยังคงหมุนเวียนต่อไปได้ท่ามกลางมรสุมการเงินส่วนตัวของเขาเอง

อ้างอิง: nytimes

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

CATL จับมือ Changan เปิดตัว Nevo A06 รถ EV แบตโซเดียมไอออนรุ่นแรกของโลก วิ่งได้ในอุณหภูมิ –40°C เตรียมขายกลางปี 2026

CATL และ Changan เปิดตัว Changan Nevo A06 รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของโลกที่ใช้แบตเตอรี่โซเดียมไอออน พร้อมเทคโนโลยี Naxtra ที่ทนความหนาวถึง -40°C และเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ระดับ Gigawatt-hour...

Responsive image

Google Translate เปิดตัวฟีเจอร์ ‘ฝึกออกเสียง’ ระบบจะฟังสิ่งที่พูด ผิดตรงไหน รู้ทันที พร้อมบอกคำอ่านที่ถูกต้อง

Google ฉลองครบรอบ 20 ปีของแอปพลิเคชัน Google Translate ด้วยการปล่อยฟีเจอร์ฝึกการออกเสียง ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานเรียกร้องให้ทำมากที่สุด โดยระบบนี้จะใช้ AI คอยฟังสิ่งที่เราพูดแล...

Responsive image

Meta เซ็นดีล Overview Energy เตรียมใช้ดาวเทียมส่งแสงอินฟราเรดจากอวกาศ สู่ Solar Farm ปลดล็อกโซลาร์ให้ผลิตไฟได้ตลอดคืน

Meta เซ็นดีลกับ Overview Energy พัฒนาเทคโนโลยีส่งพลังงานแสงอาทิตย์จากอวกาศลงมายังโลก เพื่อให้โซลาร์ฟาร์มผลิตไฟฟ้าได้แม้ในเวลากลางคืน รองรับความต้องการพลังงานมหาศาลของ AI และดาต้าเซ...