Starbucks แบรนด์กาแฟระดับโลก เตรียมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและลดภาระงานพนักงานด้วยการเปิดตัว ผู้ช่วย AI สำหรับบาริสต้า ที่พัฒนาร่วมกับ Microsoft Azure, OpenAI โดยเริ่มทดลองใช้งานในร้าน Starbucks จำนวน 35 สาขาภายในเดือนนี้ ก่อนขยายการใช้งานทั่วสหรัฐฯ และแคนาดาในปีงบประมาณ 2026

ระบบ AI ใหม่ที่ใช้ชื่อว่า Green Dot Assist จะช่วยให้บาริสต้าสามารถเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วและสะดวกขึ้นผ่านแท็บเล็ตหลังเคาน์เตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการถามวิธีทำเมนูต่างๆ เช่น “iced shaken espresso” หรือการแก้ไขปัญหาเครื่องชงกาแฟ โดยสามารถพิมพ์หรือพูดคุยกับ AI ด้วยภาษาธรรมชาติ
เทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ ลดเวลาการให้บริการ โดย Starbucks ตั้งเป้าหมายให้คำสั่งซื้อใช้เวลาไม่เกิน 4 นาทีต่อรายการ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นทั้งสำหรับพนักงานและลูกค้า
การร่วมมือกับ Microsoft ทำให้ Starbucks มั่นใจในความถูกต้องของข้อมูลที่ AI ให้คำตอบ เนื่องจากมีระบบ “grounding engine” ที่ช่วยลดปัญหา AI hallucinations หรือการให้ข้อมูลผิดพลาด ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเสียของระบบ AI ทั่วไป
นอกจากการตอบคำถามแล้ว ระบบ Green Dot Assist ยังมีแผนพัฒนาไปสู่การทำงานเชิงรุก เช่น การแจ้งปัญหาอุปกรณ์ไปยังทีม IT โดยอัตโนมัติ หรือการแนะนำพนักงานแทนเมื่อมีคนลาหยุด
ในงาน Leadership Experience ที่ลาสเวกัส Starbucks ยังได้เปิดตัวเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น:
แม้ Starbucks จะไม่ใช่แบรนด์เดียวที่ใช้ AI เข้ามาช่วยงานพนักงาน ร้านอาหารชื่อดังหลายแห่ง เช่น Yum Brands ที่ร่วมมือกับ NVIDIA ในการพัฒนาระบบรับออเดอร์ด้วย AI, เทคโนโลยี computer vision และการประเมินประสิทธิภาพร้านอาหารแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ Walmart และ JPMorgan Chase ก็มีการนำ AI มาใช้สนับสนุนการทำงานของพนักงานเช่นกัน ขณะที่ McDonald’s ตัดสินใจยุติความร่วมมือกับ IBM หลังจากระบบ AI สั่งออเดอร์ในไดรฟ์ทรูไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
Starbucks ก็กำลังพลิกโฉมวงการร้านกาแฟด้วยการใช้ AI ยกระดับบริการและประสิทธิภาพพนักงาน ผ่านความร่วมมือกับ Microsoft Azure ที่ช่วยลดข้อผิดพลาดและวางรากฐานฟีเจอร์อัจฉริยะในอนาคต พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่รวดเร็ว แม่นยำ และเป็นมิตรต่อลูกค้าในยุคดิจิทัล
อ้างอิง: cnbc
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด