ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) เตรียมนำหุ้นเข้าเทรดในตลาดหุ้นสิงคโปร์ เม.ย.-พ.ค.นี้

บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT  เตรียมนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ คาดพร้อมนำหุ้นเข้าเทรดในเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้ ย้ำไม่มีการออกหรือเสนอขายหุ้นใหม่ มั่นใจภาพรวมการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 64 ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องจากดีมานด์ถุงมือยางที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากในการฉีดวัคซีนยังจำเป็นต้องใช้ถุงมือยาง และมีคำสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า หนุนราคาขายไตรมาสแรกยังเพิ่มขึ้น    

คุณจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์รายใหญ่ของโลก เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ มีมติอนุมัติให้เตรียมการนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (Secondary Listing by way of Introduction) ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดเตรียมข้อมูลและเอกสารต่างๆ เพื่อนำเสนอต่อตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์พิจารณาอนุมัติ คาดว่ากระบวนการต่างๆ จะแล้วเสร็จและสามารถนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนและซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ภายในเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้ 

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะไม่มีการออกหรือเสนอขายหุ้นใหม่ เพื่อรองรับการนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ แต่จะเป็นการนำหุ้นเดิมของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ เข้าซื้อขายบนกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ เพื่อรองรับการขยายฐานผู้ถือหุ้นให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น เพิ่มช่องทางระดมทุนในอนาคต ตลอดจนทำให้บริษัทฯ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นในระดับภูมิภาค 

“หลังจากได้รับการอนุมัติจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลและเอกสารต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ในเวลาเดียวกันจัดให้มีกลไกการโอนหุ้นระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์” คุณจริญญา กล่าว 

ปี 2564 ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง

กรรมการผู้จัดการใหญ่ STGT กล่าวต่อว่า ขณะที่ภาพรวมการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2564 มั่นใจจะสามารถสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน โดยมีปัจจัยมาจากความต้องการใช้ถุงมือยางทั่วโลกที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้หลายประเทศเริ่มทยอยฉีดวัคซีน อย่างไรก็ตามในการฉีดวัคซีนก็มีความจำเป็นต้องใช้ถุงมือยางและการสวมใส่ถุงมือยางในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม กลายเป็นพฤติกรรม New Normal ในสังคม 

ขณะที่สถานการณ์ราคาถุงมือยางยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 20% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2563 เนื่องจากบริษัทฯ ยังคงมีคำสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า โดยถุงมือยางธรรมชาติมีออเดอร์ล่วงหน้า 13 เดือน และถุงมือยางไนไตรล์มีออเดอร์ล่วงหน้า 30 เดือน มั่นใจดีมานต์ยังคงเเข็งแกร่ง  










ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

AI อยู่ในองค์กรทุกที่แล้ว แต่ไว้ใจได้แค่ไหน ยังไม่มีใครตอบได้ KBTG เปิด 8 ความเสี่ยงของ AI ที่องค์กรต้องย้อนกลับไปตรวจ

KBTG ชี้องค์กรต้องเปลี่ยนคำถามจากใช้ AI ให้เร็วแค่ไหน เป็นใช้อย่างไรให้ไว้ใจได้ พร้อมเปิด 8 ความเสี่ยงของ AI มาตรฐานที่ดาวน์โหลดได้ และวิธีที่ธนาคารกสิกรไทยทำจริง...

Responsive image

AXONS คว้า 2 รางวัล ตอกย้ำบทบาทผู้นำ AgriTech จาก Prime Minister’s Digital Awards 2025 และ Techsauce Awards 2026

AXONS เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อยกระดับภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ล่าสุดได้รับ 2 รางวัลจากเวทีสำคัญ ได้แก่ Prime Minister’s Digital Awards 2025 สาขา Digital Orga...

Responsive image

จากไทยสู่เวทีโลก Venture Spark Cohort 2 เปิดตัว 14 สตาร์ทอัพศักยภาพสูงใน Techsauce Global Summit 2026

Venture Spark Demo Day บนเวที Muay Thai Stage งาน Techsauce Global Summit 2026 (26 ส.ค.) เปิดตัว 14 สตาร์ทอัพจาก Cohort 2 พร้อมแรงหนุนจาก LINE SCALE UP, A2D Ventures, ExpresSo NB, ...