นักฟิสิกส์ปลุกวัสดุเก่าปี 1993 สู่ Superconductors แบบใหม่ ไฟฟ้าไหลผ่านได้ 100% หากสำเร็จ รถ EV จะชาร์จไวในชั่วพริบตา

สถิติที่ยืนหยัดมานานถึง 33 ปีในวงการฟิสิกส์เพิ่งถูกทำลายลง เมื่อทีมนักฟิสิกส์จาก University of Houston ประกาศความสำเร็จในการทำให้วัสดุกลายเป็น Superconductor ที่อุณหภูมิสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกภายใต้ความดันบรรยากาศปกติ นับเป็นก้าวสำคัญของเป้าหมายใหญ่ที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกไล่ล่ามาตลอดศตวรรษ นั่นคือการส่งไฟฟ้าโดยไม่สูญเสียพลังงานแม้แต่นิดเดียวในสภาพแวดล้อมที่ใช้งานได้จริง

ทีมวิจัยจาก Texas Center for Superconductivity แห่ง University of Houston (TcSUH) นำโดยคุณ Liangzi Deng และคุณ Paul Ching-Wu Chu รายงานว่าสามารถทำให้วัสดุเซรามิกที่ชื่อ Hg1223 แสดงสมบัติ Superconductor ที่อุณหภูมิ 151 เคลวิน (Kelvin) หรือประมาณ -122 องศาเซลเซียส ภายใต้ความดันบรรยากาศปกติ ทุบสถิติเดิมที่ 133 เคลวิน หรือ -140 องศาเซลเซียส ซึ่งครองบัลลังก์มาตั้งแต่ปี 1993 เท่ากับยกระดับขึ้น 18 องศาเซลเซียสในคราวเดียว งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS) เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2026

ทำไมโลกถึงรอคอย Superconductors ที่ 'ใช้งานได้จริง'

Superconductors คือสถานะของวัสดุที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้โดยมีความต้านทานเป็นศูนย์ หมายความว่าไม่มีพลังงานสูญเสียไปเป็นความร้อนเลยแม้แต่น้อย หากนำมาใช้งานได้จริงในวงกว้าง เทคโนโลยีนี้จะพลิกโฉมตั้งแต่โครงข่ายส่งไฟฟ้าที่ไร้การสูญเสียพลังงาน ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ประหยัดไฟมหาศาล รถยนต์ไฟฟ้าที่ชาร์จได้แทบจะทันที ไปจนถึงรถไฟพลังแม่เหล็ก แม่เหล็กสำหรับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน และเครื่อง MRI ในโรงพยาบาล

ปัญหาคือธรรมชาติของ Superconductors นั้นเรื่องมากอย่างยิ่ง วัสดุจะเข้าสู่สถานะนี้ได้ต้องอาศัยอุณหภูมิต่ำมากจนเฉียดศูนย์สัมบูรณ์ (Absolute Zero) ที่ -273.15 องศาเซลเซียส หรือไม่ก็ต้องอยู่ภายใต้ความดันสูงมหาศาล หรือทั้งสองอย่างพร้อมกัน ประโยชน์ที่ควรจะได้จึงถูกหักล้างด้วยต้นทุนของระบบหล่อเย็นและอุปกรณ์สร้างความดันขนาดใหญ่ อุณหภูมิที่นักวิจัยเรียกว่าอุณหภูมิวิกฤต (Critical Temperature) ซึ่งเป็นจุดที่ความต้านทานไฟฟ้าลดฮวบลงเป็นศูนย์ จึงกลายเป็นตัวเลขที่ทั้งวงการพยายามดันให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ตลอดหลายทศวรรษ

เคล็ดลับอยู่ที่ 'บีบแล้วปล่อยเร็ว' เทคนิคเดียวกับที่ธรรมชาติสร้างเพชร

วัสดุพระเอกของงานนี้คือ Hg1223 Superconductor ตระกูลคิวเพรต (Cuprate) ซึ่งเป็นเซรามิกที่ประกอบด้วยชั้นของคอปเปอร์ออกไซด์สลับกับออกไซด์ของปรอท แบเรียม และแคลเซียม วัสดุตัวนี้ไม่ใช่หน้าใหม่ เพราะเป็นเจ้าของสถิติเดิมที่ 133 เคลวินมาตั้งแต่ปี 1993 สิ่งที่เปลี่ยนไปคือวิธีการปลุกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวมัน

ทีมวิจัยใช้กระบวนการที่เรียกว่าการบีบอัดแล้วปลดความดันฉับพลัน (Pressure Quench) โดยเริ่มจากนำ Hg1223 ไปบีบอัดในเซลล์ทั่งเพชร (Diamond Anvil Cell) ที่ความดันสูงถึง 30 กิกะปาสคาล (Gigapascal) หรือเกือบ 300,000 เท่าของความดันบรรยากาศที่ระดับน้ำทะเล จากนั้นจึงปลดความดันออกอย่างรวดเร็ว การปล่อยแบบฉับพลันนี้ทำให้เกิดตำหนิเล็กๆ ในโครงสร้างของวัสดุ และล็อกวัสดุไว้ในสถานะกึ่งเสถียร (Metastable) ที่ยังเก็บสมบัติเชิงควอนตัมจากสภาวะความดันสูงเอาไว้ได้ แม้ความดันจะกลับสู่ระดับปกติแล้วก็ตาม

ตัวอย่างของวัสดุกึ่งเสถียรที่คุ้นเคยที่สุดคือเพชร ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเพียงคาร์บอนที่ถูกบีบอัดด้วยความดันมหาศาลใต้พื้นโลก แต่ยังคงโครงสร้างผลึกเดิมไว้ได้แม้ถูกขุดขึ้นมาอยู่บนผิวโลก หลักการเดียวกันนี้เองที่ทำให้ Hg1223 ยังคงเป็น Superconductor ที่อุณหภูมิสูงขึ้น โดยไม่ต้องแบกความดันมหาศาลติดตัวไปตลอด

อย่างไรก็ตาม เทคนิคนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย Paul อธิบายกับ Science News ว่าการปลดความดันด้วยความเร็วสูงขนาดนั้นอาจทำให้ทุกอย่างกระเด็นกระจาย เพชรอาจแตกหรือขั้วสัมผัสไฟฟ้าอาจขาด จนการวัดผลล้มเหลวทั้งหมด นี่คือเหตุผลหนึ่งที่สถิติเดิมยืนยาวมาได้กว่า 3 ทศวรรษ

พิสูจน์ผลด้วยเครื่องเอกซเรย์ระดับชาติ และความหมายต่ออนาคต

ผลการทดลองได้รับการยืนยันด้วย Advanced Photon Source (APS) เครื่องกำเนิดแสงเอกซเรย์กำลังสูงของ Argonne National Laboratory ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งสามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงระดับจุลภาคในวัสดุได้อย่างแม่นยำ Hua Zhou นักฟิสิกส์ประจำ Argonne ระบุว่า 'นี่คือก้าวสำคัญสู่ Superconductor เชิงปฏิบัติที่ทำงานได้ที่อุณหภูมิห้องและความดันปกติ' พร้อมชี้ว่าเมื่อวัสดุยังคงสภาพ Superconductor ที่ความดันปกติได้ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกก็สามารถศึกษามันด้วยเครื่องมือที่มีอยู่แพร่หลาย และเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำงานภายใต้สภาวะแวดล้อมในชีวิตประจำวันได้จริง

หากถามว่า -122 องศาเซลเซียสถือว่าเย็นเยียบขนาดนั้นจะเรียกว่าความก้าวหน้าได้อย่างไร คำตอบอยู่ที่เงื่อนไขเรื่องความดัน เพราะแม้จะมีวัสดุที่ทำสถิติอุณหภูมิสูงกว่านี้อย่างแลนทานัมเดคะไฮไดรด์ (Lanthanum Decahydride) ที่ยังเป็น Superconductor ได้ถึง -13 องศาเซลเซียส ซึ่งเย็นพอๆ กับช่องแช่แข็งในตู้เย็นบ้าน แต่วัสดุตัวนั้นต้องอยู่ภายใต้ความดัน 190 กิกะปาสคาล เทียบเท่าความดันที่แกนโลกชั้นนอก ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยในการใช้งานจริง ขณะที่ Hg1223 เวอร์ชันใหม่นี้ทำงานได้ที่ความดันบรรยากาศธรรมดา จึงเปิดทางสู่การใช้งานจริงได้มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

ความสำเร็จครั้งนี้ยังมาพร้อมบทความ Perspective อีกชิ้นที่ตีพิมพ์ใน PNAS ฉบับเดียวกัน ซึ่ง Paul และ Liangzi ร่วมเขียนกับนักวิจัยจากหลายสถาบัน วางโรดแมป 6 แนวทางที่วงการควรเดินหน้าเพื่อดันอุณหภูมิวิกฤตให้สูงขึ้นอีก โดยหนึ่งในนั้นคือเทคนิคการปลดความดันฉับพลันที่เพิ่งพิสูจน์ผลสำเร็จนี้เอง ทั้งนี้อุณหภูมิห้องอยู่ที่ราว 300 เคลวิน เท่ากับยังมีช่องว่างอีกประมาณ 140 องศาที่ต้องไต่ขึ้นไป โดย Paul กล่าวว่า 'การค้นพบนี้มีศักยภาพมหาศาล เราเชื่อว่าหากมีคนทำงานเรื่องนี้มากพอและมีเวลามากพอ เราจะไปถึงศักยภาพนั้นได้'

งานวิจัยฉบับเต็มเผยแพร่แล้วในวารสาร PNAS และทีมวิจัยได้นำเสนอผลงานต่อที่ประชุม APS Global Physics Summit เมื่อเดือนมีนาคม 2026 แม้การใช้งานเชิงพาณิชย์ยังอยู่อีกไกล แต่การทลายสถิติที่แช่แข็งมานาน 33 ปีก็เป็นสัญญาณว่าเส้นทางสู่ Superconductor อุณหภูมิห้องกลับมามีความหวังอีกครั้ง

ที่มา: ScienceAlert, University of Houston, Science News, SciTechDaily

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ครม. ไฟเขียว ตั้ง ‘ฉันทานนท์ วรรณเขจร’ ขึ้นเป็นปลัดพลังงานคนใหม่

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแต่งตั้ง นายฉันทานนท์ วรรณเขจร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569...

Responsive image

Reddit เตรียมตามรอย TikTok เปลี่ยนกระทู้เป็น ‘คลิปสั้น-เสียงบรรยาย’ ซุ่มทดสอบฟีเจอร์นี้แล้ว

Reddit ซุ่มทดสอบฟีเจอร์ใหม่ Video Reddit เปลี่ยนกระทู้ข้อความยอดฮิตเป็นวิดีโอและเสียงบรรยายสไตล์ TikTok ตอบโจทย์สายฟัง ไม่ต้องนั่งอ่านเอง...

Responsive image

กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุน 3 สตาร์ตอัประดับโลก รุก AI InsurTech และ FinTech

กรุงศรี ฟินโนเวต Corporate Venture Capital (CVC) ในเครือกรุงศรี เปิดเผยพอร์ตการลงทุนในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 โดยลงทุนใน 3 สตาร์ตอัปต่างประเทศ ได้แก่ Alpaca, Qoala และ Whale ครอบ...