TADA แอปเรียกแท็กซี่บน Blockchain ค่าเรียกถูกกว่าครึ่ง เริ่มให้บริการในสิงคโปร์แล้ว

ถ้าคุณเจอแอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่หรือรถยนต์ที่มีค่าเรียกรถที่ถูกกว่าครึ่งหนึ่งที่เป็นอยู่ คุณจะสนใจหรือไม่? ตอนนี้ในสิงคโปร์มีบริษัทที่ชื่อว่า MVL เปิดตัวแอปที่ชื่อ TADA เป็นบริการ Ride-hailing ที่อยู่บน Blockchain อาจตอบโจทย์ใครหลายๆ คนได้ Photo: TADA

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัท MVL (Mass Vehicle Ledger) Foundation Pte. Ltd. เปิดตัวบริการเรียกแท็กซี่หรือรถยนต์ (Ride-hailing) ที่อยู่บน Blockchain ในชื่อ TADA ซึ่งในภาษาเกาหลีแปลว่า "มาขับ(รถ)กันเถอะ"

TADA ชูจุดเด่นว่าเป็นบริการที่ต้องการสร้าง Community ระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการให้มีความเท่าเทียมกัน โดยไม่มีการเรียกเก็บเงินส่วนแบ่งจากผู้ขับ (ChannelNewsAsia ระบุว่า Grab ขอส่วนแบ่งจากรายได้ของผู้ขับประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ในแต่ละเดือน)

โดยระบุว่าจะทำให้ค่าธรรมเนียมทั้งฝั่งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการลดลงไปประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ให้ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ยังรับฟังเสียงทั้งสองฝ่ายเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมต่อไป

นอกจากมีการเก็บข้อมูลทั้งคนขับและลูกค้าแล้ว ก็จะยังมีการเก็บข้อมูลผู้ให้บริการซ่อมรถยนต์และประกันภัยให้ครบวงจรอีกด้วย ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะอยู่บน Blockchain และในอนาคตจะทำให้ข้อมูลดังกล่าวได้รับการยินยอมเพื่อนำการใช้งานด้านต่างๆ ภายใน 2 ปีข้างหน้า

ส่วนค่าบริการเรียกต้นที่ 2.30 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยก็อยู่ที่ประมาณ 76 บาท และมีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 3.4 เปอร์เซ็นต์ในการใช้จ่ายแต่ละครั้ง ซึ่งทาง TADA ระบุว่าอยู่ในการเจรจาต่อรองกับตัวกลางด้านการจ่ายเงิน (Payment Gateway) เพื่อให้ค่าธรรมเนียมตรงนี้ลดลงไปอีกในอนาคต

ส่วนคะแนนสะสมจากการใช้บริการ จะสามารถแปลงเป็น Cryptocurrency ในสกุล MVL Coins ได้อีกด้วย

Kay Woo, MVL Foundation Founder and CEO | Photo: Vulcan Post

Kay Woo ผู้ก่อตั้ง (Founder) และ CEO ของ MVL ระบุว่าตอนนี้ในระบบของ TADA มีผู้ขับที่ได้รับใบอนุญาตในการให้บริการดังกล่าวอยู่ราว 2,000 รายแล้ว (มีผู้สมัครเข้าร่วมให้บริการ 100-200 รายต่อวัน) และบริษัทคาดว่าจะมีจำนวนรถยนต์ที่มาร่วมให้บริการอยู่ที่ 3,000-4,000 รายในช่วงเดือนสิงหาคมนี้

แอป TADA เปิดให้ดาวน์โหลดแล้วทั้งบน iOS และ Android ใครที่ไปสิงคโปร์อาจจะโหลดมาลองใช้กันดูก็ได้ครับ

อ้างอิงข้อมูลจาก ChannelNewsAsia และ Vulcan Post

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

OpenAI บรรลุข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ภายในคืนเดียวกับที่ Anthropic ถูกแบน พร้อมเงื่อนไขที่แทบจะเหมือนกันทุกประการ

OpenAI บรรลุข้อตกลงพัฒนาระบบ AI ลับให้เพนตากอน สวนทาง Anthropic ที่ถูกประธานาธิบดีทรัมป์สั่งแบนและตราหน้าเป็นความเสี่ยง เจาะลึกความขัดแย้งและทิศทาง AI ทางทหาร...

Responsive image

ทรัมป์สั่งแบน Anthropic ออกจากระบบลับของกองทัพ! ชี้เป็น 'ภัยคุกคามห่วงโซ่อุปทาน' เหตุไม่ยอมให้ใช้ AI สอดแนมคน

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งแบน Anthropic และ Claude AI จากกองทัพสหรัฐฯ ชี้เป็นภัยความมั่นคง หลังบริษัทปฏิเสธให้ใช้ AI สอดแนมและคุมอาวุธ กระทบวงการเทคฯ สะเทือนแผน IPO ขณะที่ xAI ของอีลอน มั...

Responsive image

คนไทยใช้เงินซื้อ 'ประสบการณ์' มากขึ้น ดันยอดใช้จ่ายต่างประเทศผ่านทรูมันนี่โต 45%

การฟื้นตัวของการเดินทางต่างประเทศในปี 2569 กำลังสะท้อนผ่านพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทยอย่างชัดเจน แม้เศรษฐกิจยังมีความผันผวน แต่ความต้องการเดินทางกลับมาเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะจุดหมา...