ในวันที่อาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในประเทศไทยขยายตัวจนมีตัวเลขประมาณ 9 ล้านคน หรือคิดเป็นกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของประชากร คำถามที่ตามมาคือเราจะสื่อสารอย่างไรว่าอาชีพนี้คืออะไร มีมาตรฐานแบบไหน และจะเดินไปในทิศทางใดให้ยั่งยืน นี่คือโจทย์ที่สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) ตั้งใจเข้ามาตอบ ผ่านเวทีเสวนาพิเศษหัวข้อ “อนาคตวิชาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และนักขายออนไลน์: ศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และการกำกับดูแล”

เวทีนี้รวมตัวแทนระดับประเทศจากทั้งฝั่งสื่อ เอเจนซี่ และโปรดักชัน ตั้งแต่ คุณขจร เจียรนัยพานิชย์ (คุณเอ็ม) Managing Director บริษัท The Zero Publishing และนายกสมาคม TCCA, คุณสุวิตา จรัญวงศ์ (คุณปู) CEO & Co-Founder บริษัท Tellscore ในฐานะอุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพ, คุณยุทธนา บุญอ้อม (ป๋าเต็ด) Senior Executive Vice President บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, คุณวุฒิธร มิลินทจินดา (คุณวู้ดดี้) CEO & Founder บริษัท วู้ดดี้ เวิลด์, คุณวิชัย มาตกุล Co-Founder & Creative Director บริษัท แซลมอน เฮ้าส์, คุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (คุณหนุ่ย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด, คุณอิสระ ฮาดะ (คุณอิสระ) Co-Founder บริษัท รับทราบ โปรดักชั่น และคุณศรัญญู เพียรทำดี (คุณเบียร์) CEO & Co-Founder บริษัท บัฟ แก๊ก จำกัด
คำถามแรกที่เปิดเวที คือถ้าจะสื่อสารให้คนเข้าใจว่าอาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์คืออะไร เราจะใช้คำว่าอะไรดี ป๋าเต็ดให้คำตอบสั้น ๆ ว่าคำแรกคือ “สร้าง” คือสร้างสื่อและสื่อสารให้ผู้คน เพราะวันนี้บริบทของโฆษณาเปลี่ยนไปจากยุค 15 หรือ 30 วินาที ครีเอเตอร์สามารถเล่าเรื่องในหลายทางมากขึ้น
แต่อีกด้านคือความหลากหลายของรสนิยมที่ทำให้ยากจะจับให้คนมาเข้าใจตรงกัน ป๋าเต็ดยกตัวอย่างว่าประเทศไทยไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ แต่ละพื้นที่มีรสนิยมแตกต่างกัน อีกทั้งระบบ Algorithm ในฟีดยังเสิร์ฟคอนเทนต์ตามสิ่งที่แต่ละคนชอบ จนทำให้รู้สึกว่าโลกหมุนไปในทางที่ตัวเองชอบเสมอ ซึ่งความจริงคนอื่นอาจมองโลกใบเดียวกันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง การมี TCCA จึงเข้ามาขีดเส้นมาตรฐานและเส้นจริยธรรมร่วม ให้ทุกคนยืนอยู่บนเส้นเดียวกัน โดยมีตัวแทนจากเอเจนซี่ร่วมขับเคลื่อน เพื่อให้คำว่า “พลังของครีเอเตอร์” มาพร้อมการสื่อสารอย่างรับผิดชอบ
คุณหนุ่ย พงศ์สุข ขยายภาพต่อว่า ในยุคก่อนโซเชียลมีเดีย การมีไมโครโฟนหรือกล้องต้องผ่านการคัดเลือก ทำให้คนที่สื่อสารเก่งได้พื้นที่ แต่คุณหมอที่พูดไม่เก่งแต่มีข้อมูลแน่น หรือครอบครัวที่ทำอาหารเก่งมาก กลับไม่มีโอกาสเล่าเรื่องของตัวเอง ปัจจุบันคอนเทนต์ที่หลากหลายขึ้นจึงเป็นข้อดี แต่อะไรที่สุดโต่งก็มีข้อพึงระวัง
ประเด็นสำคัญที่คุณหนุ่ยย้ำคือ คำว่าครีเอเตอร์ไม่ได้หมายถึงแค่คนหน้ากล้อง แต่รวมถึงนักตัดต่อ คนทำดนตรีประกอบ ช่างภาพ และนักเขียนสคริปต์ที่เก่ง ๆ ทั้งหมด การยกระดับวงการจึงต้องครอบคลุมคนเบื้องหลัง คุณหนุ่ยถึงขั้นเสนอแนวคิดเรื่อง “ออสการ์ของวงการครีเอเตอร์” ที่ควรมีรางวัลตัดต่อยอดเยี่ยม เพลงประกอบยอดเยี่ยม และ Script Writing ยอดเยี่ยม เพื่อให้กำลังใจคนเบื้องหลังที่อยากเข้าวงการ ไม่ว่าจะถนัดด้านไหนก็ตาม
คุณเบียร์ ศรัญญู จาก Buff Gags เล่าเส้นทางจากการโพสต์แก๊กเล่น ๆ ให้เพื่อนดูเมื่อ 16 ปีที่แล้ว จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อโทรศัพท์มือถือเริ่มถ่ายภาพโปรโมตสินค้าได้ และมีแบรนด์ต่าง ๆ เข้ามาสปอนเซอร์มากขึ้น ตอนนั้นเองที่ทีมรู้สึกว่าจะทำแบบเดิมต่อไปไม่ได้ ต้องมีทีมตัดต่อ กราฟิก และครีเอทีฟเพิ่ม
ปัจจัยที่สองคือเมื่องานเพิ่มขึ้น การทำแบบเดิมจะทำให้ Quality ตามไม่ทัน จึงต้องสเกลทีมเพื่อยกระดับทั้งภาพ เสียง และการตัดต่อ จนในที่สุดก็เปิดเป็นบริษัท พร้อมความรับผิดชอบที่สูงขึ้นตามขนาดของงาน
คุณวิชัยจาก Salmon House พูดถึงสิ่งที่เป็นปัญหาคู่บ้านคู่เมืองของฟรีแลนซ์ไทย แม้จะมี Cash Flow และบัญชีที่มั่นคง แต่เมื่อไม่ได้อยู่ในระบบเงินเดือน การกู้ซื้อบ้านหรือซื้อรถก็ยังเป็นเรื่องยาก เพราะธนาคารมองว่าไม่มั่นคง
ในอดีตเวลาบอกพ่อแม่ว่าอยากเป็นครีเอเตอร์ ครอบครัวมักไม่ยอมรับเพราะมองว่าไม่ใช่อาชีพที่มั่นคง แต่เมื่อยุคเปลี่ยน ครีเอเตอร์สามารถเลี้ยงชีพได้จริงและกลายเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ครอบครัวจึงเริ่มยอมรับมากขึ้น คุณเอ็ม ขจร เสริมว่า สมาคมจะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้ภาครัฐเข้าใจว่าอาชีพนี้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและมี Contribution ต่อสังคม รวมถึงผลักดันให้คนตัวเล็กตัวน้อยและน้อง ๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นเข้าถึงมาตรฐานได้ ผ่านการเทรนนิ่งและ Workshop
คุณอิสระ ชี้ว่าลิขสิทธิ์เป็นปัญหาใหญ่ของวงการ ที่หนักกว่านั้นคือการโดนดูดคลิป บางครั้งคนที่ขโมยคลิปไปกลับได้ยอดวิวมากกว่าต้นฉบับเสียอีก อีกปัญหาคือช่องที่อยู่ ๆ ก็โดนแบน โดยที่ครีเอเตอร์เองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผิดกฎข้อไหนของ Platform ตื่นมาอีกทีช่องก็หายไปแล้ว
คุณเอ็ม ขจร ระบุว่า TCCA จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางเข้าไปเจรจากับ Platform ต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจกฎระเบียบ และในกรณีที่ครีเอเตอร์โดนแบนอย่างไม่เป็นธรรม สมาคมจะช่วยออกหน้าหรืออย่างน้อยช่วยชี้แจงบริบทของคอนเทนต์ไทยให้แพลตฟอร์มเข้าใจ นอกจากนี้ยังจะผลักดันเรื่องการตั้งราคาและ Rate Card กลาง เพื่อไม่ให้เกิดการตัดราคากันเองจนสุดท้ายครีเอเตอร์อยู่ไม่ได้
คุณวู้ดดี้ วุฒิธร มองภาพใหญ่ว่า Brand Safety เป็นหัวใจของ Ecosystem ทั้งระบบ ถ้า Platform เต็มไปด้วยคอนเทนต์ที่ผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสม แบรนด์ก็ไม่กล้าลงโฆษณา และเมื่อแบรนด์ไม่ลง ครีเอเตอร์ก็ไม่มีรายได้ ทุกอย่างเชื่อมโยงกันหมด การที่ TCCA ลุกขึ้นมาสร้างมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพจึงเป็นผลดีกับทั้งครีเอเตอร์ Platform และสปอนเซอร์
ฝั่งภาครัฐและสถาบันการเงิน คุณเอ็ม ขจร ระบุว่าสมาคมจะช่วยออกหนังสือรับรอง หรือทำหน้าที่เป็นหน่วยงานยืนยันว่าอาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์มีตัวตนและมีรายได้ที่ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและผลักดันสวัสดิการให้สมาชิกในอนาคต
ในมุมจรรยาบรรณ คุณปู สุวิตา ในฐานะอุปนายก ระบุว่าครีเอเตอร์ไม่ได้เป็นแค่คนทำคลิปสนุก ๆ อีกต่อไป แต่คือสื่อมวลชนแขนงหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อความคิดของผู้คน เมื่อมีพลังเยอะ ความรับผิดชอบก็ต้องตามมา จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับแบรนด์ใน Tellscore แบรนด์จะกังวลมากเมื่อครีเอเตอร์ทำคอนเทนต์สุ่มเสี่ยงหรือผิดจรรยาบรรณ เพราะกระทบกับ Brand Safety โดยตรง
คุณวู้ดดี้เสริมว่าจรรยาบรรณไม่ใช่กรอบที่มาบีบให้ทำงานไม่สนุก แต่คือเกราะป้องกันตัวครีเอเตอร์เอง และยุคนี้คนดูฉลาดมาก ถ้าหลอกผู้ชมแค่ครั้งเดียว ความน่าเชื่อถือก็พังทันที ขณะที่คุณหนุ่ย จากแบไต๋ ย้ำว่าการรีวิวสายไอทีต้องเป๊ะมาก สินค้าดีก็ต้องบอกว่าดี มีข้อสังเกตก็ต้องกล้าพูด เพราะถ้าอวยทุกอย่างคนดูจะรู้สึกว่ารับเงินมาอวย และเสียเครดิตทั้งวงการ TCCA จึงควรมี Guidelines กลางว่าการเปิดเผย Sponsored Content ควรเป็นมาตรฐานเบื้องต้น
คุณปูชี้ว่าเส้นแบ่งระหว่างครีเอเตอร์กับนักขายออนไลน์เริ่มเบลอเข้าหากัน ป๋าเต็ดมองว่าเป็นวิวัฒนาการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ยุครายการทีวีที่มีช่วงขายของ ทั้ง Tie-in และ Hard Sell มาถึงยุคนี้ที่หลายคนทำคอนเทนต์แล้วปักตะกร้าทันที ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่ประเด็นคือต้องขายอย่างไรไม่ให้ผู้ชมรู้สึกว่าถูกยัดเยียด
คุณอิสระจาก รับทราบ โปรดักชั่น แชร์มุมโปรดักชันว่าบางครั้งลูกค้าบรีฟมาแบบจะเอาโลโก้ใหญ่เท่าบ้าน ทีมต้องพยายามไฟต์กับลูกค้าว่าถ้า Hard Sell ขนาดนี้ คนดูจะปัดทิ้งตั้งแต่ 3 วินาทีแรก หน้าที่ของครีเอเตอร์ยุคนี้คือหาตรงกลางให้เจอระหว่างสิ่งที่แบรนด์อยากได้กับสิ่งที่คนดูอยากดู ขณะที่คุณวิชัยจาก Salmon House เล่าว่าเขียนสคริปต์ครีเอทีฟไปทีไร ลูกค้ามักขอเพิ่มสรรพคุณสินค้าอีกหลายข้อ การมีสมาคมจึงต้องช่วย Educate แบรนด์ด้วยว่าการทำงานกับครีเอเตอร์ไม่ใช่การซื้อสื่อแบบ Billboard สมัยก่อน
คุณเบียร์จาก Buff Gags อยากให้สมาคมเป็นเหมือนคอมมูนิตี้ เพราะตอนเริ่มทำเพจเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ไม่มีใครมาสอน โดนแบนก็งง ลูกค้าเบี้ยวเงินก็ไม่รู้จะปรึกษาใคร ทนายก็ไม่มี TCCA จึงควรเป็นที่พึ่งให้น้อง ๆ ที่เพิ่งเริ่มทำช่อง รู้สึกว่าไม่ได้สู้คนเดียว มีรุ่นพี่คอยให้คำแนะนำ และมีสัญญามาตรฐานให้ใช้ คุณเอ็ม ขจร ยืนยันว่าจะมี Legal Advisor ที่ปรึกษาทางกฎหมาย และ Contract Template กลาง เพื่อป้องกันไม่ให้น้อง ๆ ครีเอเตอร์โดนเอาเปรียบ
ในช่วงท้าย วิทยากรแต่ละคนฝากข้อคิดสั้น ๆ คุณอิสระฝากให้ครีเอเตอร์อย่าหยุดพัฒนาตัวเองและ Upskill ตลอดเวลาเพราะ AI เข้ามาเยอะมาก คุณเบียร์ขอให้ทำคอนเทนต์ด้วยความสนุก หาตัวตนให้เจอ และรักษามาตรฐานของตัวเอง คุณหนุ่ยใช้คำสั้น ๆ ว่า “ความจริงใจ” ต่อคนดู ขณะที่คุณวิชัยฝากถึงลูกค้าให้เชื่อใจครีเอเตอร์มากขึ้น คุณวู้ดดี้มองว่าวงการนี้ยังไปได้อีกไกลถ้าซื่อสัตย์กับตัวเองและกับคนดู ส่วนป๋าเต็ดย้ำว่าสมาคมคือก้าวสำคัญ และอยากให้ทุกคนมาเป็นสมาชิก เพื่อให้เสียงของครีเอเตอร์ดังพอจะไปต่อรองกับทั้ง Platform และภาครัฐ

สำหรับสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย หรือ Thailand Content Creator Association (TCCA) ถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ณ SCBX ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อทำหน้าที่เป็นสมาคมวิชาชีพและองค์กรกลางในการยกระดับครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และนักขายออนไลน์ให้เป็นอาชีพที่มีมาตรฐาน ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้บริบทของ Creator Economy ที่ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดราว 45,000 ล้านบาทและเติบโตเฉลี่ย 25–30 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ภารกิจของสมาคมครอบคลุมตั้งแต่การจัดทำแนวปฏิบัติทางวิชาชีพ นิยามบทบาท Content Creator, Influencer, นักขายออนไลน์ และ KOL ให้ชัดเจน ส่งเสริมความรู้ด้านการเงิน ภาษี และกฎหมาย ผลักดันการเข้าถึงแหล่งทุนและสวัสดิการ เชื่อมโยงกับภาครัฐ ภาคเอกชน และแพลตฟอร์มดิจิทัล ไปจนถึงสนับสนุนการส่งออกคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ

โครงสร้างผู้บริหารของ TCCA ประกอบด้วยคุณขจร เจียรนัยพานิชย์ บรรณาธิการบริหาร RAiNMaker และ iCreator Community เป็นนายกสมาคม ร่วมด้วยอุปนายก 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ คุณสุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-Founder บริษัท Tellscore ดูแลด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพ คุณกล้า ตั้งสุวรรณ CEO & Co-Founder บริษัท Wisesight (Thailand) ดูแลด้านการยกระดับครีเอเตอร์สู่สื่อสาธารณะ และคุณอิสระ ฮาตะ Co-Founder บริษัท รับทราบ โปรดักชั่น ดูแลด้านมาตรฐานวิชาชีพครีเอเตอร์ พร้อมคณะที่ปรึกษาจากหลากหลายภาคส่วนของอุตสาหกรรม ผู้ที่สนใจสมัครสมาชิกหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ Facebook สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย – TCCA หรือ LINE OA: @tcca
ที่มา: เนื้อหาจากเวทีเสวนาพิเศษ “อนาคตวิชาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และนักขายออนไลน์: ศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และการกำกับดูแล” โดยสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA)
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด