
TDPA หรือสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้ร่วมก่อตั้ง 4 ราย ได้แก่ Grab, Lazada, LINE MAN Wongnai และ Shopee
สมาคมจัดตั้งขึ้นในรูปแบบสมาคมการค้า มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการแพลตฟอร์มดิจิทัลในการหารือและให้ข้อเสนอแนะด้านนโยบายกับหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแล การแข่งขันในตลาด มาตรฐานข้อมูลและการคุ้มครองผู้บริโภค
ข้อมูลจากรายงาน e-Conomy SEA Report 2025 โดย Google, Temasek และ Bain & Company ระบุว่ามูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 1.73 ล้านล้านบาท หรือ 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 16% จากปีก่อนหน้าและมีขนาดเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยภาคอีคอมเมิร์ซเป็นสัดส่วนหลักของตลาด ตามด้วยธุรกิจขนส่งออนไลน์ บริการส่งอาหารและสื่อดิจิทัล
พันโทหญิง ดร. ธมกร ศุภธนรังสี นายกสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย กล่าวว่า การก่อตั้ง TDPA ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย เพราะวันนี้เศรษฐกิจดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงหนึ่งในภาคธุรกิจอีกต่อไป แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานและแรงขับหลักของการเติบโตประเทศ คิดเป็นสัดส่วนราว 10% ของ GDP และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ภารกิจของ TDPA คือการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ เชื่อมโยงผู้ให้บริการ ผู้บริโภค และผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันพัฒนากรอบนโยบายที่สมดุล โปร่งใส เปิดกว้างต่อการแข่งขันและยึดหลักความรับผิดชอบร่วมกัน โดยเชื่อว่าการกำกับดูแลที่แม่นยำและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลจะเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
TDPA ยึดมั่นใน 4 ค่านิยมหลัก ได้แก่ ความเป็นกลางและการแข่งขันที่เป็นธรรม การกำกับดูแลที่เน้นวัตถุประสงค์ ความโปร่งใสและความไว้วางใจ และการส่งเสริมทักษะดิจิทัลและการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ
การรวมตัวของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่ภายใต้โครงสร้างองค์กรเดียวครั้งนี้ จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมแพลตฟอร์มไทย ที่ต้องการมีบทบาทเชิงรุกในการเสนอความเห็นต่อทิศทางการกำกับดูแลในประเทศอย่างเป็นระบบมากขึ้น
ในช่วงไม่ถึงสามทศวรรษที่ผ่านมา แพลตฟอร์มดิจิทัลได้เปลี่ยนโครงสร้างการทำธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ จากระบบที่เคยแยกชัดเจนระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขายและผู้ให้บริการ กลายเป็นระบบ 'หลายฝ่าย' ที่เชื่อมโยงกันผ่านเทคโนโลยีเดียวกัน
ความเปลี่ยนแปลงนี้สร้างทั้งโอกาสทางเศรษฐกิจและความท้าทายด้านการกำกับดูแล ภาครัฐต้องทำงานกับผู้เล่นจำนวนมาก ขณะที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวกับกติกาที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
TDPA จึงตั้งเป้าทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางในการสร้างบทสนทนา สะท้อนมุมมองจากผู้เล่นในอุตสาหกรรมและช่วยออกแบบระบบนิเวศที่สมดุล ไม่สร้างภาระเกินจำเป็น แต่ยังคงรักษาผลประโยชน์สาธารณะไว้ได้
จุดยืนสำคัญของสมาคมคือ 'ความเป็นกลาง' และ 'การแข่งขันที่เป็นธรรม' โดยมุ่งสะท้อนมุมมองของแพลตฟอร์มดิจิทัลในภาพรวม ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของรายใดรายหนึ่ง
ในขณะเดียวกันสมาคมย้ำว่าเศรษฐกิจเสรีต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ แพลตฟอร์มไม่สามารถเติบโตได้ หากผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น ประเด็นอย่างความปลอดภัยในการชำระเงิน การยืนยันตัวตนผู้ขาย คุณภาพสินค้า การจัดส่งตรงเวลาและการดูแลหลังการขาย จึงเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างระบบที่ยั่งยืน
สมาคมยังเสนอแนวคิด 'ความรับผิดชอบร่วมกัน' ที่ทุกฝ่ายในระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อ ผู้ขาย แพลตฟอร์ม ภาครัฐหรือภาคประชาสังคม ต้องมีบทบาทในการทำให้เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตอย่างสมดุล
Shopee: สนับสนุน SME มานานกว่า 10 ปี โดยลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาระบบเพื่อช่วยผู้ประกอบการ (เช่น ระบบโฆษณา, Creator Economy) ช่วยให้ SME สามารถสร้างแบรนด์ของตนเองและมีรายได้ที่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังสนับสนุนผู้ผลิต ผู้ขายและผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และบรรจุภัณฑ์
Lazada: พัฒนาระบบโครงสร้างที่ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายพบกันได้อย่างสบายใจ ทำหน้าที่เป็นตลาดกลางที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยในการชำระเงิน โลจิสติกส์ และการดูแลหลังการขาย รวมถึงจัดหาเครื่องมือให้ SME สามารถแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ในตลาดโลกได้
Grab: พันธกิจคือการขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งขับเคลื่อนโดย SME ให้ก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูล เช่น AI Merchant Assistant ช่วยวิเคราะห์เทรนด์และปรับเมนู, GrabFinancial ช่วยปล่อยสินเชื่อให้ผู้ขับและร้านค้าที่ไม่สามารถเข้าถึงธนาคารได้ รวมถึงช่วยพัฒนาแบรนด์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับภูมิภาค
LINE MAN Wongnai: ในฐานะแพลตฟอร์มที่พัฒนาโดยคนไทยและมุ่งเน้นตลาดไทย 100% สามารถเข้าถึงระดับอำเภอ ช่วยร้านอาหารเล็กๆ ในชุมชนใช้เทคโนโลยีเพื่อเข้าถึงลูกค้าและขยายตลาดได้ง่ายขึ้น ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำ นอกจากนี้ยังลงทุนในนวัตกรรมดิจิทัล โดยมีวิศวกรสายเทคกว่า 600 คน (100 คนเป็น AI และ Data Engineer) ซึ่งแสดงถึงการยกระดับศักยภาพคนไทยตั้งแต่ SME ชุมชนไปจนถึงเทคโนโลยีขั้นสูง
หนึ่งในเหตุผลสำคัญของการจัดตั้งสมาคม คือการลดภาระของภาครัฐในการรับฟังความเห็นจากแพลตฟอร์มจำนวนมากกว่า 200 แห่ง โดยสมาคมจะช่วยกลั่นกรองมุมมองและนำเสนอภาพรวมของอุตสาหกรรม
TDPA เสนอขอมี 'ที่นั่งบนโต๊ะเจรจา' เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกและช่วยให้การออกกฎหมายสะท้อนลักษณะเฉพาะของธุรกิจแพลตฟอร์ม ซึ่งแตกต่างจากโมเดลเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม
การทำงานภายในสมาคมใช้ระบบฉันทามติ ไม่มีการโหวต เพื่อรักษาความเป็นกลางและหลีกเลี่ยงไม่ให้การแข่งขันทางธุรกิจมากระทบต่อบทบาทเชิงนโยบาย ขณะที่การจัดการข้อร้องเรียน สมาคมจะทำหน้าที่เป็นผู้ส่งต่อข้อมูลไปยังแพลตฟอร์มเจ้าของเรื่องโดยตรง เนื่องจากไม่มีอำนาจบังคับใช้กับสมาชิกแต่ละราย
ในระยะต่อไป TDPA ตั้งเป้าเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับภาครัฐในประเด็นด้านนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล
ขณะเดียวกัน แต่ละแพลตฟอร์มยังคงดำเนินธุรกิจและแข่งขันกันตามปกติในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การรวมตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่การลดทอนการแข่งขัน แต่เป็นการสร้างกลไกกลางเพื่อให้การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยมีทิศทางที่ชัดเจน สมดุลและยั่งยืนมากขึ้น
ท้ายที่สุด บทบาทของสมาคมจะวัดผลได้จากความสามารถในการทำให้เศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว 'จับต้องได้จริง' และสร้างประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยและผู้บริโภคในวงกว้าง ไม่ใช่เพียงตัวเลขมูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด