
ในช่วงวันที่ 19-23 มกราคม 2569 ประเทศไทยมีภารกิจสำคัญคือการเยือนงานประชุมดาวอส 2026 หรือ World Economic Forum Annual Meeting 2026 ซึ่งมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำทัพ "ทีมไทยแลนด์" ทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงานประชุมครั้งนี้ โดยประเดิมภารกิจวันแรกด้วยการพบปะระดับท็อปทั้งผู้นำองค์กรการเงินโลก และผู้บริหาร Tech Company ยักษ์ใหญ่
ไฮไลต์สำคัญในวันแรกคือการเข้าพบ Mr.Ajay Banga ประธานธนาคารโลก (World Bank) เพื่อหารือทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณความพร้อมขั้นสูงสุดของไทย ก่อนที่จะะรับบทบาทเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF–World Bank Group Annual Meetings ในเดือนตุลาคม 2569 ที่จะถึงนี้
นอกจากนี้ยังได้พูดคุยกับ Mr. Mirek Dusek กรรมการผู้จัดการ World Economic Forum (WEF) และ Mr. John Dutton หัวหน้าโครงการ Uplink ของ WEF เพื่อเชื่อมโยงเครือข่าย Startup ไทยสู่เวทีโลก พร้อมกับเน้นย้ำเรื่อง ESG ที่เป็นเทรนด์หลักที่ภาคเอกชนทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น
ในพาร์ทของการดึงดูดเม็ดเงินและเทคโนโลยี ทีมไทยแลนด์ได้เข้าไปหารือกับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เพื่อเร่งรัดการลงทุนและเร่งสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และเทคโนโลยี AI รวมถึงการยกระดับทักษะดิจิทัลของคนไทย ได้แก่
หลังจากประกาศแผนลงทุนระยะยาว 15 ปี มูลค่ากว่า 1.5 แสนล้านบาทในประเทศไทย พร้อมกับเริ่มเปิด Data Center ในไทยไปแล้ว 3 แห่ง ทีมไทยแลนด์ได้หารือถึงการเข้าร่วมโครงการ Cloud First ของรัฐบาลไทย พร้อมขอให้ AWS ให้ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย เพื่อผลิตบุคคลากรโดยเฉพาะตำแหน่ง ‘วิศวกรดาต้าเซ็นเตอร์’ (Data Center Engineering) ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมาก
ผู้นำด้าน Cloud และ AI ของโลก ที่เข้ามาประกาศแผนลงทุนใน Data Center และบริการ Cloud ในไทยตั้งแต่ปี 2567 โดยปัจจุบันได้เริ่มมีการลงทุนร่วมกับบริษัทไทยหลายบริษัท อีกทั้งมีความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐหลายแห่ง รวมถึงกระทรวงดิจิทัลฯ ในการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและ AI ให้กับบุคลากรและนักศึกษาไทย ตลอดจนสนับสนุนการนำคลาวด์ไปใช้ในระบบงานภาครัฐเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

แพลตฟอร์มที่นับว่าทรงอิทธิพลแห่งยุค โดยมีแผนลงทุนในไทยรวมกว่า 2.7 ล้านบาท ซึ่งมีการลงทุนในเฟสแรกแล้วกว่า 30,000 ล้านบาท และมีการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในไทยหลายแห่ง ครั้งนี้ทีมไทยแลนด์ได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการดันไทยขึ้นเป็น Regional Content Hub ของภูมิภาค รวมถึงการหาโอกาสต่อยอดไปสู่การเป็นฐานกิจกรรมอื่น ๆ
ยักษ์ใหญ่ด้าน Tech Consult จากอินเดียที่กำลังมาแรง มีความเชี่ยวชาญด้านการช่วยองค์กรทำ Digital Transformation โดยทีมไทยแลนด์ได้หารือถึงแนวโน้มเทคโนโลยีและทิศทางการลงทุนด้านดิจิทัล ตลอดจนโอกาสการเพิ่มความร่วมมือในการยกระดับระบบนิเวศดิจิทัลของไทย โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีคลาวด์และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในภาครัฐ ภาคการเกษตร และอุตสาหกรรมการผลิต รวมทั้งการพัฒนาทักษะบุคลากรไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด