Tellscore เปิดตัว 'Content Score' เครื่องมือวิเคราะห์คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย เปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็น 'คำตอบ' สำหรับนักการตลาด

Tellscore แพลตฟอร์มด้านการตลาดสัญชาติไทย จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว 'Content Score' เครื่องมือซอฟต์แวร์ตัวใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียอย่างรอบด้าน โดยคุณสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Tellscore ขึ้นเวทีนำเสนอวิสัยทัศน์และสาธิตผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง

จาก 9 ปีของประสบการณ์สู่เครื่องมือที่ตลาดต้องการ

คุณสุวิตาเล่าว่า Content Score เกิดจากปัญหาที่ Tellscore สั่งสมมาตลอด 9 ปีของการทำงานด้านการตลาดผ่านคอนเทนต์ (Content Marketing) นั่นคือ ตัวเลขที่นักการตลาดเห็นอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นยอดวิว ยอดไลก์ ยอดแชร์ หรือยอดการเข้าถึงกลายเป็นสิ่งที่หลายคนตั้งคำถามว่าเป็นเพียง 'ตัวชี้วัดที่ดูดีแต่ไม่มีความหมาย' (Vanity Metrics) มากน้อยแค่ไหน

'ยอดวิวเดี๋ยวนี้มันเป็นยังไงไม่รู้ ดูเยอะแต่ส่งผลต่อธุรกิจมากแค่ไหนกันแน่' 

คุณสุวิตากล่าวถึงเสียงสะท้อนจากผู้บริหารระดับสูงที่มาร่วมงาน พร้อมชี้ว่าปัจจุบันสื่อมีการกระจายตัวสูงมาก ทำให้นักการตลาดต้องการ 'ความหมาย' ที่แท้จริงของข้อมูลเหล่านั้น

Content Score ทำงานอย่างไร

หลักการทำงานของ Content Score ไม่ซับซ้อน ผู้ใช้เพียงนำลิงก์คอนเทนต์จากโซเชียลมีเดียต่าง ๆ มาใส่ในระบบ ไม่ว่าจะเป็น 15, 35 หรือ 50 ลิงก์ ตามขอบเขตของแคมเปญ จากนั้นกดสร้างรายงาน ระบบก็จะประมวลผลออกมาเป็นรายงานการตลาด (Marketing Report) ความยาว 5-60 หน้า

สิ่งที่ทำให้ Content Score แตกต่างคือแหล่งข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ คุณสุวิตาเรียกว่า 'สัญญาณ' ซึ่งไปไกลกว่าข้อมูลประชากรศาสตร์ และจิตวิทยาศาสตร์ทั่วไป โดยระบบจะดึงข้อมูลจากหลายมิติ ได้แก่

  • การถอดเสียงวิดีโอเป็นข้อความ และการจดจำภาพ 
  • ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และการวิเคราะห์อารมณ์ความรู้สึกจากปฏิกิริยาของผู้ชม
  • ระยะเวลาการรับชมทั้งที่ 50%, 75% และ 100%
  • ตัวชี้วัดประสิทธิภาพต่าง ๆ เช่น อัตราการมีส่วนร่วม ยอดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ และบันทึก
  • โปรไฟล์ผู้ชม จิตวิทยาพฤติกรรม และการรับรู้แบรนด์ 

ใช้กรอบการตลาดยุคใหม่ ไม่ใช่กรวยอายุ 50 ปี

จุดที่คุณสุวิตาเน้นย้ำว่าเป็นความภูมิใจของ Content Score คือการนำกรอบการตลาดยุคใหม่มาใช้เป็นแกนหลักในการวิเคราะห์ โดยเฉพาะกรอบ RACE Funnel ที่ออกแบบมาสำหรับโลกดิจิทัลโดยเฉพาะ แทนที่จะใช้กรอบ AIDA แบบดั้งเดิมที่มีมากว่า 50 ปี ซึ่งจบลงที่การปิดการขาย

'การสร้างแบรนด์มันไม่ได้จบแค่ปิดการขาย แต่ยังต้องสร้างการสะท้อนกลับต่อ สร้างความภักดี สร้างการบอกต่อ และกระตุ้นให้เกิดคอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างเองได้มากขึ้น' คุณสุวิตากล่าว

ระบบยังผสานการวิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนแบบ 2 มิติ (Two Dimensional SWOT) เข้ากับกรอบ Funnel เพื่อให้ภาพที่ครบถ้วนของสถานะแบรนด์ในแต่ละขั้นตอน

รายงานออกมาในรูปแบบไหน?

เนื้อหาของรายงานแบ่งออกเป็น 3 หมวดหลัก

หมวดที่ 1 แดชบอร์ดประสิทธิภาพคอนเทนต์ (Content Performance Dashboard) 

สรุปภาพรวมทั้งแคมเปญ ระบุว่าครีเอเตอร์คนไหนเป็นอันดับหนึ่ง คอนเทนต์ชิ้นไหนทำผลงานดีที่สุด พร้อมเจาะลึกรายชิ้นตั้งแต่ยอดการเข้าถึง ยอดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ บันทึก ไปจนถึงอัตราการมีส่วนร่วม นอกจากนี้ยังวิเคราะห์ความคิดเห็นเชิงลึกเป็นพันคอมเมนต์ ซึ่งคุณสุวิตาเรียกว่าเป็น 'อาหารอันโอชะ' ของรายงานเล่มนี้ เพราะสะท้อนการรับรู้แบรนด์ได้อย่างตรงจุด พร้อมให้คำแนะนำว่าควรปรับสารอย่างไร ควรจูนตัวชี้วัด KPI หรือเพิ่ม Call to Action หรือไม่ รวมถึงระบุว่าควรร่วมงานกับครีเอเตอร์คนไหนซ้ำ โดยพิจารณาจากอัตราการมีส่วนร่วมและอารมณ์ความรู้สึกเชิงบวกต่อแบรนด์

หมวดที่ 2 การวิเคราะห์เปรียบเทียบ (Comparative Analysis)

เปรียบเทียบแบรนด์กับคู่แข่งที่ผู้ใช้ระบุเอง ไม่ใช่ระบบเลือกให้ โดยเทียบการรับรู้แบรนด์ในรอบ 1 ปี ผ่านแผนภูมิเรดาร์ ที่แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ไหนแข็งแกร่งในด้านการมีส่วนร่วม การรับรู้ การเปลี่ยนเป็นลูกค้าหรือแม้แต่การสร้างการสะท้อนกลับหลังการขาย พร้อมค่าเกณฑ์เปรียบเทียบ เพื่อให้เห็นว่าต้องต่อยอดอีกกี่เปอร์เซ็นต์

หมวดที่ 3 ตารางการขยายฐานผู้ชม (Audience Expansion Matrix)

เป็นตาราง 4 ช่อง (Quadrant) ที่ Tellscore คำนวณขึ้นเอง แบ่งเป็น

  • บนซ้าย — ฐานลูกค้าปัจจุบัน (Core Audience): กลุ่มที่แบรนด์ทำอยู่แล้ว เช่น กลุ่ม Gen Z ในเมืองที่ชอบอาหารสำเร็จรูป (Ready to Eat) รสเกาหลี
  • บนขวา — เป้าหมายสูงสุด: กลุ่มที่มีสัญญาณความต้องการซื้อสูง คุณสุวิตาเน้นว่า 'ถ้าพาแบรนด์ไปอยู่บนขวาได้ คือชนะ'
  • ล่างซ้าย — โซนปลอดภัย (Adjacent Expansion): กลุ่มที่หน้าตาใกล้เคียงลูกค้าเดิมแต่สัญญาณการซื้อต่ำ ของบประมาณง่ายแต่ไม่แนะนำให้โฟกัส
  • ล่างขวา — โซนทดลอง (Risk / New Learner): เหมาะกับแบรนด์ใหญ่ที่ต้องการทดสอบตลาดใหม่ด้วยการทดสอบ A/B (A/B Testing)


ทำไมต้องตอนนี้?

คุณสุวิตาชี้ว่าปี 2025-2026 เป็นช่วงที่คำว่า 'ความเชื่อมั่น' และ 'ชุมชน' กลายเป็นหัวใจของการทำการตลาด ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทายหลายด้าน ทั้งคอนเทนต์ที่สร้างโดย AI จำนวนมหาศาลจนผู้บริโภคเริ่มแยกไม่ออกว่าใครพูด ปรากฏการณ์ห้องเสียงสะท้อน (Echo Chamber) จากอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม สภาวะเศรษฐกิจที่กดดัน และความขัดแย้งในระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศการตลาดทั้งหมด

'นักการตลาดเหนื่อยและล้ามาก เราเลยคิดว่าอยากจะเปิดตัวเครื่องมือนี้ ซึ่งเราใช้ในองค์กรเราเองมาก่อน แล้วลูกค้าหลายท่านก็ชอบ' คุณสุวิตากล่าว

Content Score เป็นผลิตภัณฑ์ล่าสุดจาก Tellscore ที่ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านการตลาดผ่านครีเอเตอร์มากว่า 9 ปี ผู้สนใจสามารถติดต่อ Tellscore เพื่อรับสิทธิ์ทดลองใช้งาน

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

LINE SCALE UP สนับสนุน Venture Spark Cohort 2: เปิดโอกาสเข้าถึงผู้ใช้กว่า 56 ล้านคนในประเทศไทย ร่วมกับ depa, ExpresSo NB และ InnoSpace (Thailand)

Venture Spark เปิดตัว Cohort 2 จับมือ LINE SCALE UP มอบโอกาสให้สตาร์ทอัพเข้าถึงผู้ใช้ 56 ล้านคน พร้อมรับการสนับสนุนจาก depa, ExpresSo NB และ InnoSpace เพื่อเร่งการเติบโตและระดมทุนร...

Responsive image

หมดยุคโปรแกรมเมอร์จบใหม่? Andrej Karpathy ผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI เผย AI ช่วยเขาเขียนโค้ดไปแล้วถึง 80%

Andrej Karpathy ไม่เขียนโค้ดเองตั้งแต่ธันวาคม 2025 หลัง AI Agents เข้ามาทำแทน 80% ข้อมูลชี้ตำแหน่ง Junior Dev ลดลง 40% ขณะที่ยุค 'Agentic Engineering' กำลังเปลี่ยนโฉมอาชีพนักพัฒนาซ...

Responsive image

One Person Company คืออะไร บริษัทคนเดียวที่จะเกิดขึ้นได้เพราะ AI Agents

ส่องอนาคต One Person Company (OPC) เมื่อ AI Agents อย่าง Claude Cowork และ OpenClaw เปลี่ยนคนคนเดียวให้เป็นกองทัพ เจาะลึก Playbook ของ Tim Cortinovis ที่จะเปลี่ยนคุณให้เป็น Solo Un...