ExpresSo NB, Betagro Ventures, ZERO TO ONE by SCG, Venture Lab by MFEC, VISUP, INNOPOWER, Cleverse และ InnoSpace (Thailand) ร่วมก่อตั้ง Venture Builder Network เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ยกระดับมาตรฐาน และขยายโอกาสการเข้าถึงโมเดล Venture Building ในวงกว้าง

8 องค์กรผู้ขับเคลื่อน Corporate Venture Building แถวหน้าของประเทศไทย ได้แก่ ExpresSo NB, Betagro Ventures, ZERO TO ONE by SCG, Venture Lab by MFEC, VISUP, INNOPOWER, Cleverse และ InnoSpace (Thailand) ประกาศร่วมกันจัดตั้ง Venture Builder Network (VBN) เครือข่ายความร่วมมือแรกในประเทศสำหรับอุตสาหกรรม Venture Building
เครือข่ายนี้จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่: การแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติระหว่างสตูดิโอสมาชิก, การร่วมกันพัฒนามาตรฐานการดำเนินงานและการกำกับดูแลกิจการ (Governance) และการเปิดเส้นทางสู่วงการนี้ให้แก่กลุ่มผู้ก่อตั้ง (Founders), ผู้บริหารปฏิบัติการ (Operators) และนักวิจัยที่ยังไม่เคยสัมผัสกับโมเดลดังกล่าวมาก่อน
สมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งล้วนเป็นองค์กรที่บุกเบิกและมีความเชี่ยวชาญในโมเดลนี้ระดับแถวหน้าของไทย:
โมเดล Venture Building วางตัวอยู่กึ่งกลางระหว่างสองเส้นทางที่คุ้นเคย: ระหว่างการออกไปเริ่มต้นธุรกิจเดี่ยว ๆ ด้วยตนเองที่ต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งหมดไว้คนเดียว หรือการพยายามผลักดันไอเดียภายในองค์กรใหญ่ ซึ่งมักมีข้อจำกัดด้านอิสระในการบริหารให้เป็นธุรกิจของตนเองอย่างแท้จริง
Venture Builder เข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ แทนที่จะเน้นการเลือกลงทุนในบริษัทที่มีคนอื่นก่อตั้งไว้แล้ว องค์กร Venture Builder จะเป็นผู้ริเริ่มโอกาสทางธุรกิจขึ้นมาเอง ทำการตรวจสอบความต้องการของตลาด (Market Validation), รวบรวมทีมผู้ก่อตั้ง, จัดสรรเงินทุนจากงบประมาณของตนเอง พร้อมทั้งเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่หากผู้ก่อตั้งอิสระทำเองอาจต้องใช้เวลาสร้างนานหลายปี ไม่ว่าจะเป็นระบบบัญชีการเงิน, กฎหมาย, ข้อกำหนดและระเบียบต่าง ๆ, ช่องทางการจัดจำหน่าย ตลอดจนการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มแรก โดยบริษัทจะบริหารงานโดย Founder in Residence ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดำเนินงานที่สตูดิโอคัดเลือกเข้ามา รับผิดชอบโจทย์ธุรกิจและงบประมาณที่กำหนดไว้ พร้อมอำนาจเต็มในการผลักดันให้เกิดเป็นธุรกิจที่ยืนหยัดได้จริง
หัวใจเชิงกลยุทธ์ของโมเดลนี้คือ การผสมผสานข้อดีสองขั้วที่ยากจะรวมเข้าด้วยกันด้วยวิธีอื่น นั่นคือความเร็วและความยืดหยุ่นของสตาร์ทอัพ เข้ากับแต้มต่อที่สามารถหาได้จากกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เท่านั้น
ธุรกิจเหล่านี้ดำเนินงานในฐานะนิติบุคคลแยกส่วน มีผู้บริหารและสิทธิในการตัดสินใจเป็นของตนเอง โดยไม่ต้องยึดติดกับรอบการวางแผนหรืองานอนุมัติอันซับซ้อนของธุรกิจหลักในองค์กรแม่ สิ่งที่นำมาจากองค์กรแม่คือจุดที่สตาร์ทอัพทั่วไปมักขาดแคลนมากที่สุด: ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเชิงลึก, ซัพพลายเชน, เครือข่ายการจัดจำหน่าย, ความเข้าใจด้านกฎระเบียบ และบ่อยครั้งคือการมีลูกค้ากลุ่มแรกตั้งแต่วันแรก ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาการพัฒนาเชิงพาณิชย์จากหลายปีให้เหลือเพียงไม่กี่เดือน
หากบริหารจัดการได้ดี โมเดลนี้จะสร้างธุรกิจที่เคลื่อนที่ได้ไวเหมือนสตาร์ทอัพ แต่มีทรัพยากรระดับยักษ์ใหญ่คอยหนุนหลัง ทว่าหากดำเนินการไม่ถูกทาง ก็อาจไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งสองฝั่ง กลายเป็นเพียงโครงการภายในองค์กรที่สวมชื่อตำแหน่งว่าเป็นผู้ก่อตั้ง หรือเป็นสตาร์ทอัพที่ไม่สามารถดึงความได้เปรียบจากองค์กรแม่มาใช้ได้เลย การรักษามาตรฐานให้อยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องจึงเป็นระเบียบวิธีที่สมาชิก VBN ตั้งใจร่วมกันพัฒนาอย่างจริงจัง
สมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง VBN เห็นพ้องต้องกันว่า อุปสรรคของ Venture Building ในไทยไม่ได้อยู่ที่เงินทุนหรือไอเดีย แต่อยู่ที่ระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนในศาสตร์นี้
เส้นทางอาชีพนี้ยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ตัวเลือกของบุคลากรที่ก้าวเข้ามายังมีจำกัด นอกจากนี้ แนวทางปฏิบัติระหว่างแต่ละองค์กรยังมีความแตกต่างกันมาก ทั้งในแง่ของโมเดลการทำงาน, ธรรมาภิบาล และข้อตกลงสำหรับผู้ก่อตั้ง โดยที่ยังไม่มีเกณฑ์อ้างอิงร่วมกัน ประกอบกับตลาดในประเทศยังต้องการเคสความสำเร็จจาก Venture Building ในจำนวนที่มากพอเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับโมเดลนี้
ความท้าทายเหล่านี้เป็นอุปสรรคของระบบนิเวศโดยรวม ไม่ใช่เรื่องการแข่งขันทางธุรกิจ และไม่มีองค์กรใดสามารถแก้ไขได้เพียงลำพัง ภารกิจเร่งด่วนของ VBN จึงประกอบด้วย การเผยแพร่เนื้อหาและองค์ความรู้ให้เข้าใจง่ายว่า Venture Building ทำงานอย่างไรในทางปฏิบัติ, การร่วมกันพัฒนามาตรฐานกลางระหว่างสตูดิโอสมาชิก และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในไทย เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา และนักวิจัยได้สัมผัสและเข้าถึงสายงานนี้โดยตรง
"การสร้างธุรกิจเป็นเรื่องยาก และในช่วงเริ่มต้นมักจะโดดเดี่ยว" นายกิตติศักดิ์ ปัญญจิรกุล Chief Venture Builder ของ ExpresSo NB กลุ่ม ปตท. กล่าว "Venture Builder จะมีคุณค่าและบทบาทอย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อสามารถมอบสิ่งที่ผู้ก่อตั้งไม่สามารถหาได้จากที่อื่น นั่นคือการสนับสนุนอย่างจริงจังตั้งแต่ขั้นตอนการพิสูจน์ตลาดไปจนถึงการระดมทุน เราเชื่อมั่นว่าโมเดลนี้จะช่วยปลดล็อกศักยภาพของบุคลากรไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม Climate Tech และ AI"
"ธุรกิจของเราขยับตัวด้วยความเร็วของสตาร์ทอัพ แต่เปิดตัวพร้อมซัพพลายเชน ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และการเข้าถึงตลาดที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำ ซึ่งเป็นแต้มต่อที่ผู้ก่อตั้งทั่วไปอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสร้างได้" นายชยธร แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจโภชนาการสัตว์และธุรกิจใหม่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าว "การสร้างจุดสมดุลนี้ยากกว่าที่คิด และจำเป็นต้องอาศัยแบบแผนที่เป็นระบบมากกว่าการวางเดิมพันเป็นครั้งคราว ที่ผ่านมาเราต่างพัฒนาแนวทางของตนเองแบบแยกส่วน VBN จึงเป็นพื้นที่ให้เราได้เรียนรู้ร่วมกันและสร้างมาตรฐานที่ผู้ก่อตั้งไว้วางใจได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศมากกว่าผลสำเร็จของสตาร์ทอัพเพียงรายใดรายหนึ่ง"
"ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมักใช้ต้นทุนสูงและใช้เวลานานในการออกสู่ตลาด โดยเฉพาะเมื่อผู้ก่อตั้งต้องเริ่มสร้างขีดความสามารถด้านธุรกิจ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมตั้งแต่ศูนย์" นางสาวโชติมา สิทธิชัยวิเศษ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวนเจอร์ แล็บ จำกัด กล่าว "บทบาทของเราคือการย่นระยะเวลาการเดินทางนั้น ด้วยการผสานองค์ความรู้ด้านการสร้างธุรกิจ ศักยภาพทางเทคโนโลยีของ MFEC และเครือข่ายพันธมิตรที่หลากหลาย ช่วยให้เราขับเคลื่อนตั้งแต่การพิสูจน์ตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเปิดตัวสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น"
ข้อมูลเกี่ยวกับ Venture Builder Network (VBN)
Venture Builder Network คือเครือข่ายความร่วมมือของผู้สร้างธุรกิจ (Venture Builder) ชั้นนำของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในปี 2569 โดย ExpresSo NB, Betagro Ventures, ZERO TO ONE by SCG, Venture Lab by MFEC, VISUP, INNOPOWER, Cleverse และ InnoSpace (Thailand) มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาระบบนิเวศ Venture Building ของไทยให้เติบโต ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การกำหนดมาตรฐานร่วมกัน และการสร้างคอมมูนิตี้ที่เข้มแข็ง
เกี่ยวกับ ExpresSo NB
ExpresSo NB คือหน่วยงานด้านนวัตกรรมองค์กรของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยทีม Venture Builder มีบทบาทในการบ่มเพาะธุรกิจด้าน Climate Tech และ AI พร้อมดึงเอาจุดแข็งและทรัพยากรของกลุ่ม ปตท. มาช่วยเร่งการเติบโตของธุรกิจใหม่ นอกจากนี้ ExpresSo NB ยังลงทุนในกองทุนรวมและสตาร์ทอัพกลุ่ม Deep-Tech ทั่วโลก
เกี่ยวกับ Betagro Ventures
Betagro Ventures คือหน่วยงานด้านการลงทุนและการสร้างธุรกิจนวัตกรรมของเครือเบทาโกร ดำเนินงานบริหารกองทุนมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ควบคู่ไปกับสตูดิโอ Venture Building ที่มุ่งเน้นกลุ่ม FoodTech, AgriTech และ Precision Health โดยมีพอร์ตโฟลิโอครอบคลุม 15 บริษัทใน 3 ทวีป รวมถึงสตาร์ทอัพที่สร้างขึ้นเอง อาทิ Meatly, Foodium, blüüm, Talad และ FarmTech
เกี่ยวกับ ZERO TO ONE by SCG
ZERO TO ONE by SCG คือ Corporate Venture Builder ที่ขับเคลื่อนเป้าหมาย "องค์กรแห่งความเป็นไปได้" (Organisation of Possibilities) ของเอสซีจี ด้วยประสบการณ์กว่า 9 ปี ในการส่งเสริมบุคลากรภายในสู่การเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurs และ Intrapreneurs) โดยนำศักยภาพและทรัพยากรของเอสซีจีมาต่อยอดสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ผ่านหลากหลายเส้นทาง ทั้งการแยกตัวเป็นบริษัทใหม่ (Spin-offs) และการสเกลเป็นธุรกิจภายใน ปัจจุบันมีพอร์ตโฟลิโอครอบคลุม 5 บริษัท Spin-off เช่น Dezpax (ระดับ Series A+) และ NaYoo (ระดับ Pre-Series A) รวมถึงอีก 6 ธุรกิจที่ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยธุรกิจในเครือเอสซีจี
เกี่ยวกับ Venture Lab by MFEC
Venture Lab คือบริษัทผู้สร้างธุรกิจในเครือ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) มุ่งเน้นการเปลี่ยนโอกาสทางธุรกิจที่ผ่านการตรวจสอบแล้วให้เป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ผสานความเชี่ยวชาญด้านการปั้นธุรกิจเข้ากับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของ MFEC เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพตั้งแต่การวิจัยตลาดและลูกค้า การตรวจสอบไอเดีย ไปจนถึงกลยุทธ์การบุกตลาด พอร์ตโฟลิโอประกอบด้วย Talance แพลตฟอร์มสรรหาบุคลากรสายเทค, CrowdAbout แพลตฟอร์มวิจัยตลาดและข้อมูลลูกค้า และ ThaiGo แอปพลิเคชันการเดินทางและรวบรวมเนื้อหาท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ
เกี่ยวกับ VISUP
VISUP คือ DeepTech Venture Builder ภายใต้สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) เปลี่ยนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สู่ธุรกิจที่ขยายขนาดได้ โดยทำงานร่วมกับนักวิจัยและผู้ก่อตั้งสาย Deep-Tech อย่างใกล้ชิด สนับสนุนตั้งแต่การพิสูจน์เทคโนโลยี การต่อยอดเชิงพาณิชย์ การจัดตั้งบริษัท และการเร่งการเติบโต ผ่านความร่วมมือกับภาคองค์กรและเครือข่ายระหว่างประเทศ เพื่อเชื่อมต่อนวัตกรรม Deep-Tech สัญชาติไทยเข้ากับภาคอุตสาหกรรมและตลาดโลก นำเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในประเทศเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าระดับสากล
เกี่ยวกับ INNOPOWER
INNOPOWER คือผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงาน ก่อตั้งโดยกลุ่ม กฟผ. (EGAT Group) ในฐานะพันธมิตรด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization Partner) เพื่อช่วยภาคธุรกิจบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนผ่านโซลูชันพลังงานอัจฉริยะ พร้อมทั้งลงทุนและพัฒนาธุรกิจใหม่ผ่านแนวทาง Venture Builder เร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานโดยผลักดันไอเดียนวัตกรรมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นสู่การขยายผลเชิงพาณิชย์
เกี่ยวกับ Cleverse
Cleverse คือ Venture Builder ที่ผสานเทคโนโลยี การออกแบบ และธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนคลื่นการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง นับตั้งแต่ปี 2559 ทีมงานได้ร่วมสร้างบริษัทมาแล้วกว่า 30 แห่งในกว่า 12 อุตสาหกรรม และด้วยการมาถึงของ AI ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ที่สุดในยุคนี้ Cleverse จึงนำหลักการ Venture Building มาปรับใช้เพื่อร่วมปฏิรูปธุรกิจหลักขององค์กรชั้นนำ
เกี่ยวกับ InnoSpace (Thailand)
InnoSpace (Thailand) คือแพลตฟอร์มการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมระดับประเทศที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรธุรกิจและรัฐวิสาหกิจชั้นนำของไทยในหลากหลายภาคส่วน มีบทบาทสนับสนุนสตาร์ทอัพและธุรกิจ Deep-Tech ไทยที่มีศักยภาพสูง ผ่านการให้เงินทุน ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และการเปิดทางสู่ตลาดและเครือข่ายองค์กร ด้วยการเชื่อมโยงงานวิจัย เงินทุน ภาคอุตสาหกรรม และตลาดเข้าด้วยกัน InnoSpace (Thailand) ช่วยเร่งการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ ส่งเสริมให้สตาร์ทอัพเติบโตแข่งขันได้ในระดับสากล และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศนวัตกรรมไทย โดยมุ่งเน้นกลุ่มความยั่งยืนทางอุตสาหกรรม อาหารแห่งอนาคต สุขภาพและการแพทย์ เพื่อร่วมตอบโจทย์ความท้าทายระดับประเทศ
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด