8 หน่วยงานรัฐจับมือเปิดตัว ‘Thailand FastPass’ เปลี่ยนรัฐจากผู้กำกับดูแลสู่ผู้อำนวยความสะดวก ร่นเวลาอนุมัติลงทุนได้ถึง 50%

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามที่อาจเปลี่ยนวิธีทำงานของระบบราชการไทยกับนักลงทุนไปตลอดกาล นั่นคือการเปิดตัวกลไก Thailand FastPass ซึ่งดึง 8 หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการขออนุมัติและอนุญาตมาทำงานบนทิศทางเดียวกัน เป้าหมายคือร่นเวลาทุกขั้นตอน เพื่อปลดล็อกเม็ดเงินลงทุนจริงที่ค้างอยู่ในระบบให้เดินหน้าได้เร็วขึ้น

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุว่า Thailand FastPass จะลดระยะเวลาดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนลงกว่าร้อยละ 20-50 และในวันเปิดตัว รัฐบาลได้มอบบัตร Thailand FastPass ให้กับโครงการลงทุนสำคัญ 25 โครงการ จาก 23 บริษัท คิดเป็นมูลค่าลงทุนรวมกว่า 223,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับโครงการที่เร่งปลดล็อกไปก่อนหน้านี้ รัฐจะผลักดันเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 700,000 ล้านบาท พร้อมสร้างงานคุณภาพสูงในอุตสาหกรรมเป้าหมาย งานครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 250 คน ทั้งรัฐมนตรี ผู้บริหารหน่วยงานรัฐ เอกอัครราชทูต หอการค้าต่างประเทศ และผู้ประกอบการชั้นนำ

8 หน่วยงานลงนาม MOU ลดเวลาอนุมัติทุกขั้นตอน 20-50%

หัวใจของ Thailand FastPass คือการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการขออนุมัติและอนุญาตเพื่อเริ่มต้นธุรกิจ โดยในวันเปิดตัวได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันระหว่าง 8 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมศุลกากร สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อธิบายว่า กลไกนี้จะเข้าไปเร่งรัดขั้นตอนสำคัญที่มักเป็นคอขวดของโครงการลงทุน อาทิ การอนุญาตจัดตั้งโรงงาน การจัดตั้งเขตประกอบการเสรี การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) และการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า ซึ่งเมื่อทุกหน่วยงานทำงานประสานกัน จะช่วยให้โครงการเริ่มดำเนินการและสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้รวดเร็วขึ้น

จาก ‘ผู้กำกับดูแล’ สู่ ‘ผู้อำนวยความสะดวกการลงทุน’

นายกฯ อนุทินกล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำว่า Thailand FastPass สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับสภาพแวดล้อมการลงทุน ด้วยการลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ เพิ่มความรวดเร็ว ความโปร่งใส และความชัดเจนในการดำเนินโครงการ พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน การขนส่ง และเครือข่ายการค้าในภูมิภาค ที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการผลิตสำคัญของอาเซียน

"รัฐบาลได้เปลี่ยนบทบาทจาก ‘ผู้กำกับดูแล’ มาเป็น ‘ผู้อำนวยความสะดวกและผู้สนับสนุนการลงทุน’ (Facilitator) อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายทำให้การลงทุนเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น ภายใต้กฎหมายและหลักธรรมาภิบาลที่โปร่งใส เราจะไม่ปล่อยให้ความล่าช้าของระบบราชการเป็นอุปสรรคต่อโอกาสทางเศรษฐกิจอีกต่อไป ที่สำคัญจะทำให้ประเทศไทยยกระดับสู่ประเทศรายได้สูงได้เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ หากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง" 

เร่งโครงการค้างท่อ ดันเม็ดเงิน 7 แสนล้านเข้าระบบ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อธิบายว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับ ‘การลงทุนจริงที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ’ จึงสร้าง Thailand FastPass ขึ้นเพื่อเร่งแก้ปัญหาโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้วแต่ยังเดินหน้าไม่ได้เต็มที่ โดยที่ผ่านมาได้เข้าไปแก้ไขปัญหาโครงการลงทุนแล้วกว่า 76 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 474,000 ล้านบาท จนนำมาสู่การยกระดับ Thailand FastPass ให้เป็นกลไกถาวรสำหรับโครงการทางยุทธศาสตร์ของประเทศ

คุณเอกนิติชี้ว่า แนวทางนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นไปพร้อมกับการสร้างระบบการทำงานของราชการรูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในระยะยาว และยังกระตุ้นการสร้างงานคุณภาพที่กระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

"ในวันนี้ รัฐบาลได้ยกระดับกลไกเร่งรัดการลงทุน โดยได้คัดเลือกและมอบบัตร Thailand FastPass แก่โครงการลงทุนที่มีความสำคัญในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศจำนวน 25 โครงการ จาก 23 บริษัท ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 223,000 ล้านบาท พร้อมสร้างงานคุณภาพกว่า 13,000 ตำแหน่ง ซึ่งเมื่อรวมกับโครงการที่รัฐบาลเร่งปลดล็อกก่อนหน้านี้แล้ว คิดเป็นมูลค่าการลงทุนที่รัฐจะผลักดันเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 700,000 ล้านบาท" คุณเอกนิติกล่าว

5 ประโยชน์ที่เศรษฐกิจไทยและคนไทยจะได้รับ

บีโอไอย้ำว่า FastPass ไม่ใช่แค่ช่องทางด่วน (Fast Track) สำหรับนักลงทุน แต่คือช่องทางด่วนจากเงินลงทุนสู่ผลลัพธ์จริงของเศรษฐกิจไทยและคนไทย โดยเม็ดเงินลงทุนเหล่านี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ 5 ด้านที่เชื่อมโยงกัน

ด้านแรกคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่นำด้วยการลงทุน กระตุ้นระยะสั้นแต่ส่งผลถึงการเติบโตระยะยาว ด้านที่สองคืองานใหม่และอาชีพใหม่ เพราะทุกโครงการที่เดินหน้าเร็วขึ้นไม่ได้หมายถึงโรงงานที่เปิดเร็วขึ้นเท่านั้น แต่หมายถึงตำแหน่งงานของวิศวกร ช่างเทคนิค นักบัญชี คนทำงานสายเทคโนโลยีสารสนเทศ และผู้ให้บริการด้านการขนส่งในพื้นที่ที่เกิดขึ้นเร็วขึ้นด้วย ด้านที่สามคือทักษะใหม่และการถ่ายทอดองค์ความรู้ เนื่องจากการลงทุนยุคใหม่ไม่ได้นำเข้ามาแค่เครื่องจักร แต่นำความรู้ใหม่เข้ามาด้วย ทำให้แรงงานไทยมีโอกาสยกระดับไปสู่งานทักษะสูงและรายได้สูงขึ้น

ด้านที่สี่คือโอกาสของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SME) และผู้ผลิตในประเทศ เพราะเมื่อบริษัทใหญ่เข้ามาลงทุน เป้าหมายไม่ใช่ให้มาตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่ต้องเชื่อมกับผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้รับเหมา ระบบขนส่ง อาหาร ที่พัก และบริการต่าง ๆ ในพื้นที่ และด้านที่ห้าคือเงินที่หมุนเวียนในพื้นที่ เพราะโครงการลงทุนหนึ่งโครงการไม่ได้สร้างแค่โรงงาน แต่สร้างความต้องการด้านอาหาร ที่พัก รถรับส่ง ช่างซ่อม และบริการรอบ ๆ ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่หมุนกลับเข้าสู่เศรษฐกิจท้องถิ่น

เสียงจากบริษัทที่ได้รับเลือกเข้า Thailand FastPass

บริษัทที่ได้รับคัดเลือกต่างชี้ว่า นักลงทุนมองไทยเป็นฐานการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่พร้อมทั้งทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน ห่วงโซ่อุปทาน และบุคลากร โดยกลไก Thailand FastPass ช่วยลดอุปสรรคและเพิ่มความเร็วในการประสานงานกับภาครัฐ

Mr. Simon Gwozdz ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิเควทอเรียล สเปซ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตจรวดส่งดาวเทียมสู่วงโคจรต่ำของโลก (Volans Space Launch Vehicle) กล่าวว่า ประเทศไทยมีความพร้อมทั้งบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ Thailand FastPass และการทำงานแบบบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One-Stop Service) ของบีโอไอ ช่วยลดความซับซ้อนของขั้นตอนการขออนุญาต ทำให้โครงการเดินหน้าได้รวดเร็ว

Mr. Donald Carpenter ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เพียวไซเคิล เทคโนโลยีส์ ผู้ดำเนินธุรกิจรีไซเคิลพลาสติกขนาดใหญ่ด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าจากสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน วัตถุดิบ และนโยบายสนับสนุนการลงทุน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทเลือกไทยเป็นฐานในภูมิภาค โดยคุณ Donald เชื่อว่า Thailand FastPass จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการประสานงานกับภาครัฐในระยะต่อไป

นายฟู่ หวา จิน แลลี่ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แซม พรีซิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์สำหรับอากาศยานพาณิชย์และเครื่องบินเจ็ต รวมถึงชิ้นส่วนเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ กล่าวว่า ไทยมีจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้ง การคมนาคมขนส่ง และการสนับสนุนจากภาครัฐ โดย Thailand FastPass มีส่วนสำคัญในการเร่งรัดการขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ราบรื่นขึ้น

ขณะที่นายกริช ลี้ถาวร กรรมการ บริษัท แอดวานซ์ อินเตอร์คอนเนคชั่น เทคโนโลยี จำกัด ผู้ผลิตแผงวงจรพิมพ์ความหนาแน่นสูง (High Density Interconnect Printed Circuit Board: HDI PCB) กล่าวว่า ความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานและนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทตัดสินใจลงทุนในไทย โดยเฉพาะการได้รับคัดเลือกเข้า Thailand FastPass ที่ช่วยให้การประสานงานกับภาครัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เดินหน้าขยายกลไกสู่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์

ภายในงาน คุณอนุทินและคณะได้เยี่ยมชมนิทรรศการและบูธแสดงศักยภาพอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทย ซึ่งนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากภาคเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ระบบตรวจจับและวัดระยะด้วยแสง (Light Detection and Ranging: LiDAR) เทคโนโลยีอวกาศ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ตอกย้ำศักยภาพของไทยในการก้าวสู่ฐานการผลิตและศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงของภูมิภาค

คุณนฤตม์ทิ้งท้ายว่า บีโอไอจะเดินหน้าขยาย Thailand FastPass อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมใบอนุญาตด้านต่าง ๆ และรองรับโครงการสำคัญในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์เพิ่มเติม

"กลไก Thailand FastPass จะพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อทุกหน่วยงานทำงานในทิศทางเดียวกัน โครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติแล้วก็จะสามารถเดินหน้าได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ ในยุคที่โลกกำลังปรับห่วงโซ่อุปทาน นักลงทุนต้องการความชัดเจนและความเร็ว ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องส่งสัญญาณว่าเรามีความพร้อม เพื่อให้สามารถดึงดูดโครงการลงทุนคุณภาพเพื่อสร้างฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต" คุณนฤตม์กล่าว

ปัจจุบัน Thailand FastPass ได้รับการยกระดับเป็นกลไกถาวรของบีโอไอแล้ว และเริ่มมอบบัตรให้โครงการลงทุนยุทธศาสตร์ชุดแรกเป็นที่เรียบร้อย

ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

อนาคตของคนในโรงงาน ไม่ได้ถูกแทนที่ แต่จะถูกย้ายจากการทำซ้ำไปสู่การกำกับระบบ สรุปคู่มือการเปลี่ยนผ่านสู่โรงงานอัจฉริยะ จาก World Economic Forum

รายงาน Human Machine Collaboration in Industrial Operations ของ World Economic Forum ร่วมกับ Accenture กำลังตั้งคำถามตัวโตว่า เราจะขยับจากการเพิ่มจำนวนหุ่นยนต์ในไลน์ผลิต หรือจำนวนร...

Responsive image

Data Center ที่ร้อนกว่าอ่างน้ำอุ่น แต่ประหยัดทั้งน้ำ และไฟ NVIDIA กับแนวคิดระบบหล่อเย็น 45 องศา เเปลี่ยนจากทำให้เย็น เป็นทำให้ร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่างน้ำร้อนที่เราเห็นตามโรงแรม มักมีอุณหภูมิประมาณ 38–40 องศาเซลเซียส แค่นี้ก็ร้อนจนคนส่วนใหญ่แช่ได้ไม่นาน ประมาณ 15 นาที ก็ต้องลุกแล้ว แต่เซิร์ฟเวอร์ AI รุ่นใหม่ของ NVIDIA กลับ...

Responsive image

จีนยกเลิกหลักสูตรมหาลัยทิ้งกว่า 12,000 หลักสูตร แทนที่ด้วยวิชา AI, หุ่นยนต์กว่า 10,000 หลักสูตร

จีนรื้อระบบการศึกษาครั้งใหญ่! สั่งปิด 12,000 หลักสูตรทิ้งเพื่อปูพรมสร้างประชากรแห่งอนาคต...