GDP ไทยรั้งท้ายอาเซียน ! ติดหล่มรายได้ปานกลาง เพราะอุตสาหกรรม 60% ยังจมยุค 2.0

คำถามใหญ่ที่ท้าทายประเทศไทยในเวลานี้คือ "ทำอย่างไรไทยถึงจะเป็นพื้นที่แห่งการลงทุนระดับโลกด้านนวัตกรรมได้?" คำตอบจาก ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นั้นชัดเจนว่า "ยากมาก" หากเรายังไม่ยอมรับความจริงและเร่งปรับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจขนานใหญ่ เพราะในขณะที่โลกหมุนไปข้างหน้า GDP ของไทยกลับรั้งท้ายในกลุ่มอาเซียนและเรากำลังเป็นประเทศสุดท้ายที่เศรษฐกิจเติบโตช้าที่สุด

กับดักรายได้ปานกลางและอุตสาหกรรมที่ล้าหลัง

ปัญหาเศรษฐกิจไทยคือการยืนอยู่บน "โครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมแบบเดิม" มายาวนานเกินไป ทำให้เราติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง ที่นับวันจะยิ่งปีนขึ้นจากหลุมนี้ยากขึ้นเรื่อยๆ

แม้คำว่า "Thailand 4.0" จะเป็นคำฮิตติดปากที่พูดกันมานาน แต่ในความเป็นจริง จากการจัดทำดัชนีชี้วัด พบว่า:

  • เมื่อ 3-4 ปีก่อน: จากการสำรวจในพื้นที่ EEC ซึ่งเปรียบเสมือน "ไข่แดง" ของอุตสาหกรรมใหม่ พบว่ามีบริษัทที่เข้าเกณฑ์อุตสาหกรรม 4.0 เพียง 2% เท่านั้น ส่วนใหญ่กว่า 60-66% ยังจมปลักอยู่ที่ อุตสาหกรรม 2.0 ที่เน้นใช้แรงงานและการผลิตแบบเดิม
  • ปัจจุบัน (3 เดือนที่ผ่านมา): จากการสำรวจซ้ำพบว่า อุตสาหกรรม 4.0 ขยับขึ้นมาเป็น 3% กล่าวคือ ในเวลา 4 ปี เราขยับขึ้นมาได้เพียง 1% เท่านั้น

ตัวเลขนี้สะท้อนว่าหากเรายังอยู่ในระดับ 2.0 การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำย่อมส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทันที ดังนั้นโจทย์เร่งด่วนอาจไม่ใช่การกระโดดไป 4.0 แต่คือการเร่งขยับจาก 2.0 ไปสู่ 3.0 ให้ได้เป็นอย่างน้อย ด้วยการสร้าง "คน" และ "งานวิจัยหรือเทคโนโลยี" ที่เพียงพอ

ทำไมประเทศอื่น ‘ขึ้นลิฟต์เศรษฐกิจ’ ได้สำเร็จ ?

เมื่อมองไปยัง จีน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน หรือโปแลนด์ ประเทศเหล่านี้สามารถ "ขึ้นลิฟต์" ทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ไทยยังหาทางขึ้นลิฟต์นั้นไม่เจอ

ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ได้ถอดบทเรียนจากหนังสือ Start-up Nation และประสบการณ์ตรงจากการเยือน Silicon Valley ถึงปัจจัยความสำเร็จในการสร้าง Ecosystem นวัตกรรมที่แท้จริง 3 ประการ:

  • Flat Hierarchy (โครงสร้างที่แบนราบ): ปัจจัยที่ทำให้ Startup อยากไปตั้งฐานที่ San Francisco ไม่ใช่ New York หรือ Boston แต่คือ "ความไร้ลำดับชั้น" การเข้าถึงแหล่งทุน หรือการเข้าถึง CEO บริษัทใหญ่ สามารถทำได้ง่าย รวดเร็ว เพียงแค่อีเมลฉบับเดียว ไม่ติดขัดขั้นตอนราชการหรือพิธีการที่ยุ่งยาก
  • Rapid Networking (เครือข่ายที่รวดเร็ว): การมีเวทีแลกเปลี่ยน เชื่อมโยงคนในวงการให้มาเจอกันอย่างสม่ำเสมอและรวดเร็ว
  • Government Investment (การลงทุนภาครัฐ): รัฐบาลต้องกล้าลงทุนในช่วงเริ่มต้น โดยเฉพาะใน "งานวิจัยขั้นพื้นฐาน" ไม่ใช่แค่มุ่งเน้นแต่งานวิจัยเชิงกลยุทธ์ หรือหวังผลลัพธ์ระยะสั้น เท่านั้น เพราะนวัตกรรมเปลี่ยนโลก มักเกิดจากงานวิจัยพื้นฐานที่เข้มแข็ง

การเมืองเปลี่ยนได้ แต่นโยบายวิจัย ‘ห้ามเปลี่ยนไปมา’

ในประเด็นความท้าทาย ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ได้ลองถามว่าอะไรคือภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของไทย คำตอบที่ได้คือ "ความไม่เสถียรของการเมือง" เพราะเมื่อการเมืองเปลี่ยน นโยบายก็เปลี่ยน ทำให้ขาดความต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ได้ฝากข้อคิดสำคัญถึง สกสว. (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) และหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัย ว่า:

การเมืองอาจจะไม่เสถียร แต่ สกสว. และนักวิจัย ต้องเสถียร ต้องยืนหยัดเป็นเสาหลักในการสร้าง Ecosystem นี้ให้ได้ ต้องมีความเสถียรเชิงนโยบายและลงทุนอย่างต่อเนื่อง

บทสรุป

การขับเคลื่อนประเทศด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ไม่ใช่เรื่องที่จะเห็นผลในชั่วข้ามคืน มันไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น 100 เมตร แต่เปรียบเสมือน "การวิ่งมาราธอน" 

ต้องใช้จิตใจที่เข้มแข็ง เมื่อวิ่งไปได้ครึ่งทางอาจจะรู้สึกเหนื่อยล้า ท้อแท้ หรือสงสัยในสิ่งที่ทำ แต่จำเป็นต้องกัดฟันวิ่งต่อไปให้ครบ ห้ามออกนอกลู่นอกทาง เพื่อให้ถึงเส้นชัยคือการยกระดับประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลางและสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมให้เกิดขึ้นจริง

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

BOI อนุมัติ 7 โปรเจกต์ Data Center ยักษ์ มูลค่าเฉียดแสนล้านบาท ดันไทยสู่ Digital Hub เต็มตัว

ถือเป็นการเปิดปี 2569 ที่ร้อนแรงสำหรับวงการเทคโนโลยีไทย เมื่อคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เคาะอนุมัติโครงการลงทุน Data Center ครั้งสำคัญถึง 7 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 96,000 ล้านบ...

Responsive image

ซีอีโอ Microsoft ประกาศ ‘AI Reset 2026’ หมดยุคเห่อของใหม่ ถึงเวลาวัดกันที่ผลลัพธ์

‘ความแรงของโมเดลไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด แต่วัดกันที่ว่าคนเลือกหยิบมันไปใช้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างไร’ คำพูดนี้ของ Satya Nadella ซีอีโอ Microsoft กลายเป็นแกนหลักของสิ่งที่เขาเ...

Responsive image

ปี 2026 ต้องมี ‘Big AI Reset’ Satya Nadella เรียกร้องให้ AI เปลี่ยนทิศ เลิกแข่งสร้างความหวือหวา ไปสู่การพัฒนา AI ที่ใช้งานได้จริง

ปี 2026 ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม AI เมื่อ Satya Nadella ซีอีโอ Microsoft เรียกร้องให้เกิด “Big AI Reset” ชวนโลกเทคโนโลยีเลิกไล่แข่งความว้าวและ AI slop แล้วหันมาโฟก...