หลังจากแพทยสภาได้ออกประกาศในวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา เรื่องแนวทางการปฎิบัติการแพทย์ทางไกลหรือโทรเวช (Telemedicine) และคลินิกออนไลน์ ทางสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (Thailand Tech Startup Association) พร้อม Startup ด้าน Telemedicine ประกอบด้วย ooca, Chiiwii, Doctor A to Z ได้เข้าพบคณะอนุกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนประเทศในคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อยื่นข้อเสนอเพิ่มเติม ผลักดันให้เกิดการเปิดกว้างหรือนำไปสู่การทำ Sandbox ของ Telemedicine ขึ้นเพื่อผลักดันนวัตกรรมของผู้ประกอบการไทย โดยเน้นย้ำว่านวัตกรรมดังกล่าวไม่ได้มาทดแทนการรักษาในโรงพยาบาลแต่เป็นการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ผ่านเทคโนโลยี โดยมีใจความสำคัญดังนี้

  • สนับสนุนให้มีนโยบาย หรือการออกกฏหมายรับรองการทำ Telemedicine หรือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนต่อการพัฒนาวงการ การเพิ่ม Liability ให้กับวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ลดความเสี่ยงจากการให้บริการที่ต่ำกว่ามาตรฐาน เช่นการให้ consult ผ่าน ไลน์ เป็นต้น

  • การพิจารณาออกกฏหมายฉบับนี้หรือฉบับที่เกี่ยวข้อง มีผลกระทบองค์รวมทั้ง การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐกิจและสังคม รวมไปถึงมีความเกี่ยวข้องกับ Stakeholder ที่มากกว่าทางฝั่งแพทย์ ควรได้รับการประชาพิจารณ์อย่างถี่ถ้วน และพิจารณาถึงหลักปฏิบัติสากล อนาคตของประเทศชาติ ศักยภาพของการพัฒนาเทคโนโลยี และรวมไปการสร้างความได้เปรียบของการแข่งขันของตลาดด้วยการสนับสนุนบริษัทเทคโนโลยี สัญชาติไทย ก่อนที่จะออกกฏหมายควบคุมโดยเพิกเฉยถึงผลกระทบในวงกว้าง *ไม่ควรพิจารณาเพียงแค่ตลาดภายในประเทศเท่านั้น*

    • ควรตั้งแนวทางการปฏิบัติเวชกรรม (Practice) เป็น Guideline เพื่อสร้างมาตรฐานให้แก่ วิชาชีพ แต่ไม่ควรออกเป็นกฏหมายเพื่อป้องกันการจำกัดขีดความสามารถในการ พัฒนาและการสร้างสรรค์ในอนาคต

    • ไม่ควรจำกัดการให้ปฏิบัติการให้บริการโดยยึดโยงกับสถานที่และสิ่งปลูกสร้าง การสร้าง liability ให้กับวิชาชีพหรือการแพทย์ออนไลน์ ควรมาจากการออกระเบียบมาตรฐานจำเพาะกับข้อมูลทางการแพทย์ ในลักษณะเช่นเดียวกันกับ HIPAA ซึ่งประเทศไทย มี PDPA บังคับใช้ ควรปรับบริบททางการแพทย์ให้สามารถบังคับใช้ได้ในกรณีข้อมูลทางการแพทย์

    • ควรยกเรื่องโทรเวชให้เป็นวาระที่ต้องพิจารณาร่วมกันในวงกว้างมากกว่าจำกัดไว้ที่กลุ่มแพทย์ 

    • จัดทำ Sandbox เพื่อไม่ปิดกั้นในการพัฒนาทางการแพทย์และธุรกิจ

  • ภาครัฐควรออกมาตรการ สนับสนุนการใช้ และการลงทุนใน บริษัทเทคโนโลยีไทย เพื่อความเข้มแข็งของประเทศในด้าน Health Informatics และเศรษฐกิจในระยะยาว มากกว่าการสนับสนุนบริษัทต่างด้าว

โดยหลังจากนี้คณะอนุกรรมการฯ ที่รับเรื่อง จะนำข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณาและศึกษา เพื่อทำเป็นข้อสรุปและข้อเสนอแนะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

สามารถอ่านรายละเอียด Telemedicine ทั้ง landscape ต่างประเทศและไทยฉบับเต็มได้ที่นี่

RELATED ARTICLE

Responsive image

หุ่นยนต์? การแปลงร่าง? ไม่ใช่ทั้งคู่ เรามารู้จัก Startup สาย "Exoskeleton" กันเพิ่มเติมดีกว่า!

ไม่แน่ว่าวันหนึ่ง อาม่าของคุณอาจจะต้องการโซลูชันส์เหล่านี้ ใครว่าชุดสูทที่ทำด้วยโลหะแบบเท่ๆ จะต้องมีแต่ในหนัง หรือมีไว้เพื่อออกรบ วันนี้เราจะมาพูดถึงโปรดักส์สาย "Exoskeleton" ที่ดู...

Responsive image

เมื่อธุรกิจความสวยความงาม นำโมเดลแบบ Uber มาใช้ จนยักษ์ใหญ่ L’Oreal และ Unilever ต้องหันมาลงทุน

โมเดลของ Uber ที่สร้างงานแบบใหม่ ให้คนสามารถหารายได้เพิ่ม ถูกนำมาใช้ในหลายภาคธุรกิจและแน่นอนธุรกิจสายความสวยความงามก็เห็นจะหนีไม่พ้นเช่นกัน มีกันตั้งแต่ช่างทำผม สปา นวด แต่งงาน ทำเ...

Responsive image

ข้อมูลด้านสาธารณสุขของสิงคโปร์ถูกแฮ็ก แต่นายกฯ ยันต้องเดินต่อ ไม่กลับไปใช้กระดาษแล้ว

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ทาง Integrated Health Information Systems (IHIS) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐด้านไอทีที่เกี่ยวกับสาธารณสุขของสิงคโปร์ อยู่ในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข...