ห้าปีก่อน นักวิจัยกลุ่มหนึ่งตัดสินใจเดินออกจากบริษัท AI ที่ร้อนแรงที่สุดในโลก เพราะเชื่อว่าวิธีสร้าง AI ต้องเปลี่ยนไป วันนี้ การตัดสินใจนั้นกลายเป็นบริษัทมูลค่า 3.8 แสนล้านดอลลาร์ ระดมทุนรวมกว่า 64,000 ล้านดอลลาร์ ครองส่วนแบ่งตลาด Enterprise Code 42% และสร้างรายได้จาก Claude Code แตะ 2.5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี
จากจดหมายฉบับเดียว สู่ AI ที่กำลังเขย่าทุกอุตสาหกรรมบนโลก

ก่อนที่ Claude จะถือกำเนิดขึ้น มีคำถามหนึ่งที่ติดค้างอยู่ในใจชายคนหนึ่งเสมอ
“จะเกิดอะไรขึ้น หากวันหนึ่ง AI ทรงพลังพอจะสร้างความเสียหายร้ายแรง แต่ไม่มีระบบกำกับดูแลที่แข็งแรงพอจะควบคุมมัน?”
คำถามนั้นผลักดันให้ Dario Amodei ดอกเตอร์ฟิสิกส์จาก Princeton อดีตนักประสาทวิทยาเชิงคำนวณ และอดีต VP of Research ของ OpenAI ตัดสินใจลาออกจากหนึ่งในบริษัทเทคที่ร้อนแรงที่สุดในโลก
เส้นทางของ Dario Amodei ไม่ได้เป็นเส้นตรง เขาเริ่มต้นที่ Baidu ใน Silicon Valley เมื่อปี 2014 ต่อด้วย Google ก่อนเข้าร่วม OpenAI ในปี 2016 ในฐานะผู้นำทีมพัฒนา GPT-2 และ GPT-3
แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อของเขากลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ของวงการ คือการเป็นผู้ร่วมเขียนงานวิจัย Neural Scaling Laws
ก่อนปี 2020 การทำให้โมเดลฉลาดขึ้นแทบไม่ต่างจากการลองผิดลองถูก ไม่มีใครตอบได้แน่ชัดว่าถ้าลงทุนเพิ่มอีกเท่าไร โมเดลจะเก่งขึ้นแค่ไหน
งานวิจัย Scaling Laws for Neural Language Models ของ Dario Amodei และทีม เปลี่ยนสมการนั้นโดยสิ้นเชิง พวกเขาพิสูจน์ว่า ประสิทธิภาพของ AI สามารถ 'ทำนายล่วงหน้าได้' หาก 3 ปัจจัยเติบโตไปพร้อมกันในสัดส่วนที่เหมาะสม ได้แก่
เมื่อทั้งสามอย่างเพิ่มขึ้นอย่างสมดุล ความสามารถของโมเดลจะเพิ่มขึ้นตามกฎที่คำนวณได้ คล้ายสูตรทางฟิสิกส์ ไม่ใช่การเสี่ยงดวงอีกต่อไป
จากจุดนั้น AI จึงกลายเป็นโครงการวิศวกรรมที่วางแผนได้ มากกว่างานทดลองในห้องแล็บ
การค้นพบนี้จุดชนวนสงครามชิปทั่วโลก เพราะเมื่อโลกตระหนักว่า “ความฉลาดซื้อได้ด้วยทรัพยากร” ใครมี Compute มากกว่า ย่อมมีโอกาสสร้าง AI ที่เก่งกว่า
และสูตรนี้เอง กลายเป็นรากฐานของทุกโมเดลที่ Anthropic พัฒนาต่อมา
ทีมผู้ก่อตั้งเคยอธิบายว่า การลาออกไม่ได้เกิดจากการแข่งขันเรื่องคุณภาพแชทบอท แต่เกิดจากความเชื่อว่า วิธีสร้าง AI จำเป็นต้องเปลี่ยนอย่างมีหลักการมากกว่า
ธันวาคม 2020 Dario Amodei และน้องสาวของเขา Daniela Amodei พร้อมทีมงานอีกเจ็ดคน ตัดสินใจลาออกจาก OpenAI การตัดสินใจนั้นไม่ได้จบลงแค่การเดินออกจากบริษัท แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบริษัทใหม่ที่มีเป้าหมายชัดเจนกว่าเดิม
เพียงสี่สัปดาห์ต่อมา ในเดือนมกราคม 2021 พวกเขาก่อตั้ง Anthropic ในรูปแบบ Public Benefit Corporation ที่ซานฟรานซิสโก โครงสร้างนี้มีความหมายสำคัญ เพราะตามกฎหมาย บริษัทต้องคำนึงถึงพันธกิจเพื่อสาธารณะควบคู่กับผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ไม่สามารถเลือกผลกำไรเหนือความรับผิดชอบได้
หัวใจของแนวทางใหม่นี้คือแนวคิดที่เรียกว่า Constitutional AI แทนที่จะใช้แรงงานมนุษย์จำนวนมากมาคอยติดป้ายกำกับและตรวจคำตอบ โมเดลจะถูกฝึกตามหลักจริยธรรมที่เขียนเป็น “รัฐธรรมนูญ” อ้างอิงแนวคิดสากลอย่างปฏิญญาสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ จากนั้นโมเดลจะเรียนรู้ที่จะตรวจสอบและปรับแก้คำตอบของตัวเอง
ผลลัพธ์คือความปลอดภัยที่ “ขยายตัวได้” พร้อมกับความสามารถของโมเดล ไม่ต้องเพิ่มจำนวนผู้ควบคุมตามสัดส่วนของขนาดระบบ แนวคิดนี้ดึงดูดเงินลงทุนอย่างรวดเร็ว Amazon ลงทุน 8 พันล้านดอลลาร์ Google ลงทุน 3 พันล้านดอลลาร์ พร้อมนักลงทุนรายใหญ่อีกหลายราย ภายในสามปี Anthropic ระดมทุนรวมมากกว่า 64,000 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นหนึ่งในสตาร์ตอัปด้าน AI ที่มีเงินทุนหนุนหลังมากที่สุดในโลก
แม้ชื่อของ Dario Amodei จะเป็นที่พูดถึงในฐานะนักวิจัยผู้วางรากฐานเทคโนโลยี แต่ในโลกของการสร้างองค์กรให้เติบโตจริง คนในวงการต่างยอมรับว่า Daniela Amodei คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Anthropic ขยายตัวได้ในระดับโลก
เธอเข้ามาสร้างธุรกิจจากศูนย์ วางระบบปฏิบัติการภายใน สร้างทีมขายระดับองค์กร และผลักดันกลยุทธ์ที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม ภายในเวลาไม่กี่ปี พนักงานเพิ่มจากราว 300 คนเป็นมากกว่า 1,000 คน
ภายในปี 2025 Anthropic มีรายได้ประจำ (ARR) กว่า 4 พันล้านดอลลาร์ และครองส่วนแบ่งตลาด Enterprise ราว 32% ลูกค้าครอบคลุมองค์กรที่ต้องการมาตรฐาน Compliance สูง เช่น Pfizer และ Deloitte
หากดาริโอคือผู้ออกแบบ “สมอง” ของ Claude ดาเนียลาก็คือผู้สร้าง “ระบบ” ที่ทำให้สมองนั้นกลายเป็นธุรกิจระดับโลก
| มีนาคม 2023 | Claude เปิดตัวครั้งแรกโดยวางจุดยืนชัดเจนว่า “ความปลอดภัยต้องมาก่อน” มาพร้อม Context Window 9,000 โทเคน และฝังแนวคิด Constitutional AI ไว้ในแกนกลาง กลายเป็นทางเลือกที่เน้นความรับผิดชอบในช่วงเวลาที่ตลาดกำลังจับตา GPT-4 อย่างใกล้ชิด |
| กรกฎาคม 2023 | Anthropic เปิด Public API ให้ Developer ใช้งานในวงกว้าง พร้อมขยาย Context เกิน 100,000 โทเคน ทำให้การประมวลผลเอกสารยาว ๆ กลายเป็นมาตรฐานใหม่ |
| กันยายน 2023 | เปิดตัว Claude 1.3 ก้าวกระโดดด้าน Context ด้วยหน้าต่าง 200,000 โทเคน ซึ่งยาวที่สุดในอุตสาหกรรม ณ เวลานั้น และเริ่มเปิดตัวความสามารถด้าน Tool Use ให้โมเดลโต้ตอบกับเครื่องมือภายนอกได้ |
| มีนาคม 2024 | Claude 3 Family เปิดตัวโมเดลสามระดับ Haiku, Sonnet และ Opus พร้อม Vision Capability รองรับภาพและข้อความในระบบเดียว รุ่น Opus ขึ้นอันดับหนึ่งบน MMLU Leaderboard สะท้อนว่าความสามารถแตะระดับ Frontier Model อย่างเต็มตัว |
| มิถุนายน 2024 | Claude 3.5 Sonnet ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Coding Benchmark พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ Artifacts และ Free Tier ขยายฐานผู้ใช้ทั่วไปอย่างรวดเร็ว |
| พฤษภาคม 2025 | Claude 4 เข้าสู่ยุค Agentic อย่างจริงจัง Context ขยายเป็น 1 ล้านโทเคน รองรับวิดีโอ และสามารถทำงานหลายขั้นตอนอัตโนมัติ เปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ช่วย” เป็น “ผู้ลงมือทำ” |
| กุมภาพันธ์ 2026 | Claude Opus 4.6 เปิดตัวสถาปัตยกรรม Hybrid Reasoning ทำคะแนนสำเร็จ 80.8% บน Agent Benchmark สะท้อนศักยภาพในการทำงานอัตโนมัติระดับสูง และปูทางสู่ Claude 5 ที่คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาสแรกของปี 2026 |
จาก Opus 4.6 ที่พิสูจน์ศักยภาพเชิงเทคนิค สู่การเคลื่อนไหวที่ใหญ่กว่า Benchmark หลายเท่า
เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังการเปิดตัว Claude Opus 4.6 Anthropic กดปุ่มอัปเดตที่ทำให้โลกธุรกิจต้องหยุดมอง
เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังการเปิดตัว Claude Opus 4.6 Anthropic ปล่อยการอัปเดตครั้งใหญ่ที่เขย่าโลกทั้งใบ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 24–25 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้คำว่า “Agent” เปลี่ยนจากคะแนนทดสอบ มาเป็นผลกระทบทางธุรกิจจริง
ภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง Anthropic เปิดตัว Enterprise Agents Program อย่างเป็นทางการ พร้อมชุด Plugins สำเร็จรูปสำหรับทุกสายงาน ตั้งแต่ HR, Finance, Legal ไปจนถึง Engineering
Claude ไม่ได้เพียงช่วยร่างข้อความ แต่สามารถ:
ตัวเลข 10+ Plugins อาจดูเป็นเพียงการเพิ่มฟีเจอร์ แต่ในทางปฏิบัติ มันหมายถึงการที่ Claude สามารถขยับจากแผนกหนึ่งไปอีกแผนกหนึ่งได้โดยไม่สะดุด
ในการสาธิตสด Claude ดึงข้อมูลจาก Excel วิเคราะห์ Growth Blockers สร้าง PowerPoint และส่งต่อให้ทีมกฎหมายตรวจผ่าน Co-Counsel ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
นี่คือวันที่โลกได้เห็น AI ที่ทำงานแทนเราได้จริง
หัวใจของ Enterprise Agents ไม่ใช่ Plugin เพียงอย่างเดียว แต่คือ Connectors ที่เชื่อม Claude กับเครื่องมือที่องค์กรใช้อยู่แล้ว
ผ่าน Model Context Protocol (MCP) Claude สามารถเข้าถึง Google Drive, Gmail, DocuSign, FactSet, Slack และระบบอื่น ๆ ได้โดยตรง พร้อมระบบ Permission Control และ Audit Trail
องค์กรไม่ต้องย้ายข้อมูลออก Claude เข้าไปทำงานในสภาพแวดล้อมเดิมอย่างปลอดภัย
ในคืนเดียวกับที่ปล่อย Enterprise Plugins Anthropic เปิดตัว Claude Code Remote Control ฟีเจอร์ที่ให้คุณเริ่ม Coding Session บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้าน แล้วควบคุมต่อจากโทรศัพท์มือถือที่ไหนก็ได้บนโลก
เมื่อต่อ Remote Control แล้ว ทุกอย่างที่ทำได้บน Terminal ทำได้จากโทรศัพท์เช่นกัน Session อยู่บน Local Machine เสมอ ไม่มีอะไรขึ้นคลาวด์ ยกเว้น Chat Messages ที่ส่งผ่าน Encrypted Bridge หากแล็ปท็อปหลับหรือเน็ตหลุด Session จะ Reconnect อัตโนมัติโดยไม่เสียบริบทการทำงาน
Claude Code ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเขียนโค้ดอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นผู้ร่วมงานที่อยู่กับคุณทุกที่
นับตั้งแต่ Anthropic เปิดตัว Claude Cowork วันที่ 30 มกราคม 2026 ทุกครั้งที่มีอัปเดตใหม่ตลาดหุ้นก็สั่นคลอนตาม นักลงทุนทั่วโลกต่างตั้งคำถามว่า Software Company ไหนจะตกเป็นเหยื่อรายต่อไป
ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2026
อย่างไรก็ตาม Dan Ives จาก Wedbush Securities ระบุว่าการปฏิกิริยาของตลาดนั้น 'เกินเลย' เนื่องจากองค์กรขนาดใหญ่มี Workflow ที่ฝังแน่น ไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือ AI ใหม่ได้ในชั่วข้ามคืน ขณะที่ CEO Thomson Reuters ยืนยันว่าบริษัทยังเป็น Partner หลักของ Co-Counsel ที่มีผู้ใช้กว่า 1 ล้านคน
สิ่งที่ทำให้ Claude Code แตกต่างจากคู่แข่งไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ แต่คือ ความเร็วในการออก Release ทีมวิศวกรของ Anthropic ปล่อยอัปเดตเกือบทุกวัน บางวันปล่อย 2-3 Version ในช่วง 24 ชั่วโมง จนชุมชน Developer พูดกันว่า 'ตามไม่ทันแล้ว
คำเตือนนี้ไม่ได้มาจากนักวิจารณ์ภายนอก แต่จาก Boris Cherny ผู้สร้าง Claude Code เอง เขาระบุชัดว่าบทบาทของ Software Engineer อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงภายในสิ้นปี 2026 และยอมรับว่า “ผมไม่ได้แก้ไขโค้ดด้วยมือเลยแม้แต่บรรทัดเดียวนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน”
วิศวกรอาวุโสของ Google รายงานว่า Claude Code สามารถสร้างงานที่เคยใช้เวลาทั้งปีขึ้นมาใหม่ได้ภายในหนึ่งชั่วโมง ข้อมูลจาก Incremys Research ระบุว่าเวลาเฉลี่ยในการทำงานบางประเภทลดลงจาก 3.1 ชั่วโมงเหลือเพียง 15 นาที หรือคิดเป็นการลดลง 92% นี่ไม่ใช่การเพิ่มประสิทธิภาพแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่คือการบีบอัดเวลาอย่างรุนแรง
Cherny ย้ำว่า “ในระหว่างนี้มันจะสร้างความวุ่นวายมาก และมันจะเจ็บปวดสำหรับคนจำนวนมาก”
ในขณะที่ความสามารถของโมเดลเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดย Compute เพิ่มขึ้นมากกว่า 100 เท่าระหว่างรุ่นหลัก และ Claude 5 ใกล้เปิดตัวในต้นปี 2026 Anthropic กำลังเดิมพันว่าสมรภูมิ AI รุ่นถัดไปจะไม่ถูกตัดสินด้วย Capability เพียงอย่างเดียว แต่ด้วยความน่าเชื่อถือในการนำไปใช้กับ Critical Infrastructure จริง
5 หลังจดหมายลาออก บริษัทมีมูลค่า 3.8 แสนล้านดอลลาร์ และทุกครั้งที่ Anthropic กดปล่อยอัปเดต ตลาดหุ้นก็สะเทือน
งานวิจัย Scaling Laws ของ Dario Amodei อาจไม่ได้ทำนายแค่เส้นโค้งประสิทธิภาพของโมเดล
แต่มันกำลังทำนายเส้นทางของทั้งอุตสาหกรรม AI
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด