บริษัทพัฒนาแอป Tik Tok รับเงินลงทุน 3 พันล้านเหรียญ เตรียมขึ้นเป็น Startup ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก

บริษัท Bytedance ผู้พัฒนาแอป 'Tik Tok' จากประเทศจีนเตรียมรับเงินลงทุนมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก SoftBank Group และอื่นๆ หากปิดดีลได้สำเร็จ บริษัทดังกล่าวจะมีมูลค่าอยู่ที่ 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กลายเป็น Startup ที่มีมูลค่าสูงสุดแทน Uber ซึ่่งมีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 72,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ Photo: Edited from Tik Tok

บริษัท Bytedance จากประเทศจีนเตรียมรับเงินลงทุนมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก SoftBank Group, KKR & Co., General Atlantic และนักลงทุนรายอื่นๆ หลังจากก่อนหน้านี้มีรายงานว่าจะมอบเงินทุนให้กับ Bytedance ประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

หากบอกชื่อบริษัท Bytedance อาจจะงงว่าคือบริษัทอะไร แต่ถ้าพูดว่าเขาคือผู้พัฒนาแอป Social Network สำหรับลงวีดีโอสั้นๆ ที่ชื่อว่า 'Tik Tok' อาจจะต้องร้องอ๋อทันที

นอกจากนี้บริษัทดังกล่าวยังเป็นผู้พัฒนาแอป Toutiao แอปอ่านข่าวที่ใช้ AI คัดข่าวน่าสนใจให้ผู้อ่านในจีนอีกด้วย และแอป Flipagram อีกด้วย โดย 'Tik Tok' เป็นชื่อที่ Bytedance ใช้ทำการตลาดนอกประเทศจีน ส่วนชื่อแอปในประเทศจีนมีชื่อว่า 'Douyin'

ข้อมูลจาก CB Insights จัดอันดับให้ Uber บริการเรียกรถผ่านแอปฯ (Ride-hailing) เป็น Startup ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเวลานี้ (มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 72,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) แต่ถ้าบริษัท Bytedance ได้รับเงินทุนก้อนล่าสุดไป ก็จะทำให้บริษัทดังกล่าวมีมูลค่าอยู่ที่ 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กลายเป็น Startup ที่มีมูลค่าสูงสุดแทนที่ Uber ในเร็วๆ นี้

ก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว บริษัทดังกล่าวยังได้ซื้อ Startup จากเซี่ยงไฮ้อย่าง 'Musical.ly' ซึ่งแอปที่มีรูปแบบการให้บริการคล้ายกับ Tik Tok ไปด้วยเงิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และรวมบริการ Musical.ly เข้ากับ Tik Tok เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา

ต่อมาในช่วงเดือนเมษายน 2561 ผู้พัฒนาแอป Tik Tok กล่าวหาว่า WeChat ที่มี Tencent เป็นเจ้าของได้ทำการกีดกันวีดีโอจากแอปดังกล่าว ต่อมา ByteDance ฟ้องร้องต่อศาลโดยระบุว่า Tencent มีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จและสร้างความเสียหายผ่านแพลตฟอร์ม WeChat โดยเรียกร้องค่าเสียหาย 1 ล้านหยวน

หลังจากนั้นในเดือนมิถุนายน 2561 Tencent ก็ฟ้องกลับต่อ ByteDance โดยระบุว่ามีการกลั่นแกล้งด้วยข่าวเชิงลบและทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยเรียกร้องค่าเสียหาย 1 ล้านหยวนเช่นกัน วันรุ่งขึ้น ByteDance ก็ฟ้อง Tencent ชุดใหญ่ด้วยข้อหากีดกันทางการหา เรียกร้องค่าเสียหาย 90 ล้านหยวนอีกด้วย

รวมถึงยังเคยถูกทางการอินโดนีเซียบล็อคเพื่อไม่ได้เข้าถึงแอป Tik Tok ได้ โดยอ้างว่ามีภาพลามกอนาจารและการดูหมิ่นศาสนา แต่หลังจากนั้นเพียงสัปดาห์เดียว แอปก็ถูกปลดล็อค เนื่องจากมีการจัดการปัญหาต่างๆ ไปเรียบร้อยแล้ว

อ้างอิงข้อมูลจาก TechCrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

4 Key Takeaway จาก 'อรนุช เลิศสุวรรณกิจ' บนเวที Techsauce Global Summit 2026

สรุปวิสัยทัศน์จากสปีชเปิดงาน Techsauce Global Summit 2026 โดย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด...

Responsive image

เมื่อกฎหมายไม่ใช่คอขวด เจาะอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลอาเซียน ผ่านรายงาน SCBX และ Hashed Open Research ชี้ทิศทางอนาคตการเงินดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SCBX ร่วมกับ Hashed Open Research (HOR) หน่วยงานคลังสมองด้านนโยบายของ Hashed บริษัทเวนเจอร์แคปิทัลด้าน Web3 ระดับโลก เปิดตัวรายงาน "Powering Southeast Asia's Digital Future" ซึ่งกล...

Responsive image

สจล. ปรับบทบาทครั้งใหญ่ ให้เริ่มทำโปรเจกต์จริงตั้งแต่ปี 1 ตอบโจทย์แวดวง AI, Semiconductor, Data Center

สจล. ปรับบทบาทมุ่งสร้าง "นวัตกร" รองรับอุตสาหกรรมอนาคต ดันสถิติบัณฑิตมีงานทำพุ่ง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ พร้อมคว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยยอดนิยมสายวิทย์-เทคโนโลยี...