คนไทยใช้เงินซื้อ 'ประสบการณ์' มากขึ้น ดันยอดใช้จ่ายต่างประเทศผ่านทรูมันนี่โต 45%

การฟื้นตัวของการเดินทางต่างประเทศในปี 2569 กำลังสะท้อนผ่านพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทยอย่างชัดเจน แม้เศรษฐกิจยังมีความผันผวน แต่ความต้องการเดินทางกลับมาเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะจุดหมายปลายทางในเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ในปี 2567 คนไทยใช้จ่ายในต่างประเทศรวมกว่า 4.3 แสนล้านบาท โดยกว่า 60% เป็นค่าอาหารและที่พัก ขณะที่ค่าใช้จ่ายขนาดเล็กหรือ Micro-transactions อย่างการชอปปิงคิดเป็น 14% และค่าเดินทาง 13% สะท้อนว่าการใช้จ่ายระหว่างทริปไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรายการหลักเท่านั้น

แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลของทรูมันนี่ ซึ่งพบว่าการชำระเงินในต่างประเทศผ่านแอปเติบโตกว่า 45% ในปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนการใช้งานในประเทศจีนสูงถึง 82% ขณะเดียวกัน ประเทศอื่น ๆ รวมกันเติบโตถึง 157% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้สะท้อนโอกาสของตลาด Cross-border Payment ที่ยังขยายตัวได้อีกมาก

พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนจากจ่ายทั่วไปสู่จ่ายเพื่อประสบการณ์

ข้อมูลเชิงลึกในประเทศจีนพบว่า หมวดร้านค้า Experience & Entertainment เติบโตโดดเด่นกว่าหมวดอื่น โดยร้านค้าอย่าง Shanghai Disneyland รวมถึงร้านสินค้าอัตโนมัติอย่าง Pop Mart และตู้คีบตุ๊กตา มีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 49%

แนวโน้มนี้สะท้อนว่า นักท่องเที่ยวไทยให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” มากขึ้น ไม่ได้จำกัดการใช้จ่ายเพียงที่พักหรืออาหารอีกต่อไป ขณะเดียวกัน ปริมาณผู้ใช้งานรายเดือนในหมวดบริการด้านท่องเที่ยวของทรูมันนี่เพิ่มขึ้นกว่า 75% และกว่า 78% เป็นผู้ใช้ใหม่ สัดส่วนผู้ใช้งานไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะคนรุ่นใหม่ กลุ่มอายุ 23–39 ปีคิดเป็น 47% ขณะที่กลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไปมีถึง 43% แสดงให้เห็นว่าการชำระเงินดิจิทัลระหว่างเดินทางเริ่มกลายเป็นพฤติกรรมกระแสหลัก

จาก e-Wallet สู่ Travel Companion

จากแนวโน้มการเติบโตของธุรกรรมข้ามพรมแดน ทรูมันนี่จึงรวบรวมบริการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไว้ในหมวดเดียวภายในแอป เพื่อให้ผู้ใช้สามารถจัดการทั้งการจองและการใช้จ่ายได้ในแพลตฟอร์มเดียว

บริการครอบคลุมตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบินมากกว่า 25,000 เที่ยวบิน ที่พักกว่า 5 ล้านแห่ง การซื้อแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ไปจนถึงประกันการเดินทาง ซึ่งราคาเริ่มต้น 28 บาทต่อวัน และสามารถปรับความคุ้มครองได้ตามต้องการ

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมขยายบริการวงเงิน “ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง” สำหรับการใช้จ่ายต่างประเทศ ผ่านความร่วมมือกับบริษัทในเครือ โดยปัจจุบันฐานผู้ใช้งานบริการลักษณะ Buy Now, Pay Later รวมกว่า 2.7 ล้านราย ซึ่งสะท้อนว่าผู้บริโภคเริ่มมองหาความยืดหยุ่นด้านสภาพคล่องระหว่างเดินทางมากขึ้น

ความร่วมมือกับ Alipay+ และการใช้ AI

การพัฒนาหมวดท่องเที่ยวครั้งนี้อยู่ภายใต้ความร่วมมือกับ Alipay+ ซึ่งทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อวอลเล็ตระดับสากล ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถชำระเงินในต่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น ภายในแอปยังมีระบบผู้ช่วยวางแผนการเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้ชื่อ Alipay+ Voyager เพื่อให้คำแนะนำด้านการเดินทางแบบเฉพาะบุคคล และเชื่อมต่อบริการที่เกี่ยวข้องในจุดเดียว

เกมใหม่ของ Fintech ไทยในตลาดข้ามพรมแดน

ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่าทรูมันนี่กำลังขยับจากการเป็นผู้ให้บริการชำระเงิน ไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการเดินทางกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการใช้จ่ายดิจิทัล การเติบโตของธุรกรรมในต่างประเทศกว่า 45% ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขระยะสั้น แต่กลายเป็นแรงผลักให้บริษัทต่อยอดบริการในแนวราบ (horizontal expansion) ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนทริป การใช้จ่าย ไปจนถึงการบริหารสภาพคล่อง

ท่ามกลางการแข่งขันในตลาด e-Wallet และ Fintech การขยายไปสู่บริการท่องเที่ยวแบบครบวงจรอาจกลายเป็นหนึ่งใน Growth Engine ใหม่ของธุรกิจ โดยเฉพาะในยุคที่การเดินทางและดิจิทัลเพย์เมนต์กำลังหลอมรวมเป็นพฤติกรรมเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

นายธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า “การเติบโตของธุรกรรมในต่างประเทศกว่า 45% ในปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางกำลังเชื่อมโยงกับดิจิทัลเพย์เมนต์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในประเทศจีนที่เราครองสัดส่วนการใช้งานถึง 82% ขณะเดียวกัน ตลาดอื่น ๆ ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด เราจึงต่อยอดความแข็งแกร่งด้าน Cross-border Payment สู่การเป็น Travel Companion ด้วยการรวบรวมบริการด้านการท่องเที่ยวไว้ในหมวดบริการเดียว เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนและใช้จ่ายเรื่องท่องเที่ยวได้อย่างครบวงจรผ่านแอปทรูมันนี่ โดยเรามุ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยลดความซับซ้อนของการเดินทาง และสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการใช้จ่ายสำหรับนักเดินทางไทยในยุคดิจิทัล เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกรรมข้ามพรมแดนในระยะยาว”

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

8 หน่วยงานรัฐจับมือเปิดตัว ‘Thailand FastPass’ เปลี่ยนรัฐจากผู้กำกับดูแลสู่ผู้อำนวยความสะดวก ร่นเวลาอนุมัติลงทุนได้ถึง 50%

รัฐบาลเปิดตัว Thailand FastPass ผนึก 8 หน่วยงานรัฐลงนาม MOU ร่นเวลาอนุมัติลงทุน 20-50% มอบบัตรล็อตแรก 25 โครงการ มูลค่า 223,000 ล้านบาท ดันเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 700,000 ล...

Responsive image

อนาคตของคนในโรงงาน ไม่ได้ถูกแทนที่ แต่จะถูกย้ายจากการทำซ้ำไปสู่การกำกับระบบ สรุปคู่มือการเปลี่ยนผ่านสู่โรงงานอัจฉริยะ จาก World Economic Forum

รายงาน Human Machine Collaboration in Industrial Operations ของ World Economic Forum ร่วมกับ Accenture กำลังตั้งคำถามตัวโตว่า เราจะขยับจากการเพิ่มจำนวนหุ่นยนต์ในไลน์ผลิต หรือจำนวนร...

Responsive image

Data Center ที่ร้อนกว่าอ่างน้ำอุ่น แต่ประหยัดทั้งน้ำ และไฟ NVIDIA กับแนวคิดระบบหล่อเย็น 45 องศา เเปลี่ยนจากทำให้เย็น เป็นทำให้ร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่างน้ำร้อนที่เราเห็นตามโรงแรม มักมีอุณหภูมิประมาณ 38–40 องศาเซลเซียส แค่นี้ก็ร้อนจนคนส่วนใหญ่แช่ได้ไม่นาน ประมาณ 15 นาที ก็ต้องลุกแล้ว แต่เซิร์ฟเวอร์ AI รุ่นใหม่ของ NVIDIA กลับ...