
ทรูมันนี่ประกาศยุทธศาสตร์ PaymentTech พร้อมเปิดตัว “แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่” ฟีเจอร์ชำระเงินแบบไร้สัมผัสผ่านแอปที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีหรือผูกบัตรเครดิต โดยเริ่มให้บริการผ่านอุปกรณ์ BlueTap ที่ร้าน 7-Eleven และร้านค้าพันธมิตร ก่อนขยายไปยังจุดรับชำระอื่น รวมถึงเครื่อง EDC ที่รองรับ Contactless สำหรับผู้ใช้ Android ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2569
การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในงาน “Tap Forward: Your Everyday Money Companion” เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม โดยทรูมันนี่วางฟีเจอร์แตะจ่ายไว้เป็นส่วนหนึ่งของการขยับจากแอปวอลเล็ตไปสู่แพลตฟอร์มการเงินที่เชื่อมการใช้จ่าย สิทธิประโยชน์ และบริการทางการเงินเข้าด้วยกัน

รูปแบบแรกคือการแตะจ่ายผ่านเครื่อง BlueTap สีส้ม ซึ่งมีวงแหวนไฟสีน้ำเงินตรงกลาง ผู้ใช้ทั้ง iOS และ Android ที่มีแอปทรูมันนี่สามารถแตะจ่ายในเครือข่ายร้านค้าพันธมิตรได้ บริษัทเรียกระบบนี้ว่า Closed Loop เพราะอยู่ภายในเครือข่ายร้านค้าที่ร่วมให้บริการกับทรูมันนี่

อีกรูปแบบคือการแตะจ่ายที่เครื่อง EDC ซึ่งมีสัญลักษณ์ Contactless หรือ Open Loop โดยจะเปิดให้ผู้ใช้ Android ใช้งานตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ผ่านความร่วมมือกับ Alipay+ และเทคโนโลยี Mastercard Wallet Pay โดยไม่ต้องสมัครหรือผูกบัตรเครดิต
บริษัทระบุว่า การให้บริการทั้งสองรูปแบบเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้สามารถแตะจ่ายได้ทั้งผ่านระบบ Closed Loop และ Open Loop ในบริการเดียวกัน ขณะที่การเปิดใช้ผ่าน BlueTap ทำให้ผู้ใช้ iOS และ Android แตะจ่ายได้โดยใช้แอปเป็นตัวกลาง
BlueTap เริ่มให้บริการแล้วที่ร้าน 7-Eleven และร้านค้าพันธมิตร โดยมีแผนเพิ่มจุดรับชำระเป็นมากกว่า 50,000 จุดภายในเดือนกันยายน 2569 ส่วนบริการแตะจ่ายผ่านเครื่อง EDC บริษัทระบุว่าเครือข่ายครอบคลุมจุดรับชำระมากกว่า 900,000 จุดในไทย และมากกว่า 150 ล้านจุดรับชำระใน 220 ประเทศและเขตการท่องเที่ยวทั่วโลก
ปัจจุบัน มีผู้ใช้แตะจ่ายผ่าน BlueTap แล้วมากกว่า 1.5 ล้านคน รวมกว่า 5 ล้านครั้ง โดย 70% เป็นผู้ใช้ iOS และ 30% เป็นผู้ใช้ Android นอกจากนี้ ร้านค้าพันธมิตรรายหนึ่งมียอดขายจากผู้ใช้ทรูมันนี่เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% หลังเปิดบริการ ขณะที่ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อผู้ใช้เพิ่มขึ้นราว 14% ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลลัพธ์ที่บริษัทเปิดเผยและยังไม่ได้ระบุชื่อร้านค้าหรือช่วงเวลาวัดผล
ทิศทางถัดไปของฟีเจอร์นี้คือการใช้กับการเดินทาง ปัจจุบันผู้ใช้สามารถแตะจ่ายค่าโดยสารบนรถ ขสมก. กว่า 6,000 คันในกรุงเทพฯ ผ่านเครื่อง EDC ที่พนักงานเก็บค่าโดยสารถืออยู่
บริษัทยังอยู่ระหว่างหารือกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เพื่อพัฒนาการแตะจ่ายที่ทางเข้าสถานี MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2569 หากแผนเดินหน้าตามกำหนด ผู้โดยสารสามารถใช้แอปเพื่อเข้าสถานีได้โดยไม่ต้องซื้อตั๋วหรือบัตรโดยสารแยกต่างหาก
นอกจากฟีเจอร์แตะจ่าย ทรูมันนี่ประกาศ 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรมการจ่ายในชีวิตประจำวัน การเชื่อมเครือข่ายพาร์ตเนอร์ทั้งในและต่างประเทศ การเพิ่มความคุ้มค่าผ่าน TrueMoney Coins และการใช้ AI กับข้อมูลเพื่อปรับประสบการณ์ตามผู้ใช้
ยุทธศาสตร์ที่ 1: นวัตกรรมการชำระเงินที่ไร้รอยต่อ และตอบโจทย์ชีวิตในทุกวัน
ทรูมันนี่ มุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์การชำระเงินในชีวิตประจำวันให้รวดเร็ว ง่าย และไร้รอยต่อยิ่งขึ้น ผ่านการเปิดตัวนวัตกรรมต่าง ๆ อาทิ การแตะจ่าย การตั้งชำระเงินอัตโนมัติ ตลอดจนบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ชีวิตประจำวันในอนาคต โดยนอกเหนือจากการชำระเงิน ทรูมันนี่ยังเดินหน้าขยายประสบการณ์ทางการเงินให้ครอบคลุมทั้งการใช้จ่าย ออม ลงทุน และการบริหารจัดการเงินในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการเรื่องเงินได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นในแอปเดียว
ยุทธศาสตร์ที่ 2: การเชื่อมต่อเครือข่ายพาร์ตเนอร์และอีโคซิสเต็มส์ที่แข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ
ทรูมันนี่ เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศการชำระเงิน ผ่านการขยายและเชื่อมต่อเครือข่ายร้านค้า ช่องทางการชำระเงิน และการชำระเงินข้ามพรมแดน โดยในปัจจุบัน ผู้บริโภคสามารถใช้ทรูมันนี่ได้อย่างสะดวกและไร้รอยต่อบนแพลตฟอร์มออนไลน์และบริการดิจิทัลชั้นนำ รวมถึงจุดรับชำระเงินมากกว่า 7 ล้านจุดทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ด้วยเครือข่ายการชำระเงินข้ามพรมแดนและความร่วมมือกับ Alipay+ ทรูมันนี่ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถชำระเงินได้ในกว่า 50 ประเทศ และเขตการท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งในเร็วๆ นี้กำลังจะขยายเป็น 220 ประเทศและเขตการท่องเที่ยวทั่วโลก และเพื่อตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ไร้พรมแดนของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น ทรูมันนี่ กำลังเดินหน้าขยายเครือข่ายการรับชำระเงินในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถแตะจ่ายด้วยทรูมันนี่ได้ที่จุดรับชำระในต่างประเทศด้วย
ยุทธศาสตร์ที่ 3: ยกระดับความคุ้มค่าในการใช้จ่าย
ทรูมันนี่ เดินหน้ายกระดับการให้สิทธิประโยชน์เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้ทุกการใช้จ่าย โดยเตรียมทำให้ TrueMoney Coins เป็น Loyalty Platform ที่ครบครันยิ่งขึ้น ทั้งการเพิ่มสิทธิประโยชน์ ขยายช่องทางการแลกใช้ และเชื่อมต่อกับพันธมิตรในวงกว้าง การเชื่อมโยงระบบการชำระเงิน สิทธิประโยชน์ และทางเลือกในการใช้จ่ายที่หลากหลาย รวมถึงศักยภาพของธนาคารไร้สาขา ในอนาคต จะยิ่งช่วยให้ทรูมันนี่สามารถมอบประสบการณ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ผู้ใช้แต่ละคนได้ดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านความสะดวก มอบความคุณค่า และเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึงตลอดการใช้ชีวิตประจำวัน
ยุทธศาสตร์ที่ 4: แพลตฟอร์มการเงินอัจฉริยะ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และข้อมูล
ทรูมันนี่ กำลังเดินหน้าพัฒนาประสบการณ์ทางการเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI และข้อมูล โดยเมื่อเร็วๆ นี้บริษัทฯ ได้ปรับหน้าจอแอปให้จัดวางเมนูต่างๆ ให้เข้ากับความสนใจของแต่ละผู้ใช้โดยอัตโนมัติ และยังได้เปิดตัวฟีเจอร์ Money Buddy ซึ่งเป็นผู้ช่วยทางการเงินที่จะให้การแจ้งเตือน และคำแนะนำที่เหมาะสมเฉพาะผู้ใช้นั้น ๆ
โดยบริษัทฯ มองว่า AI ได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการสร้างประสบการณ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างถูกที่ถูกเวลาและยกระดับการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยนอกเหนือจากการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ทรูมันนี่ยังนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานภายในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับระบบอัตโนมัติ และช่วยให้องค์กรสามารถสร้างสรรค์และต่อยอดนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว
มนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ระบุว่า ความคาดหวังของผู้ใช้กำลังเปลี่ยนจากการจ่ายได้สะดวก ไปสู่บริการทางการเงินที่เข้าใจบริบทและผสานกับชีวิตประจำวันมากขึ้น สำหรับทรูมันนี่ การแตะจ่ายจึงเป็นทั้งช่องทางชำระเงินใหม่และจุดตั้งต้นของการเชื่อมบริการการเงินเข้ากับการใช้จ่ายในแต่ละวัน
การเปิดให้ใช้ผ่านแอปโดยไม่ต้องอาศัยบัตรเครดิตอาจช่วยลดข้อจำกัดสำหรับผู้ใช้บางกลุ่ม แต่ความสำเร็จของบริการจะขึ้นกับความครอบคลุมของจุดรับชำระ ความต่อเนื่องของประสบการณ์ระหว่างระบบทั้งสองแบบ และการขยายบริการตามแผนที่บริษัทประกาศไว้
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด