Uber ในจีนได้รับเงินทุนกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐจากบริษัทเงินทุนยักษ์ใหญ่

แอปให้บริการรถแท็กซี่ส่วนบุคคลชื่อดังอย่าง Uber ที่ทำการตลาดในประเทศจีนได้รับความสนใจจากบริษัทเงินทุนต่างๆ และ Uber ในจีนเองก็เพิ่งจะได้รับเงินทุนก้อนใหญ่จำนวน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยเงินทุนที่ว่ามาจากหลายบริษัทเงินทุนของจีนอย่างเช่น Hillhouse Capital Baidu China CITIC Bank และ China Life Insurance Co Ping

drive-863057_640

โดยมีข่าวว่า CITIC bank มีแผนจะลงทุนกับ Uber ในจีนและ Uber ทั่วโลกเป็นจำนวนเงินถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ข่าวดังกล่าวถูกปล่อยออกมา 2 เดือนหลังจากที่แอปคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Didi Kuaidi เพิ่งจะได้รับเงินทุนมากกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐจากบริษัท e-commerce ชื่อดังอย่าง Alibaba Tencent Temasek Holdings และ Coatue Management โดย Didi Kuaidi มีส่วนแบ่งในตลาดเรียกรถแท็กซี่ในจีนกว่า 70 - 80 %

Uber มีเป้าหมายที่จะเข้ามาตีตลาดบริการเรียกรถแท็กซี่ในจีน ที่ผ่านมาได้มีจดหมายจาก CEO ของ Uber โดย Travis Kalanick ได้เขียนเอาไว้ว่าคู่แข่งคนสำคัญของ Uber ได้ลอกเลียนรูปแบบธุรกิจของเขาและพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงมันจากเดิมที่เป็นธุรกิจให้บริการเรียกรถแท็กซี่ให้เป็นในรูปแบบของ P2P หรือ Peers to Peers นั้นเอง Uber ได้เสนอเงินโบนัสเพื่อที่จะเพิ่มจำนวนของคนขับรถในระบบของตน

ที่มา: e27

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เมื่อกฎหมายไม่ใช่คอขวด เจาะอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลอาเซียน ผ่านรายงาน SCBX และ Hashed Open Research ชี้ทิศทางอนาคตการเงินดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SCBX ร่วมกับ Hashed Open Research (HOR) หน่วยงานคลังสมองด้านนโยบายของ Hashed บริษัทเวนเจอร์แคปิทัลด้าน Web3 ระดับโลก เปิดตัวรายงาน "Powering Southeast Asia's Digital Future" ซึ่งกล...

Responsive image

สจล. ปรับบทบาทครั้งใหญ่ ให้เริ่มทำโปรเจกต์จริงตั้งแต่ปี 1 ตอบโจทย์แวดวง AI, Semiconductor, Data Center

สจล. ปรับบทบาทมุ่งสร้าง "นวัตกร" รองรับอุตสาหกรรมอนาคต ดันสถิติบัณฑิตมีงานทำพุ่ง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ พร้อมคว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยยอดนิยมสายวิทย์-เทคโนโลยี...

Responsive image

Hugging Face เล็งขายกิจการ คาดมูลค่าพุ่ง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เดินหน้าหาผู้ซื้อรายใหม่

Hugging Face กำลังเล็งขายกิจการ ซึ่งถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริงอาจดันมูลค่าบริษัทให้ทะยานสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรืออาจมากกว่านั้น...