สหรัฐเตรียมขอข้อมูล Social Media account ย้อนหลัง 5 ปี สำหรับคนที่ต้องการยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศ

น่าจะเป็นข่าวที่น่าตกใจไม่น้อยสำหรับคนที่ต้องการขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯ เมื่อทางประเทศต้องการให้ผู้ยื่นคำขอต้องให้ข้อมูล Social Media Account ย้อนหลังถึง 5 ปีด้วย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่พึ่งโผล่ขึ้นมาภายใต้การบริหารประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์ เพราะการปรับเปลี่ยนแบบฟอร์มนี้ได้รับการเสนอมาตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2561

photo by Dori Drabek

AP รายงานว่าในปีหนึ่งๆ จะมีชาวต่างชาติกว่า 15 ล้านคนที่ขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯ โดยแบ่งออกเป็นคนที่จะย้ายถิ่นฐานกว่า 710,000 คนและ 14 ล้านคนที่ขอแบบชั่วคราว และรวมถึงคนที่ขอวีซ่าทั้งประเภทธุรกิจและแบบเข้ามาศึกษาต่อด้วย ต้้องกรอกข้อมูล Social Media Account ที่ตนมีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยจะเลือกกรอกด้วย Account ไหนก็ได้แต่ต้องเป็น Account ของเจ้าตัวจริงๆ ไม่เช่นนั้นอาจถูกดำเนินการตามมาตรการการเข้าเมืองขั้นเด็ดขาด นอกจากนี้ยังต้องกรอกข้อมูลอีเมล และเบอร์โทรช่วง 5 ปีผ่านมา และรายละเอียดการเดินทางต่างประเทศ รวมถึงถ้ามีญาติที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายมาก่อนก็ต้องแจ้งด้วย การตรวจสอบมากขึ้นและเข้มงวดนี้นั้น เกิดขึ้นเพราะต้องการป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่สหรัฐฯ อาทิ เหตุการณ์กราดยิงในเมือง San Bernardino ที่ศาลตัดสินให้ Apple ต้องช่วยให้ข้อมูล FBI เข้าถึงเครื่อง iPhone ของผู้ก่อเหตุได้ แม้นโยบายนี้ยังไม่ได้ระบุว่าจะมีผลใช้เมื่อใด แต่แน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อความรู้สึกผู้ใช้ Social Media ที่ไม่อยากเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวต่อเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ แน่นอน

ที่มา AP

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Reed Hastings ผู้ก่อตั้ง Netflix เตรียมลงจากตำแหน่งกลางปีนี้ ปิดตำนาน 27 ปี ผู้เปลี่ยนโลกการดูหนัง

Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบอร์ดของ Netflix กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งกรรมการบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้น หลังจากอยู่กับองค์กรมาอย่างยาวนานกว่า 27 ปี โดยการเปลี่ยนแปลงน...

Responsive image

สวีเดนสั่งยกเลิกหน้าจอในห้องเรียน กลับไปใช้หนังสือและปากกา

สวีเดนประกาศเลิกใช้หน้าจอในเด็กเล็ก กลับไปเน้นอ่านเขียนบนกระดาษเพื่อกู้คะแนน PISA เกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาที่เคยดีที่สุดในโลก?...

Responsive image

Opus 4.7 สรุปความเก่งของโมเดลล่าสุดจาก Anthropic คิดเองได้ว่าโค้ดผิดตรงไหน เถียงผู้ใช้ได้ ทำงานลากยาวได้โดยไม่ต้องคอยคุม

ลองนึกภาพว่าถ้าคุณเป็น Developer ที่ต้องเขียนเขียนระบบแปลงข้อความเป็นเสียงพูด (Text-to-Speech) ด้วยภาษา Rust โดยต้องเขียนตั้งแต่ Neural Model, การจัดการประมวลผลระดับฮาร์ดเแวร์, ทำ ...