Blockchain อีกแล้ว! คำนี้เป็นคำที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคำหนึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ในเชิงผู้ใช้แล้ว ยอมรับว่าดูห่างไกลตัว แม้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเบื้องหลังเทคโนโลยีนี้คืออะไร แต่อย่างน้อยๆ ก็ควรจะได้เห็นประโยชน์จากการใช้งานของมันบ้างจริงไหม?

ด้วยเหตุผลนี้ Deloitte เลยจัดการแข่งขัน Hackathon 3 วันขึ้นมาภายใน หนึ่งในปัญหาที่ทุกคนต้องเคยเจอคือ การจัดการสินค้ารับประกัน เช่นทำใบเสร็จของทีวีหาย ที่อยู่ดีๆ ก็เปิดไม่ติด จะเอาไปเคลมก็หาไม่เจอ หรือถึงเจอก็อ่านไม่ออกหมึกจางหายไปหมดเสียแล้ว นี่ยังไม่นับพวกสินค้ามือสองที่เรื่องรับประกันแทบไม่ต้องพูดถึง เพราะไปซื้อมาจาก marketplace อย่าง eBay Amazon เป็นต้น

เลยเป็นที่มาของโจทย์การทำ Hackathon ครั้งนี้นั่นคือ ออกแบบบริการที่ช่วยให้การรับประกันสินค้านั้นสะดวกและง่ายมากขึ้น ทั้งปลอดภัยและพิสูจน์ข้อมูลได้ และหนึ่งในโซลูชั่นที่ได้มาจาก Hackathon ครั้งนี้คือ การเก็บข้อมูลรับประกันสินค้าบน Blockchain นับเป็นการเชื่อมโยงโลกของ Blockchain และ  Internet of Things (IoT) เข้าไว้ด้วยกัน โดยให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มข้อมูลสิ่งที่ผู้ใช้ซื้อสินค้าไปและข้อมูลการรับประกันสินค้าจะถูกเก็บไว้บน Blockchain อีกที ผ่านทาง Facebook Messenger bot ร้านค้าไม่ต้องเปลี่ยนแปลง Infrastructure ใดๆ ในขณะที่ข้อมูลที่เก็บบน Blockchain ก็ไม่สูญหาย ทีนี้ทำใบเสร็จ/ใบรับประกันหายก็ไม่ต้องกลัวแล้ว

กระบวนการก็คือ 

  1. ผู้ใช้ได้ใบเสร็จมาที่มาพร้อม QR-code เก็บข้อมูลการซื้อสินค้าไว้ทั้งหมด (item, serial number, date- & timestamp เป็นต้น) พร้อมคู่มือว่าให้เชื่อมต่อกับ Warranty Bot บน Facebook
  2. ทำการส่งรูปใบเสร็จขึ้นไปที่ Warranty Bot ตัวนี้
  3. ระบบจะทำการถอดรหัส QR-code และเก็บข้อมูลไว้ที่ Blockchain ปลอดภัย และไม่มีใครจะไปลบคอนเทนต์นั้นได้ถ้าไม่มี Private key

Frank van de Ven ดีไซด์เนอร์แห่ง Deloitte กล่าวว่า

ทุกวันนี้ใครๆ ก็รู้ว่าคนเราใช้แอปฯ น้อยมาก โดยเฉลี่ยแล้วมีแค่ประมาณ 5 แอปฯ เอง ดังนั้นการใช้ช่องทางของ Facebook ที่เป็นช่องทางที่มีอยู่แล้วก็ไม่เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้า แถมยังได้สร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ใช้ใหม่ๆ ด้วย นอกจากนี้ยังให้ผู้ใช้สามารถซื้อประกันแม้ผ่านกระบวนการหลังการขายไปแล้วอีกด้วย

โอกาสต่อยอดธุรกิจ

ในเชิงธุรกิจโซลูชั่นนี้นำเสนอในรูปแบบของ White-Label ไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์ของ Deloitte เท่านั้น สามารถให้บริการกับบริษัทอื่นๆ ก็ได้ หรือจะไปเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ อย่าง Whatsapp, แอปฯ ของธนาคาร หรือสายประกันก็ยังได้ แม้ในตอนนี้โซลูชั่นยังถือเป็นช่วง MVP อยู่ แต่น่าสนใจตรงที่ในอนาคตโซลูชั่นนี้อาจเป็นต้นแบบสำคัญที่ทำให้เกิดการเคลมประกันทั้งสินค้ามือสองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใสและสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างร้านค้าและ supplier รวมถึงการซื้อประกันคุ้มครองให้กับสินค้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงรถยนต์เลยทีเดียว หรืออาจถูกต่อยอดไปใช้คำนวณมูลค่าของสินค้าให้กับผู้รับประกัน เป็นต้น

อ้างอิงจาก: Deloitte, FinTechRanking

RELATED ARTICLE

Responsive image
Responsive image

8 ภาพยนตร์และสารคดีจาก Netflix ที่นักลงทุนทุกคนควรดู

8 ภาพยนตร์และสารคดีจาก Netflix ที่จะสร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้ เป็นเครื่องเตือนใจ และให้ความผ่อนคลายกับผู้ประกอบการหลาย ๆ คนในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจนี้...

Responsive image

10 อันดับมหาเศรษฐีไทยปี 2020

Forbes ได้เผย 50 อันดับอภิมหาเศรษฐีไทย ประจำปี 202 โดยพี่น้องเจียรวนนท์ยังครองอันดับ 1 เช่นเดิม โดยหลังจากการวัดมูลค่าทรัพย์สินของ 50 มหาเศรษฐีมีมูลค่าอยู่ที่ 1.32 แสนล้านเหรียญ (4...