WHA Group วางงบลงทุนสตาร์ทอัพ 300 ล้านบาทต่อปี หนุน ทัสพาร์ค ดับบลิวเอชเอ ส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย-จีน | Techsauce

WHA Group วางงบลงทุนสตาร์ทอัพ 300 ล้านบาทต่อปี หนุน ทัสพาร์ค ดับบลิวเอชเอ ส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย-จีน

WHA Group แถลงแผนธุรกิจครึ่งปีหลังของปี 2564 คาดว่ารายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติจะสูงเป็นประวัติการณ์ ด้วยอัตราการเติบโตกว่าร้อยละ 30 จากปีก่อน พร้อมเผยวางงบลงทุนในสตาร์ทอัพ 300 ล้านบาทต่อปี  


WHA Group

คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้การดำเนินธุรกิจในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ถืมีความท้าทายเป็นอย่างมาก แต่ก็เต็มไปด้วยโอกาสใหม่ ๆ  โดยวิกฤตการณ์ครั้งนี้นับเป็นตัวเร่งให้เกิดการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล และนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาปรับใช้มากขึ้น  

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของ WHA Group ในส่วนของดิจิทัลแพลตฟอร์มของดับบลิวเอชเอ ยังคงดำเนินแผนการให้บริการไฟเบอร์ออปติก (FTTx) ในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 10 แห่งของดับบลิวเอชเอในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบัน FTTx ได้ให้บริการแก่ลูกค้าทั้งหมดในนิคมอุตสาหกรรม 6 แห่ง ในขณะที่กำลังดำเนินการติดตั้งให้ครอบคลุมพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมที่เหลืออยู่อีก 4 แห่ง รวมถึงเรายังมีส่วนร่วมในการพัฒนา 5G เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของกลยุทธ์ดิจิทัลแพลตฟอร์มของดับบลิวเอชเอ บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่ทั้งหมด รวมถึง แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (AWN) ทรู และดีแทค เพื่อร่วมวางแผนการวางเครือข่าย 5G และโซลูชัน 5G และเร่งการสร้างสรรค์โซฃูชันอัจฉริยะสำหรับลูกค้าของดับบลิวเอชเอ

นอกจากนี้เรายังได้วางงบลงทุนในสตาร์อัพ  300 ล้านบาทต่อปี เพื่อขยายความร่วมมือกับสตาร์ทอัพในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการที่มอบให้แก่ลูกค้าของดับบลิวเอชเออย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจา 2 ดีล ใช้งบลงทุนประมาณ 200 กว่าล้านบาท 

และในขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่หลากหลายให้กับลูกค้าได้มากขึ้น เราได้มีการร่วมมือกับทัส โฮลดิ้งส์ จากประเทศจีน จัดตั้งบริษัทดำเนินการศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรม “ทัสพาร์ค ดับบลิวเอชเอ”  ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่บริหารจัดการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยในไตรมาสที่ 1 ปี 2564 ทัสพาร์ค ดับบลิวเอชเอ ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพและส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างประเทศจีนกับไทย ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ได้มีการเชื่อมโยงกับบริษัทเทคโนโลยีในจีน โดยเชิญ Speaker จากจีนมาพูดให้ความรู้ และในการร่วมมือกับสถาบันการศึกษานั้นเราจะมีการปรับหลักสูตรการศึกษาให้ตอบโจทย์ต่ออนาคตมากขึ้นด้วย 

แผนงานของธุรกิจกลุ่มต่าง ๆ ของ WHA Group

กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ 

สถานการณ์โควิด-19 ช่วยเร่งให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตเร็วขึ้น และเป็นการเพิ่มความต้องการศูนย์กระจายสินค้าสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ ธุรกิจโลจิสติกส์ของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ปยังได้รับผลตอบรับที่ดีจากความต้องการโรงงานสำเร็จรูป (Ready-Built Factories - RBF) และคลังสินค้าสำเร็จรูป (Ready-Built Warehouse – RBW) ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มมากขึ้น  คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีพื้นที่คลังสินค้าภายใต้การถือครองและบริหารจัดการรวม 2,560,000 ตารางเมตร

ธุรกิจโลจิสติกส์ของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ยังได้เดินหน้าในการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาปรับใช้เพื่อสร้างโซลูชันบริการที่เปี่ยมนวัตกรรมแบบครบวงจรที่สร้างมูลค่าใหม่ ๆ มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทั้งนี้บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 29.40 ในบริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด ผู้ให้บริการให้เช่าพื้นที่จัดเก็บทรัพย์สินส่วนบุคคลระดับพรีเมียม ภายใต้แบรนด์ “i-Store Self Storage” โดยดับบลิวเอชเอจะใช้ความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้ในธุรกิจโลจิสติกส์มาสนับสนุนสตอเรจ เอเชีย ในการสร้างสรรค์การให้บริการพื้นที่จัดเก็บทรัพย์สินส่วนบุคคลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง ซึ่งในปีนี้ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป มีแผนที่จะขายทรัพย์สิน ได้แก่โครงการ Built-to-Suit Warehouse และ General Warehouses ขนาด 180,000 ตารางเมตร เข้ากองทรัสต์ WHART ด้วยมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 5,500 ล้านบาท

กลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม 

ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ (WHAID) ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดทั้งในประเทศไทยและขยายธุรกิจสู่เวียดนาม ปัจจุบัน มีนิคมอุตสาหกรรมทั้งสิ้น 12 แห่ง โดยตั้งอยู่ในประเทศไทย 11 แห่ง และเวียดนามอีก 1 แห่ง นอกจากนี้ ยังกำลังพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่เพิ่มอีก 3 โครงการในประเทศไทย และอีก 2 โครงการในเวียดนาม คิดเป็นพื้นที่รวม 68,000 ไร่  ซึ่งรวมพื้นที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่จำนวน 49,900 ไร่ 

ในประเทศไทย คาดว่านิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 (WHA ESIE 3) และนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 (WHA RY36) จะดำเนินการสร้างเสร็จสมบูรณ์ในช่วงปลายปี 2564 และภายหลังจากผ่านการอนุมัติการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว การก่อสร้างส่วนต่อขยายของนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 (WHA ESIE 4) ก็จะเริ่มขึ้นในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 ส่วนนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล เอสเตท ระยอง (WHA IER) ซึ่งได้รับการอนุมัติให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษจากอีอีซี จะเริ่มการก่อสร้างในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2565 โดยจะเป็นผลให้ WHAID มีที่ดินอุตสาหกรรมพร้อมซื้อขายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนทำเลยุทธศาสตร์เพื่อรับการลงทุนในอนาคต

ในประเทศเวียดนาม เขตอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1 – เหงะอาน ได้เสร็จสิ้นการก่อสร้างเฟส 1 ขนาดพื้นที่ 1,000 ไร่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้เช่าร้อยละ 54 ของพื้นที่ ประกอบด้วยลูกค้าจากจีน ญี่ปุ่น และไทย ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ  อิเล็กทรอนิกส์ การแปรรูปอาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ และวัสดุก่อสร้าง ขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างเฟส 2 ขนาด 2,100 ไร่  คาดว่าการก่อสร้างจะเริ่มในไตรมาส 1 ปี 2565 นอกจากนี้ WHAID ยังกำลังพัฒนาเขตอุตสาหกรรมเพิ่มอีกสองแห่ง ได้แก่ WHA Smart Technology Industrial Zone - Thanh Hoa และโครงการ WHA Northern Industrial Zone ในจังหวัดถั่งหัว ครอบคลุมพื้นที่กว่า 7,500 ไร่ โดยจะเริ่มก่อสร้างในปี 2566 และ 2567

ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ ยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจตามแนวคิด “Smart Eco Industrial Estates” ด้วยการเปิดรับนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเริ่มดำเนินการ “ศูนย์ควบคุมการปฏิบัติงานแบบรวมศูนย์” ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคารดับบลิวเอชเอ ทาวเวอร์ เพื่อตรวจสอบตัวบ่งชี้หลักด้านการทำงานและสิ่งแวดล้อม รวมถึงข้อมูลการจราจร ความปลอดภัย การปล่อยก๊าซทางอากาศ ระดับน้ำ ตลอดจนคุณภาพน้ำเสีย ซึ่งเป็นข้อมูลที่รวบรวมมาจากระบบจัดการจราจรอัจฉริยะ กล้องวงจรปิด และระบบ SCADA1  ซึ่งติดตั้งไว้ที่นิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ ในประเทศไทย

นอกจากนี้ บีไอจี ดับบลิวเอชเอ อินดัสเทรียลแก๊ส ยังได้ร่วมมือกับ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จํากัด เพื่อสร้างโรงงานแยกก๊าซและท่อส่งก๊าซ โดยจะจัดจำหน่ายก๊าซไนโตรเจนให้แก่ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) และนิคมอุตสาหกรรม ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 ที่อยู่ติดกัน โดย บีไอจี ดับบลิวเอชเอ อินดัสเทรียลแก๊ส จะเริ่มจัดจำหน่ายไนโตรเจนให้แก่ลูกค้าในไตรมาสที่ 4 ปี 2564

กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค

ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) เดินหน้าขยายธุรกิจสาธารณูปโภคภายในและภายนอกนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัท ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม และพัฒนาโซลูชันพลังงานหมุนเวียนที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม โดยเฉพาะธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์

ด้านสาธารณูปโภค ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ ยังคงเดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์และโซลูชันอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม เช่น โครงการ Wastewater Reclamation และการผลิตน้ำที่ปราศจากแร่ธาตุ (Demineralized Water) โดยใช้เทคโนโลยีเมมเบรนรีเวิร์สออสโมซิส ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 WHAUP ได้เพิ่มปริมาณการผลิตน้ำประปาและการบำบัดน้ำเสีย รวมถึงผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 16 และ 170 ตามลำดับเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยหลายโครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาและดำเนินการก่อสร้าง เช่น โรงบำบัดน้ำแห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36  ซึ่งมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2.74 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี โรง reclamation และโรงผลิตน้ำปราศจากแร่ธาตุ ยังให้บริการน้ำปราศจากแร่ธาตุแก่ลูกค้านอกนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ และโครงการน้ำดิบทางเลือก ด้วยกำลังการผลิต 6 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

ที่เวียดนาม WHAUP อยู่ระหว่างการดำเนินการ 3 โครงการ ส่งผลให้ปริมาณน้ำประปาและน้ำเสียมีขนาดรวมถึง 10.5 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โรงบำบัดน้ำ Duong River Surface (WHAUP ถือหุ้นร้อยละ 34) มีอัตราการใช้น้ำที่สูงขึ้นและมีปริมาณการขายน้ำเพิ่มขึ้นร้อยละ 26 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาในครึ่งแรกของปี 2564 โรงบำบัดน้ำ Cua Lo (WHAUP ถือหุ้นร้อยละ 47) ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกรกฎาคม 2564 และขยายกำลังการผลิตของโรงงานเป็น 7.3 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

ด้านพลังงาน ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ ยังคงขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วยการพัฒนาโซลูชันพลังงานหมุนเวียน นอกเหนือจากพลังงานแบบดั้งเดิม โดยตั้งแต่ต้นปี 2564 มีโครงการโซลาร์ที่ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ หลายโครงการ อาทิ คอนติเนนทอล ไทร์ส ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 และ ฮอนด้า ในจังหวัดปราจีนบุรี นอกจากนั้นบริษัทฯ ยังได้ลงนามในสัญญาอีกหลายฉบับ โดยมีโครงการ Solar ที่เปิดดำเนินการแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 46 เมกะวัตต์ และบริษัทฯ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโครงการ Solar Rooftop รวมทั้งสิ้น 63 เมกะวัตต์ คาดว่าธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ของ WHAUP จะมีกำลังการผลิตรวม 90 เมกะวัตต์ ภายในสิ้นปี 2564 ทั้งนี้ ภายใต้กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นโซลูชันนวัตกรรม WHAUP ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับพันธมิตรด้านพลังงานชั้นนำ อย่าง ปตท. และเซอร์ทิส เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มพลังงานอัจฉริยะเพื่อซื้อขายพลังงานแสงอาทิตย์ในกลุ่มลูกค้าภายในนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ ทั้งนี้ในปี 2564 บริษัทฯ จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นทั้งสิ้น 670 เมกะวัตต์


RELATED ARTICLE

Responsive image

Apple เตรียมย้ายฐานการผลิต Apple Watch และ Macbook จากจีนสู่เวียดนาม

Apple เตรียมย้ายฐานการผลิต Apple Watch และ Macbook จากจีนสู่เวียดนาม เพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุน พยายามกระจายการผลิตออกจากจีน...

Responsive image

จับตาความร่วมมือ BMW ร่วมกับ Toyota ผลิตจำหน่าย iX5 Hydrogen รถยนต์ที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน

BMW ร่วมกับ Toyota ผลิตจำหน่าย iX5 Hydrogen รถยนต์ที่ใช้เซลล์เชื้อเพลงไฮโดรเจน ที่เปิดตัวเมื่อปี 2021 ที่งาน Munich Motor Show ที่พัฒนาจากต่อยอดจากตัวถังจาก X5 SUV ของ BMW โดยปัจจุ...

Responsive image

Beryl 8 Plus ทุ่ม 1.4 พันล้าน ควบกิจการ เบย์คอม ปักธงนำ Cyber Security ปกป้องข้อมูล - สร้างความเชื่อมั่นลูกค้า

Beryl 8 Plus เดินเกม ทุ่ม1.4 พันล้าน ควบรวมกิจการ บริษัทเบย์ คอมพิวติ้ง ผู้ประกอบการธุรกิจ Cyber Security อันดับต้นๆ ของประเทศ ก้าวขึ้นสู่ผู้นำอุตสาหกรรม หนุนการเติบโตที่ยั่งยืน ชี...