อีกหนึ่งสายพันธุ์ โควิดเอปซีลอน ในสหรัฐฯ รุนแรงแค่ไหน วัคซีนที่มีตอนนี้จะเอาอยู่หรือไม่

จากการแพร่ระบาดของ โควิดเอปซีลอน  ในสหรัฐฯ เมื่อปลายปี 2020 ที่ก่อให้เกิดการติดเชื้ออย่างก้าวกระโดดในแคลิฟอร์เนีย จึงส่งผลให้มีการตรวจสอบความรุนแรงของสายพันธุ์ดังกล่าว และพบว่า โควิดเอปซีลอน สามารถต้านทานการรักษาผู้ป่วย covid-19 ในเบื้องต้นได้ และยังมีความเป็นไปได้ที่จะหลบหลีกภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นจากวัคซีน ซึ่งการวิจัยในเบื้องต้นได้เปิดเผยอีกว่า สายพันธุ์นี้มีความเป็นไปได้ที่จะระบาดหนักกว่าทุกสายพันธุ์ก่อนหน้าถึง 20% ซึ่งล่าสุด WHO ได้จัดให้ไปอยู่ในหมวดที่ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

โควิดเอปซีลอน

โควิดเอปซีลอน เกิดมาจากอะไรและพบได้ที่ไหน

โควิดเอปซีลอน ประกอบด้วยเชื้อ 2  ได้แก่ B.1.427 ที่กลายพันธุ์มาจาก S protein ประเภท L452R และ B.1.429 ที่กลายพันธุ์มาจาก S protein ประเภท L452R, ORF1a ประเภท I4205V, ORF1b ประเภท D1183Y, S13I และ W152C พบครั้งแรกประมาณเดือนพฤษภาคม 2020 จากนั้นไวรัสสายคู่นี้ก็ได้แตกออกเป็น 2 สาย และเริ่มระบาดในสหรัฐฯ ช่วงเดือนมิถุนายน 2020 แม้ว่ายังไม่พบแหล่งที่มาเฉพาะชัดเจน แต่ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้มียอดผู้ติดเชื้อโควิดสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในแคลิฟอร์เนีย 

โดยโควิดเอปซีลอน เกิดจากการกลายพันธุ์จากเชื้อไวรัส covid-19 ของผู้ที่เดินทางเข้า-ออกประเทศสหรัฐฯ ในช่วงปลายปี 2020 จากการทดสอบความถี่ของการติดเชื้อของสายพันธุ์ Epsilon ในช่วงเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ของปี 2021 และพบว่ามีการติดเชื้อจากสายพันธุ์นี้สูงที่สุดในช่วงกุมภาพันธ์ คือ 15% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด และต่อมาก็มีการติดเชื้อที่เกิดจากสายพันธุ์นี้อีกเป็นระยะ ๆ แต่ไม่ถี่จนน่ากังวล 

ทางด้าน GISAID (โครงการระหว่างประเทศที่ติดตามและแบ่งปันข้อมูลทั่วโลกที่เกี่ยวกับไวรัส ที่รวมไปถึง covid-19) ได้ระบุว่า มีการแพร่ระบาดของสายพันธุ์นี้ในสหราชอาณาจักรอีกเช่นกัน ซึ่งพบผู้ติดเชื้อจากสายพันธุ์ดังกล่าว 20 ราย ด้วยตัวเลขที่อยู่ในอัตราต่ำ จึงทำให้ยังไม่มีการจัดหมวดหมู่ลงในสายพันธุ์ที่น่าเป็นห่วงหรือน่าสนใจ แต่จะยังเฝ้าระวังสายพันธุ์นี้ต่อไปในอนาคต 

วัคซีนที่มีตอนนี้สามารถป้องกัน โควิดเอปซีลอน ได้หรือไม่

โควิดเอปซีลอน ประกอบด้วย B.1.427 และ B.1.429 ที่มีการกลายพันธุ์ของ L452R ทำให้ไวรัสจับกับเซลล์ในร่างกายได้ดีขึ้น และยังต้านทานระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ผู้เชี่ยวชาญจึงกังวลถึงผลกระทบต่อประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีในปัจจุบัน

จากการทดสอบกับสายพันธุ์ที่ใกล้เคียง พบว่าการตอบสนองของร่างกายในการสร้างภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อโดยธรรมชาติ หรือการฉีดวัคซีนเข้าไปเพื่อกระตุ้นการสร้างภูมิต้านทาน มีประสิทธิภาพลดน้อยลงจากการติดเชื้อประเภทนี้ ซึ่งโดยทั่วไป แอนติบอดี้ที่ถูกสร้างจากการฉีดวัคซีนจะมีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่นต่อการรับมือกับการกลายพันธุ์ของเชื้อใหม่ๆได้ดีกว่าการติดเชื้อโดยธรรมชาติ สายพันธุ์นี้จึงต้านทานภูมิคุ้มกันที่ได้จากการติดเชื้อโควิด 4-6.7 เท่า และต้านทานวัคซีนได้ 2 เท่า 

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังกังวลถึงการกลายพันธุ์ในโปรตีนส่วนหนามของไวรัสสายพันธุ์นี้ ในการจับกับเซลล์ของร่างกาย ที่จะส่งผลต่อการติดเชื้อที่ง่ายและรุนแรงยิ่งขึ้น และยังอาจต้านทานภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นจากการกระตุ้นด้วยวัคซีน mRNA ได้อีกด้วย 

โดยการศึกษาของมหาวิทยาลัยวอชิงตันในสหรัฐอเมริกายังพบว่า หากมีการกลายพันธุ์ 3 ครั้งในโปรตีนส่วนหนามของโควิดเอปซีลอน จะทำให้ศักยภาพของแอนติบอดีที่เกิดจากวัคซีนหรือเป็นภูมิต้านทานที่เกิดจากการติดเชื้อ covid-19 นั้นลดลง 

ความเห็นจากองค์กรสาธารณสุขระดับโลกที่มีต่อ โควิดเอปซีลอน

หลังจากที่หลายประเทศได้แสดงถึงความกังวลในสายพันธุ์นี้ องค์กรอนามัยโลก (WHO) จึงได้ออกมาประกาศให้ Epsilon เป็นสายพันธุ์ที่ต้องสนใจ ซึ่งเป็นระดับที่รุนแรงน้อยกว่าการประกาศว่าเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล และในเวลาต่อมา หลังจากที่ไม่มีการติดเชื้อในสหรัฐฯที่เกิดจากสายพันธุ์นี้เพิ่มมากนัก ต่อมา WHO  ก็ได้ตัดสินใจถอดโควิดเอปซีลอน ออกจากสายพันธุ์ที่ต้องสนใจ เป็นสายพันธุ์ที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

ในฝั่งของหน่วยงานป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐฯ (CDC) ก็ได้ตัดสินใจลดระดับลงเป็นสายพันธุ์ที่น่าสนใจ (Variant of Interest) เช่นเดียวกัน เพราะแท้จริงแล้ว สายพันธุ์โควิด-19 ที่สร้างความกังวลให้กับสหรัฐฯ มากกว่านั้นคือ สายพันธุ์อัลฟ่าที่ค้นพบในสหราชอาณาจักร ในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ได้สร้างความกังวลให้กับสหรัฐฯ มากกว่า Epsilon จากการแพร่เชื้อที่มีประสิทธิภาพถึง 70% 

อ้างอิง : independent.co.uk


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สรุปความเสี่ยงโลกจาก Global Risks Report 2026 เมื่อโลกกำลังก้าวสู่ ‘ยุคแห่งการแข่งขัน’ อย่างเต็มรูปแบบ

สรุปภาพรวมความเสี่ยงระดับโลกจาก Global Risks Report 2026 ของ World Economic Forum วิเคราะห์แนวโน้มความเสี่ยงระยะสั้น กลาง และยาว ตั้งแต่สงคราม เศรษฐกิจ ข้อมูลเท็จ AI ไปจนถึงสภาพอาก...

Responsive image

เปิดรายชื่อ ทีมไทยแลนด์ บุก Davos 2026 รองนายกฯ เอกนิติ นำทัพรัฐ-เอกชน โชว์วิสัยทัศน์ดึงทุนเข้าไทย

นับเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญของเศรษฐกิจไทยต้อนรับปี 2026 เมื่อ ‘ทีมไทยแลนด์’ จัดทัพใหญ่เตรียมบินสู่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเข้าร่วมเวทีระดับโลกอย่าง World Economic Forum...

Responsive image

3 วาระร้อน Davos 2026 เศรษฐกิจ-การเมือง-AI ที่จะกำหนดชะตาโลกปีนี้

เจาะลึก Davos 2026 งานประชุมเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดแห่งปี จับตาการกลับมาของ Trump และทิศทาง AI จาก Jensen Huang และ Satya Nadella สรุป 3 ประเด็นใหญ่ที่ธุรกิจต้องรู้ อ่านเลยที่ Techs...