ลองฟังเสียง ‘ภูมิปัญญาของเหล่ามวลมนุษย์’ เสียงที่จะกลายเป็นโลโก้ของ Wikipedia

เราเคยได้ยินเสียงฝนตก เสียงลมพัด เสียงนกร้อง แล้ว ‘เสียงแห่งภูมิปัญญาของมนุษย์’ มันเป็นยังไง ? 

เมื่อปีที่แล้ว Wikimedia Foundation เจ้าของเว็บ Wikipedia สารานุกรมออนไลน์ที่เรารู้จักกันดี ได้จัดประกวด Sound logo หรือเสียงประจำแบรนด์  (Sound logo พูดง่าย ๆ มันก็คือโลโก้ของแบรนด์แบบมีเสียงแบบที่เราได้ยิน ‘ทาดัมม’ จาก Netflix) โดยมาในธีมของ  ‘เสียงแห่งภูมิปัญญาของเหล่ามวลมนุษย์’ (sound of all human knowledge) ตามสไตล์ Wikipedia ที่เป็นแหล่งรวมความรู้นั่นเอง 

หลังคัดเลือกผลงานกว่า 3,235 ชิ้น จากผู้สมัคร 2,094 ใน 135 ประเทศทั่วโลก ผู้ชนะคือ Thaddeus Osborne จากรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ผู้เป็นวิศวกรนิวเคลียร์และมีอาชีพเสริมเป็นโปรดิวเซอร์เพลง

“เสียงโลโก้ของผมนั้นเป็นการตอนรับให้ผู้ฟังเข้าสู่โลกแห่งข้อมูล เสียงของการพลิกหน้ากระดาษที่เปลี่ยนไปเป็นเป็นเสียงของการพิมพ์ คลิก และเสียงกระดาษที่ทำให้รู้สึกถึงองค์ความรู้ที่ถูกเก็บไว้อยู่ พร้อมชวนคุณเข้ามาเรียนรู้ นี่คือสิ่งที่ผมรับรู้จาก Wikimedia ซึ่งคือการเปิดรับและเชิญชวนให้ทุกคนมาแบ่งปันองค์ความรู้อันมากมายที่มีอยู่”

ลองกดฟังเสียงดู 


ทั้งนี้เสียงที่ได้ยินจะยังไม่สมบูรณ์เพราะต้องได้รับการบันทึกใหม่จากผู้เชี่ยวชาญในสตูดิโอ โดย Osborne จะได้รับค่าเดินทางฟรีเพื่อไปทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญพร้อมกับเงินรางวัล 2,500 ดอลล่าห์ (~85,500 บาท)

ที่มา TheVerge

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Human of Tomorrow’ ในมุมคุณศุภจี อนาคตไทยต้องสร้างพร้อมกันทั้งคน ธุรกิจ และประเทศ (มุม Storytelling)

การพูดถึง ‘มนุษย์แห่งอนาคต’ มักพาเราไปสู่คำถามเรื่องทักษะ AI หรืออาชีพที่จะเปลี่ยนไป ทว่าคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วางภาพนี้ไว้กว้างกว่าน...

Responsive image

Google เปิดตัว Gemini 3.8 Live AI ที่พูดไปคิดไปได้แบบมนุษย์ รองรับการแปลสดถึง 97 ภาษาทั่วโลก

Google เปิดตัว Gemini 3.8 Live และ 3.8 Live Extended Thinking โมเดลเสียงที่คิดไปคุยไปพร้อมกัน รองรับ 97 ภาษา สลับได้เองกลางบทสนทนา เรียกใช้เครื่องมือเบื้องหลังโดยไม่ทำให้บทสนทนาสะด...

Responsive image

Meta เปิดตัว Meta One พร้อม 50+ ฟีเจอร์บน Instagram, Facebook และ WhatsApp จ่ายเพิ่มแล้วได้อะไร ?

Instagram, Facebook และ WhatsApp เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้คุ้นกับการใช้งานฟรี ขณะที่แบรนด์และครีเอเตอร์จ่ายเงินซื้อโฆษณาเพื่อเข้าถึงคนมากขึ้นมาโดยตลอด แต่ Meta กำลังเพิ่มทางเลือกใหม่ด...