เรือสําราญปลอดมลพิษลําแรกของโลกจากนอเวย์ ใช้พลังงานลมและแสงอาทิตย์​ ตั้งเป้าเสร็จปี 2030 | Techsauce

เรือสําราญปลอดมลพิษลําแรกของโลกจากนอเวย์ ใช้พลังงานลมและแสงอาทิตย์​ ตั้งเป้าเสร็จปี 2030

นอร์เวย์ดำเนินการวิจัยและพัฒนาการสร้างเรือสําราญลําแรกของโลกที่ใช้แค่พลังงานหมุนเวียนและแบตเตอรี่

ภาพจาก : Hurtigruten

เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทเรือสําราญสัญชาตินอร์เวย์ Hurtigruten (แปลว่า "เส้นทางที่รวดเร็ว" ในภาษานอร์เวย์) ได้ตั้งเป้าหมาย ว่าจะเริ่มแล่นเรือสําราญที่ปลอดมลพิษภายในสิ้นทศวรรษนี้ 

ที่มาของเรือสำราญปลอดมลพิษ 

เฮดดา เฟลิน (Hedda Felin) ประธานผู้บริหารบริษัท Hurtigruten Norway ยืนยันว่าเป้าหมายด้านสภาพอากาศของบริษัทตนจะต้องแตกต่างออกไปจากบริษัทอื่น ๆ ที่ยังใช้เวลาอีกนานเกินไปและไม่ชัดเจนนัก

นอกจากนี้ ทางทีมงานยังตระหนักถึงปัญหาสภาพอากาศที่อุตสาหกรรมการเดินเรือจะต้องมีส่วนรับผิดชอบโดยประมาณร้อยละ 3 ของการปล่อยมลพิษทั้งหมด

หลังจากศึกษาทุกความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยีอย่างละเอียด ทีมงานก็ได้ตั้งเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม คือสร้างเรือลำนี้ให้เสร็จภายในปี 2573 แต่เนื่องจากการดำเนินการก่อสร้างจำเป็นต้องเริ่มภายในปี 2570 จึงเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ปีในการสร้างต้นแบบและทดสอบส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ไม่เคยใช้มาก่อน ซึ่งนี่อาจเป็นเรือสําราญลําแรกในโลกที่ปลอดก๊าซมลพิษ (zero-emissions)

การออกแบบเรือสำราญ

ตัวเรือยังมีการออกแบบสุดพิเศษ ที่มีลักษณะแปลกใหม่ต่างจากโครงสร้างของเรือทั่ว ๆ ไป  คือมีปีกใบเรือขนาดใหญ่จำนวน 3 ปีก ที่สามารถรับพลังงานจากลมและแสงอาทิตย์มาใช้ และยังพับเก็บได้ทำให้เรือสามารถล่องลอดใต้สะพานไปตามเส้นทางใกล้ชายฝั่งที่เคยใช้เป็นประจำมานานกว่าศตวรรษ

ภาพจาก : Hurtigruten 

นอกจากนี้ หากสภาพกระแสลมหรือแสงแดดกำลังดี ปีกใบเรือจะสูงขึ้นโดยอัตโนมัติถึง 164 ฟุต พื้นผิวแผงเซลล์แสงอาทิตย์จะขยายถึง 16,000 ตารางฟุต และพื้นผิวรับลมขยายมากกว่า 8,000 ตารางฟุต

แม้ในฤดูร้อนของประเทศนอร์เวย์ ที่เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน แผงเซลล์แสงอาทิตย์ก็ยังสามารถสร้างพลังงานออกมาได้อย่างต่อเนื่อง

พลังงานลมและแสงอาทิตย์สามารถช่วยชาร์จแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ โดยเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จพลังงานหมุนเวียนเมื่อเรือหยุดจอด ถึงแม้ว่าเรือ Hurtigruten จะต้องเดินทางไปตามชายฝั่งนอร์เวย์ซึ่งมีการหยุดจอดอยู่บ่อยครั้ง พลังงานแบตเตอรี่ก็ยังคงใช้งานได้ ทั้งนี้ในการเดินทางข้ามมหาสมุทร แบตเตอรี่อาจจะต้องมีขนาดใหญ่มาก ซึ่งยากที่จะเป็นไปได้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ตอนนี้แบตเตอรี่แบบที่บริษัท Hurtigruten ต้องการจะยังไม่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ทางบริษัทยังคงดำเนินงานร่วมกับคู่ค้าจำนวนมากและนักพัฒนาแบตเตอรี่เพื่อให้ทุกอย่างสำเร็จโดยเร็ว

เรือขนาดยาว 443 ฟุต ได้รับการออกแบบมาให้ประหยัดพลังงานให้ได้มากที่สุด รูปทรงเพรียวลมตามหลักการเคลื่อนที่ของอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) มีการเคลือบผิวบนตัวเรือเพื่อป้องกันไม่ให้เพรียงหรือสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ มาเกาะข้างเรือ ทำให้เรือสามารถแล่นไปบนน้ําได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

ใช้ระบบการหล่อลื่นด้วยอากาศ (Air lubrication) ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยลดการเสียดสีของเรือโดยปกคลุมใต้ท้องเรือด้วยฟองอากาศเล็ก ๆ อีกทั้งยังมีการปรับปรุงระบบใบพัด ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดพลังงานของเรือไปได้ร้อยละ 5 ถึง 10 ของพลังงานทั้งหมด

ปัญญาประดิษฐ์จะช่วยปรับแต่งเส้นทางการเดินเรือเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ให้ข้อแนะนำแก่ผู้โดยสารให้ใช้พลังงานกันอย่างประหยัดมากขึ้น

ถึงแม้ว่าลักษณะการออกแบบบางอย่างจะถูกใช้บนเรือลําอื่นไปแล้ว แต่ "เราต้องการยกระดับไปอีกขั้นและเพิ่มประสิทธิภาพ" กล่าวโดย Gerry Larsson-Fedde รองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการทางทะเลของบริษัท ผู้ริเริ่มเสนอภาพรวมของโครงการ Sea Zero

ในอีกสองปีข้างหน้า บริษัท Hurtigruten จะทํางานร่วมกับคู่ค้าในการวิจัย พัฒนาและทดสอบว่าทุกอย่างทํางานได้ตามที่คาดไว้หรือไม่ จากนั้นจึงเริ่มการต่อเรือ และทํางานร่วมกับหน่วยงานกํากับดูแลเพื่อขออนุมัติเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่กําลังสร้างด้วยกัน

หลังจากนั้นจะวางแผนพัฒนาเรืออีก 7 ลําเพื่อสร้างกองทัพเรือปลอดมลพิษ (zero-emissions) (โดยบางลำจากบริษัทในเครือ Hurtigruten Expeditions เป็นเรือแบบไฮบริดพร้อมแบตเตอรี่อยู่แล้ว ที่ได้เปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2562 ในฐานะเรือแบตเตอรี่ไฮบริดลําแรกของโลก)

บริษัท Hurtigruten หวังว่าจะช่วยผลักดันบริษัทอื่นให้ก้าวหน้าเร็วยิ่งขึ้น เฟลินกล่าวว่า “พวกเราไม่อยากโดดเดี่ยว เราอยากให้อุตสาหกรรมทั้งหมดลุกขึ้นมาพัฒนาด้วยความมุ่งมั่น"

อ้างอิง : Fast Company , Hurtigruten

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

TMA เผยสิงคโปร์ครองแชมป์ประเทศที่มีขีดความสามารถที่สุดในโลกโดย IMD ไทยขยับขึ้นมาอันดับที่ 25

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) เผยสิงคโปร์ครองแชมป์ขีดความสามารถในการแข่งขันสูงสุดในโลก จัดอันดับโดย World Competitiveness Center ของ IMD ประจำปี 2567 ไทยอยู่ที่ 25 และคว้...

Responsive image

ประเทศไทยในยุค AI Economy ไม่ได้ขาดงาน แต่ขาดคนที่มีทักษะ AI

ประเทศไทยในยุค AI Economy ถึงเวลาที่ต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ด้วยการนำประโยชน์ของ AI มาใช้กับธุรกิจให้ได้มากที่สุด...

Responsive image

Netflix มุ่งลงทุนซีรี่ย์เพิ่มในไทย ‘สมรสเท่าเทียม’ สร้างโอกาสนำเสนอเนื้อหาหลากหลาย

Netflix สตรีมมิ่งภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศเดินหน้าสร้างหนัง ซีรี่ส์ และรายการท้องถิ่นมากขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แรงหนุนจากสมรสเท่าเทียม...