3 ก.ค. 66 อากาศร้อนที่สุดทุบสถิติเดิม Climate change รุนแรงขึ้นทั่วโลก อาจร้อนขึ้นอีกจากเอลนีโญ

ศูนย์พยากรณ์สิ่งแวดล้อมแห่งชาติของสหรัฐ (US National Centers for Environmental Prediction) รายงานว่า วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม 66 เป็นวันที่โลกร้อนที่สุดตั้งแต่เคยมีการบันทึกมา โดยอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงถึง 17.01 องศาเซลเซียส ทุบสถิติเดิมเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ที่ 16.92 องศาเซลเซียส

นักวิจัยคาดว่า การที่อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นจนทุบสถิติมีสาเหตุมาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปรากฏการณ์เอลนีโญ และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่องยาวนาน 

ความรุนแรงของ Climate change ที่เพิ่มสูงขึ้น

Leon Simons นักวิจัยด้านภูมิอากาศอธิบายว่า อุณหภูมิของโลกจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป แต่ครั้งนี้มีตัวเร่งอุณหภูมิอย่างปรากฏการณ์เอลนีโญ จึงทำให้โลกร้อนขึ้นจนทำลายสถิติเดิม ซึ่งเอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่จะส่งผลกระทบ 3 ช่วง ได้แก่ ร้อน เย็น หรือเป็นกลาง

Simons คาดว่าเมื่อโลกเข้าสู่ช่วงร้อน อุณหภูมิของโลกก็มีโอกาสที่จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นในอีก 1.5 ปีข้างเราจะมีวันที่ร้อนกว่าที่เคยมี เดือนที่ร้อนกว่าปกติ หรือตลอดทั้งปีที่ร้อนกว่าปีอื่น ๆ

Karsten Haustein นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Leipzig ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมโลกของเราอาจจะมีวันที่ร้อนได้มากกว่านี้ เพราะปรากฏการณ์เอลนีโญที่เข้ามาเสริมและทวีความรุนแรงขึ้น

หลาย ๆ ประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ เช่น ตอนใต้ของสหรัฐฯ ที่ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาต้องเจอกับ “โดมความร้อน” ซึ่งพื้นที่บริเวณนั้นจะมีอากาศที่ร้อนจัดระอุอยู่ ไม่พัดผ่านไป เกิดจากคนปล่อยมลพิษสะสมจนทำลายชั้นบรรยากาศโลก

ประเทศจีน ในบางส่วนของประเทศยังคงมีคลื่นความร้อนกระจายอยู่ทำให้มีอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส รวมถึงแอฟริกาเหนือมีอุณหภูมิสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียส

ซาอุดีอาระเบีย ประชากรหลายพันคนต้องทนทุกข์กับอากาศร้อนที่แผดเผาระหว่างการแสวงบุญทางศาสนาฮัจญ์ และฤดูหนาวในแอนตาร์กติกา ก็กลับมีอุณหภูมิที่สูงผิดปกติจนส่งผลให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น

เสี่ยงกระทบเศรษฐกิจไทย

Jeni Miller ผู้อำนวยการ Global Climate and Health Alliance เผยว่า ผู้คนทั่วโลกกำลังประสบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น คลื่นความร้อน ไฟป่า มลพิษทางอากาศ น้ำท่วม และพายุรุนแรง สิ่งเหล่านี้ทวีความรุนแรงขึ้น จากการสกัดและการใช้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้คน เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งผลให้เกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศ

ในมุมของเศรษฐกิจไทยวิกฤตสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเพาะปลูกและผลผลิตทางเกษตรของไทย ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจภาคเกษตร (Agriculture GDP) ชะลอตัวลง รวมถึงส่งผลกระทบด้านลบต่อภาคการลงทุนของไทย เนื่องจากโครงสร้างแรงงานไทยมาจากภาคเกษตรราว 40% ซึ่งหากเกิดภัยแล้งก็จะส่งผลกระทบต่อพืชผล นำไปสู่รายได้ที่ลดลงและกำลังซื้อก็น้อยลงตามไปด้วย

อ้างอิง : theguardian, bbc, innovestx

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket ต่อยอดสู่ FoodTech ขยายอีคอมเมิร์ซวัตถุดิบอาหาร

เบทาโกรลงทุนผ่าน Betagro Ventures เข้าถือหุ้นใหญ่ใน Freshket แพลตฟอร์มจัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหารออนไลน์ ต่อยอดสู่ FoodTech และขยายช่องทางอีคอมเมิร์ซถึงผู้ประกอบการ HORECA...

Responsive image

ดีอี-ดีป้า เตรียมนำ 8 ดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยแสดงศักยภาพในงาน Slush 2026

กระทรวงดีอี โดยดีป้า เตรียมนำ 8 ดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยตัวแทนประเทศไปแสดงศักยภาพในงาน Slush 2026 ระหว่างวันที่ 18–19 พฤศจิกายนนี้ ที่กรุงเฮลซิงกิ ฟินแลนด์...

Responsive image

ธปท. เตรียมเปิด SME Credit Portal จับคู่ SME กับแบงก์ คาดเปิด ธ.ค. 2569

ธปท. เตรียมเปิด SME Credit Portal เว็บกลางจับคู่ SME ที่ต้องการสินเชื่อกับสถาบันการเงิน หลังสินเชื่อ SME ติดลบต่อเนื่อง 16 ไตรมาส คาดเปิดภายในเดือนธันวาคม 2569...