Xiaohongshu คือแอปฯ อะไร? ทำไมชาวเมกันถึงหันไปใช้ หลัง TikTok ส่อแววโดนแบนในสหรัฐ

ท่ามกลางกระแสข่าวเรื่องการแบน TikTok ในอเมริกาวันที่ 19 มกราคมนี้ ทำให้แอปวีดีสั้นจากจีนที่ชื่อว่า Xiaohongshu หรือที่รู้จักกันในชื่อ RedNote ได้รับความนิยมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนขึ้นแท่นอันดับ 1 บนแอป App Store ของอเมริกา และกลายเป็นแอปโซเชียลเน็ตเวิร์คยอดนิยมที่สุดในขณะนี้

Xiaohongshu คือแอปฯ อะไร? ทำไมชาวเมกันถึงหันไปใช้ หลัง TikTok ส่อแววโดนแบนในสหรัฐ

Xiaohongshu มีฟีเจอร์ที่โดดเด่นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการใช้งานที่คล้าย Pinterest หรือฟีเจอร์ช้อปปิ้งในตัว ทำให้หลายคนเรียกแอปนี้ว่า "Instagram ของจีน" ซึ่งได้รับความนิยมมากในหมู่วัยรุ่นจีน และตอนนี้ก็กำลังขยายฐานผู้ใช้ไปยังอเมริกา 

TikToker หลายคนก็เริ่มแนะนำ Xiaohongshu ให้กับผู้ติดตาม เพื่อเป็นทางเลือกหาก TikTok โดนแบนจริง แม้จะยังไม่มีการคอนเฟิร์มได้ว่าอนาคตของ TikTok ในอเมริกาจะโดนแบนจริงไหม แต่ Xiaohongshu ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากเล่นแอปแนวเดียวกัน

Xiaohongshu คืออะไร ทำไมมาแรงแซงทุกแอป?

Xiaohongshu เปิดตัวครั้งแรกในปี 2013 โดยเป็นแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของครีเอเตอร์ที่กำลังมองหาทางเลือกอื่นนอกเหนือจาก TikTok ด้วยรูปแบบที่ผสมผสานระหว่าง Pinterest และ Instagram พร้อมทั้งฟีเจอร์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ถูกใจผู้ใช้งาน ทำให้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

แอปพลิเคชันนี้ยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดด หลังจากที่ค่อยๆ เติบโตมา จนถึงช่วงโควิด-19 ที่ทำให้ Xiaohongshu บูมสุดๆ ในกลุ่มวัยรุ่นจีน และปัจจุบันมีผู้ใช้งาน 300 ล้านคนต่อเดือน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงถึง 79% และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ตอนนี้ Xiaohongshu ได้ขึ้นแท่นเป็นแอปพลิเคชันยอดนิยมในสหรัฐฯ ไปแล้ว

และด้วยความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้แอปพลิเคชันนี้ได้รับเงินลงทุนจากบริษัทชั้นนำต่างๆ จนถึงตอนนี้ได้ระดมทุนไปแล้วกว่า 917 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากนักลงทุนชื่อดัง เช่น Tencent, Alibaba และอีกหลายเจ้า จนทำให้มูลค่าบริษัทสูงถึง 17,000 ล้านดอลลาร์ และยังมีข่าวลืออีกว่าอาจจะเตรียมตัว IPO ในอนาคตด้วย

อย่างไรก็ตามยังคงต้องดูกันต่อไปว่าแอปพลิเคชันนี้จะรักษากระแสความนิยมนี้ได้นานแค่ไหน และถ้าได้รับความนิยมต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จะโดนหน่วยงานของสหรัฐฯ เพ่งเล็งไหม เพราะ Xiaohongshu ก็เป็นแอปจากจีน ที่ดูเหมือนไม่ได้ทำธุรกิจในสหรัฐฯ อย่างจริงจัง

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ผู้ใช้ TikTok ส่วนใหญ่ไม่ได้หันไปใช้แอปของ Meta (Facebook, Instagram) ซึ่งเป็นคู่แข่งรายใหญ่ของ TikTok หลังจากที่ Meta เพิ่งประกาศว่าจะลดการควบคุมเนื้อหา ซึ่งทำให้หลายคนกังวลว่าอาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเผยแพร่บนแพลตฟอร์มของ Meta มากขึ้น 

เพราะฉะนั้นสรุปได้ว่า Xiaohongshu กำลังมาแรงในสหรัฐฯ โดยเฉพาะช่วงที่ TikTok มีสิทธิ์โดนแบน แต่อย่างไรก็ต้องรอดูกันต่อไปว่ากระแสความนิยมนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน และจะส่งผลต่อวงการโซเชียลมีเดียอย่างไร ซึ่งทั้งนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไป

อ้างอิง: techcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Google เปิดตัว Gemini Embedding 2 ผสานข้อความ, รูปภาพ, วิดีโอ จบใน API เดียว หมดปัญหาประมวลผลข้อมูลหลายแบบ

Google เปิดตัว Gemini Embedding 2 โมเดล AI มัลติโมดัลสุดล้ำที่ผสานข้อความ รูปภาพ วิดีโอ เสียง และ PDF ไว้ในที่เดียว ตอบโจทย์ระบบ RAG และ Semantic Search...

Responsive image

Meta เข้าซื้อ Moltbook แล้ว! โซเชียลมีเดียที่มีแต่ AI ใช้คุยกัน เพราะต้องการ ‘ซื้อเพื่อดึงตัวคนเก่ง’ หลัง OpenAI ตัดหน้าดึงตัวทีม Openclaw

เมื่อมีข่าวออกมาว่า Meta บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโซเชียลมีเดียได้เข้าซื้อกิจการ Moltbook ซึ่งเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กสำหรับ ‘AI Agent’ หรือบอท AI หลายคนอาจจะเกิดความสงสัยว่า บริษัทที่ทำรา...

Responsive image

เปิดตัวชิป Meta ทำความรู้จัก MTIA ขุมพลัง AI รุ่นใหม่ที่แรงกว่า GPU ทั่วไป

เจาะลึกกลยุทธ์ Meta เปิดตัวชิป AI ตระกูล MTIA 4 รุ่นรวด! ชูจุดเด่นสถาปัตยกรรม ASIC ที่ออกแบบมาเพื่องานเฉพาะทางโดยเฉพาะ "ตัดส่วนเกิน เพิ่มส่วนแรง" กินไฟน้อยลงแต่ทรงพลังกว่า GPU ทั่ว...