NUTANIX เปิด 5 เหตุผลที่ DBaaS เป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล | Techsauce

NUTANIX เปิด 5 เหตุผลที่ DBaaS เป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

ข้อมูลปริมาณมากที่องค์กรสร้างขึ้นเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ ในอดีตข้อมูลหนึ่งเพตาไบต์ถือเป็นข้อมูลปริมาณที่สูงมาก และก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่ เพราะเทียบเท่ากับตู้เก็บเอกสารทรงสูงราว 20 ล้านตู้ หรือข้อความที่พิมพ์บนหน้าเอกสารขนาดมาตรฐาน 500,000 ล้านหน้า อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเป็นเรื่องปกติที่องค์กรจะต้องบริหารจัดการข้อมูลหลายสิบหรือหลายร้อยเพตาไบต์ ซึ่งอยู่ใน DBaaS ที่หลากหลาย ทำให้ต้องใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลและทรัพยากรต่าง ๆ จำนวนมาก

ข้อมูลปริมาณมากที่องค์กรสร้างขึ้นเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ ในอดีตข้อมูลหนึ่งเพตาไบต์ถือเป็นข้อมูลปริมาณที่สูงมาก และก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่ เพราะเทียบเท่ากับตู้เก็บเอกสารทรงสูงราว 20 ล้านตู้ หรือข้อความที่พิมพ์บนหน้าเอกสารขนาดมาตรฐาน 500,000 ล้านหน้า อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเป็นเรื่องปกติที่องค์กรจะต้องบริหารจัดการข้อมูลหลายสิบหรือหลายร้อยเพตาไบต์ ซึ่งอยู่ใน DBaaS ที่หลากหลาย

เมื่อบริษัทเติบโตขึ้น ปริมาณข้อมูลก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งหากยังนำระบบแบบดั้งเดิมมาใช้บริหารจัดการดาต้าเบสก็ย่อมจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากมากขึ้น เพราะระบบรุ่นเก่าให้การตอบสนองช้า ประสิทธิภาพการทำงานไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้การดำเนินงานโดยรวมขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากดาต้าเบสมีบทบาทสำคัญมากต่อการดำเนินธุรกิจในแต่ละวัน ดังนั้นบริษัทต่าง ๆ จึงต้องมองหาแนวทางใหม่ ๆ เพื่อใช้จัดการดาต้าเบสได้อย่างเหมาะสม

ความเรียบง่ายของดาต้าเบส

รายงานวิจัยของไอดีซีระบุว่า ในการใช้งานดาต้าเบสนั้น เป็นการใช้ดาต้าเบสที่ติดตั้งอยู่ภายในองค์กรราว 75 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขที่น่าประหลาดใจ เพราะข้อมูลเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญขององค์กร และองค์กรต่าง ๆ ย่อมต้องการที่จะเก็บรักษาข้อมูลที่สำคัญที่สุดไว้ใกล้ตัว แต่หากธุรกิจให้ความสำคัญกับการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันแล้ว การใช้บริการด้านดาต้าเบส (Database-as-a-Service: DBaaS) จะช่วยให้องค์กรสามารถตั้งค่าและจัดการดูแลดาต้าเบสของตนได้อย่างไม่ยุ่งยาก DBaaS สามารถรองรับระบบงานอัตโนมัติและการจัดการตนเองได้ ไม่ว่าดาต้าเบสนั้นจะทำงานอยู่บนระบบใดก็ตาม

ห้าเหตุผลสำคัญที่องค์กรในเอเชีย-แปซิฟิกและญี่ปุ่นควรจะพิจารณาใช้ DBaaS

1) ลดปัญหาการหยุดทำงานของระบบ

ตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีการโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นมาก ทำให้การสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นความท้าทายต่อธุรกิจมากขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน การติดตั้งแพตช์เพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมไอทีแบบเดิม อาจทำให้ระบบต้องหยุดทำงานเป็นเวลานาน รายงานวิจัยของฟอเรสเตอร์คอนซัลติ้งที่สนับสนุนโดยนูทานิคซ์ประเมินว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายราว 35,000 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมงอันเนื่องมาจากการสูญเสียประสิทธิภาพการทำงาน การสูญเสียรายได้ และผลกระทบในด้านอื่น ๆ ที่ตามมา เช่น การติดตั้งแพตช์ด้านความปลอดภัยและการบำรุงรักษาระบบของสายการบินแห่งหนึ่งของสหรัฐฯ ทำให้ระบบหยุดทำงานและตัดการเชื่อมต่อนานถึง 14 ชั่วโมงต่อการอัปเดตแต่ละครั้ง และนั่นหมายถึงไม่สามารถจำหน่ายตั๋วเครื่องบินได้ในช่วงเวลานั้น ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อรายได้

การใช้ DBaaS จะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถดูแลจัดการดาต้าเบสหลากหลายได้แบบรวมศูนย์ ซึ่งสามารถกระจายแพตช์ไปยังดาต้าเบสทั้งหมดได้โดยอัตโนมัติ และรวดเร็วขึ้นอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ซึ่งในหลาย ๆ กรณี สามารถติดตั้งแพตช์ได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง และหากเกิดการโจมตีทางไซเบอร์ การใช้งาน DBaaS จะช่วยให้องค์กรสามารถกู้คืนดาต้าเบสได้ทันที และช่วยให้กลับมาดำเนินธุรกิจได้เป็นปกติ

2) ลดงบประมาณ ค่าใช้จ่าย และการใช้ทรัพยากร

รายงานวิจัยของไอดีซีชี้ว่า องค์กรเกือบสามในสี่ (73 เปอร์เซ็นต์) ใช้เครื่องมือและกระบวนการต่าง ๆ เพื่อจัดการกับดาต้าเบสที่อยู่ในองค์กรและดาต้าเบสที่อยู่บนโครงสร้างพื้นฐานไอที และคลาวด์แตกต่างกัน ซึ่งไม่เพียงส่งผลให้บริษัทต้องจัดซื้อเครื่องมือที่ซ้ำซ้อนและต้องคอยให้การดูแลรักษาเครื่องมือเหล่านั้น แต่ยังลดทอนประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานด้วย เช่น ผู้จัดการด้านดาต้าเบสต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง เพื่อสร้างและดูแลดาต้าเบสต่าง ๆ ทั้งนี้ฟอเรสเตอร์ได้รายงานว่า ทีมผู้ดูแลดาต้าเบส (Database Administrator - DBA) มักจะต้องทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อให้งานเสร็จสมบูรณ์ทันเวลา

รายงาน Forrester’s Total Economic ImpactTM of Nutanix Era ระบุว่าองค์กรจะสามารถลดการทำงานล่วงเวลาดังกล่าวได้ 50 เปอร์เซ็นต์ เพียงแค่เปลี่ยนไปใช้โซลูชันการบริหารจัดการดาต้าเบสที่ใช้งานง่ายกว่า นอกจากนี้ผู้ดูแลดาต้าเบสมักจะจัดสรรและใช้จ่ายงบประมาณด้านฮาร์ดแวร์สำหรับดาต้าเบสมากเกินจำเป็น เพื่อเผื่อไว้สำหรับการขยายตัวของดาต้าเบสในอนาคต แต่หากใช้ระบบ DBaaS ซึ่งสามารถปรับขนาดการทำงานได้ตามต้องการและในเวลาที่ต้องการแล้ว ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะหมดไป ฟอเรสเตอร์ประเมินว่า องค์กรจะได้รับผลตอบแทนการลงทุน (ROI) โดยรวม 291 เปอร์เซ็นต์ หากเปลี่ยนไปใช้ Nutanix Database Service

3) จัดหาบุคลากรที่มีความสามารถได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น

รายงานวิจัยของฟอเรสเตอร์ชี้ว่า บริษัทต่าง ๆ พบว่าบริษัทฯ มีความท้าทายในการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่มีชุดทักษะด้านการจัดการดูแลดาต้าเบสระบบเก่า เพราะเมื่อใดก็ตามที่พนักงานที่มีประสบการณ์ลาออกหรือเกษียณ ความรู้ความสามารถของเขาเหล่านั้นก็จะหายไปจากองค์กรด้วยทันที เกิดช่องว่างระหว่างการเปลี่ยนแปลง และตามมาด้วยปัญหาด้านคุณภาพของบุคลากร ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่า Gen Z เริ่มก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน คนรุ่นนี้เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัลและคาดหวังว่าจะสามารถใช้เทคโนโลยีในการทำงานได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น ดังนั้นองค์กรจึงต้องนำเทคโนโลยีที่ทำงานบนคลาวด์ ซึ่งมีความยืดหยุ่นและใช้งานง่ายที่สุดมาใช้ เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรกลุ่มนี้ไว้กับบริษัท

4) ใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า

การที่องค์กรต่าง ๆ ตั้งเป้าที่จะก้าวนำหน้าพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้ามีความสำคัญต่อการตัดสินใจทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ด้านต่าง ๆ มากขึ้น ดาต้าเบสต่าง ๆ คือขุมทองของข้อมูลลูกค้า และเทคโนโลยีใหม่ต่าง ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแมชชีนเลิร์นนิ่ง (ML) สามารถช่วยให้ธุรกิจเข้าใจข้อมูลนี้ เช่น ช่วยให้สามารถตรวจสอบรูปแบบของข้อมูล ตรวจสอบได้ว่าข้อมูลมีลักษณะผิดปกติอย่างไรหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยการทำงานแบบแมนนวล

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี AI และ ML ทำงานได้ดีที่สุดบนคลาวด์ การนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้กับดาต้าเบสที่ติดตั้งภายในองค์กรจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป การย้ายดาต้าเบสไปไว้บนคลาวด์และใช้ DBaaS ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจที่ต้องการติดตามพฤติกรรมของลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ และตามติดทันเทรนด์ต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังให้ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าที่ทรงคุณค่า

5) เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างรวดเร็ว

รายงานการคาดการณ์ของ IDC ประจำปี 2565 ระบุว่า ภายในปีนี้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิกจะพึ่งพาหรือได้รับอิทธิพลจากดิจิทัล ยิ่งไปกว่านั้นการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลโดยตรงจะเร่งให้เกิดอัตราการเติบโตต่อปีที่ 18 เปอร์เซ็นต์ในช่วงปี 2565-2567 ซึ่งคิดเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ของการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทั้งหมด ภายในสิ้นปี 2567

การนำ DBaaS มาใช้ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ธุรกิจเปลี่ยนแปลงงานด้านอื่น ๆ ทั้งหมดเป็นดิจิทัลด้วย ทีมพัฒนาแอปพลิเคชันของบริษัทที่ดูแลการสร้างระบบและกระบวนการใหม่ ๆ ต้องทำงานกับดาต้าเบสที่เป็นปัจจุบันและสดใหม่ ไม่ใช่ข้อมูลที่ทำซ้ำไว้ซึ่งมักจะไม่เป็นปัจจุบัน การใช้ DBaaS เป็นการปูทางให้หน่วยงานทั่วทั้งองค์กรเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

สำหรับประเทศไทย องค์กรด้านเทเลคอม และเซอร์วิสโพรไวเดอร์นำโซลูชัน DBaaS ของนูทานิคซ์ไปใช้กับสภาพแวดล้อมดาต้าเบสขององค์กร เพื่อตอบสนองต่อการใช้งานดาต้าเบสที่เพิ่มสูงขึ้นขององค์กรทั้งในแง่มุมของขนาด ความต้องการใช้งาน ความหลากหลายของดาต้าเบส การป้องกันและกู้คืนดาต้าเบส ซึ่งหลังจากได้มีการนำโซลูชัน DBaaS มาใช้งานทำให้งานที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเบสมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น

การติดตั้งดาต้าเบสเมื่อมีการร้องขอจากยูสเซอร์ และหน่วยงานต่าง ๆ เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก การร้องขอสำเนา และการโคลนดาต้าเบสเพื่อนำไปใช้ในการทดสอบ นำไปประมวลผล และออกรายงานต่าง ๆ ใช้เวลาลดลงเหลือ 30 นาที และลดการใช้พื้นที่สตอเรจที่จัดเก็บสำเนาข้อมูลดาต้าเบสเหล่านั้นสามารถกู้คืนดาต้าเบสกลับไปยังช่วงเวลาที่ต้องการได้โดยใช้เวลาน้อยกว่า 30 นาทีกับข้อมูลขนาดมากกว่า 60 TB การดูแลจัดการดาต้าเบสหลายประเภทเช่น Oracle, PostgreSQL และอื่น ๆ สามารถทำผ่านเครื่องมือเดียวกัน ซึ่งช่วยลดความยุ่งยาก และลดค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องมือที่แตกต่างกัน

ดาต้าเบสแห่งอนาคต

ดาต้าเบสเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นวันนี้และในอนาคตปริมาณข้อมูลมีแต่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณจะเป็นปัจจัยบังคับให้องค์กรต่าง ๆ ปรับปรุงระบบจัดการดาต้าเบสของตนให้ทันสมัยและใช้งานง่าย ไม่ว่าดาต้าเบสนั้นจะอยู่บนระบบภายในองค์กร บนไพรเวทคลาวด์ หรือบนไฮบริดคลาวด์ องค์กรจำเป็นต้องหาแนวทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานของตน


บทความโดย ทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการประจำประเทศไทย นูทานิคซ์

RELATED ARTICLE

Responsive image

Central Retail อัดงบลงทุน 2.8 หมื่นลบ. มุ่งสู่ The Next Sustainable Growth ด้วย 4 กลยุทธ์ธุรกิจ

Central Retail มุ่งสู่ The Next Sustainable Growth อัดงบลงทุน 28,000 ล้านบาท คาดรายได้รวม 270,000 ล้านบาท โตกว่า 15% มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ...

Responsive image

SCB เปิดตัว SCB Cross Border Payment Tracking เช็คเงินโอนต่างประเทศด้วยตนเองแบบเรียลไทม์

SCB เปิดตัว SCB Cross Border Payment Tracking เช็คเงินโอนต่างประเทศด้วยตนเองแบบเรียลไทม์ ผ่านเว็บไซต์ www.scb.co.th ตลอด 24ชั่วโมง...

Responsive image

บทสรุปรายงาน Deloitte 2023 CxO Sustainability Report

Deloitte จัดทำรายงานที่เกิดจากการสำรวจในกลุ่มผู้บริหารระดับ CxO มากกว่า 2,000 คนใน 24 ประเทศ รวมถึงประเด็นที่ยังวิตกกังวลและการดำเนินการเกี่ยวกับสภาพอากาศที่จัดทำโดย CxO และองค์กรข...