8 ข้อที่ควรรู้เกี่ยวกับ ทวิตเตอร์เทรนด์ | Techsauce

8 ข้อที่ควรรู้เกี่ยวกับ ทวิตเตอร์เทรนด์

สิ่งที่ทำให้ทวิตเตอร์เป็นทวิตเตอร์ คือ ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ ภูมิหลังที่หลากหลาย บทสนทนาและการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันของพวกเขาได้เป็นแรงบันดาลใจให้ทวิตเตอร์เดินหน้าปรับปรุงและพัฒนากฎ ขั้นตอน เทคโนโลยี รวมทั้งเครื่องมือต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนสามารถเข้าร่วมบทสนทนาสาธารณะได้อย่างเสรีและปลอดภัย

เนื่องในสัปดาห์แห่งการรู้เท่าทันสื่อสารสนเทศและดิจิทัล (Global Media and Information Literacy Week) ระหว่างวันที่ 24- 31 ตุลาคมนี้ ทวิตเตอร์ได้ร่วมมือกับองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ-ยูเนสโก ในการเฉลิมฉลองธีมในปีนี้เรื่อง การต่อต้านการแพร่กระจายของเชื้อโรค: การรู้สื่อและข้อมูลสำหรับทุกคนและโดยทุกคน (Resisting Disinfodemic: Media & Information Literacy) และเปิดตัวอีโมจิพิเศษเพื่อส่งเสริมให้ผู้คนใช้ #คิดก่อนแชร์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างการสนทนาที่มีคุณภาพ โดยอีโมจิจะปรากฏขึ้นเมื่อมีคนใช้แฮชแท็กต่อไปนี้:  #สัปดาห์การรู้เท่าทันสื่อสารสนเทศและดิจิทัล, #คิดก่อนแชร์ และ #คิดก่อนคลิก นอกจากนั้น ทวิตเตอร์ยังได้อธิบายถึงฟีเจอร์เฉพาะที่ทุกคนต่างรู้จักดี แต่หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้วิธีการใช้งานของฟีเจอร์ ขณะเดียวกันก็ยังเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือ ทวิตเตอร์เทรนด์

เรามาทำความรู้จักกับ 8 ข้อควรรู้เกี่ยวกับทวิตเตอร์เทรนด์ เพื่อให้คุณเข้าใจการทำงานของฟีเจอร์ได้ดียิ่งขึ้น ดังนี้

1) เทรนด์เกิดจากอัลกอริทึม

อัลกอริทึม คือ ตัวกำหนดเทรนด์ โดยค่าเริ่มต้นเทรนด์ได้ถูกกำหนดให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละคน ซึ่งอ้างอิงจากคนที่กำลังติดตาม เรื่องที่สนใจ และจากตำแหน่งที่ตั้ง อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนค่าเริ่มต้นของเทรนด์โดยเลือกสถานที่ที่ต้องการได้ เช่น ตั้งค่าเป็นประเทศไทย และเห็นหัวข้อที่ได้รับความนิยมหรือกำลังติดเทรนด์ทวิตเตอร์อยู่ในตำแหน่งที่ตั้งที่เจาะจงได้

2) เทรนด์ไม่ใช่แค่เรื่องของจำนวนทวีต

เทรนด์แสดงให้เห็นว่า ณ ตอนนี้มีเรื่องอะไรที่กำลังได้รับความนิยมบนทวิตเตอร์ ซึ่งไม่ได้นับจากจำนวนทวีตทั้งหมดในหัวข้อเฉพาะแล้วแสดงรายการที่มีทวีตมากที่สุด แต่เทรนด์สะท้อนถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ปัจจุบัน และยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาหัวข้อที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงบนทวิตเตอร์ในตอนนั้นแบบเรียลไทม์ได้

3) ไม่ติดแฮชแท็กก็ติดเทรนด์ได้

การติดแฮชแท็กเป็นส่วนหนึ่งของทวิตเตอร์เทรนด์ ทั้งนี้ คำหรือวลีที่ใช้ในทวีตจะถูกนับรวมด้วยเช่นกัน ซึ่งทวิตเตอร์ยังจัดกลุ่มแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยกัน ตัวอย่าง เช่น #MondayMotivation และ #MotivationMonday จะแสดงเป็น #MondayMotivation ในเทรนด์ เป็นต้น

4) วิธีการดูทวีตที่ติดเทรนด์

สามารถคลิกหรือแตะตรงข้อความที่อยู่ในเทรนด์ แล้วระบบจะนำไปสู่หน้าแสดงผลการค้นหาเทรนด์นั้นๆ ซึ่งจะเห็นการแสดงทวีตต่างๆ รวมถึงวลี คำ หรือแฮชแท็กที่เกี่ยวข้อง หากต้องการดูทวีตที่เคยติดเทรนด์ก่อนหน้าแต่ไม่ได้อยู่ในลิสต์ของเทรนด์แล้ว ผู้ใช้ทวิตเตอร์ยังคงสามารถค้นหาทวีตเหล่านั้นในช่องค้นหาได้

5) การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์

ผู้ใช้ทวิตเตอร์สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ โดยการทวีตข้อความที่มีวลี คำ หรือแฮชแท็กที่กำลังติดเทรนด์อยู่ เพียงเท่านี้ข้อความดังกล่าวก็จะเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ในทันที หมายเหตุ ทวิตเตอร์มีตัวกรองในการค้นหาเฉพาะข้อความที่มีคุณภาพ หากอยากรู้ว่าการกระทำแบบใดที่จะทำให้ทวีตถูกคัดกรองออกไป สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่กฎและข้อจำกัดของการค้นหา

6) คำอธิบายของเทรนด์

ในบางครั้ง ผู้ใช้อาจจะเห็นข้อมูลของเทรนด์ได้ เช่น จำนวนทวีตโดยประมาณ หรือบริบทส่วนบุคคลเช่นใครในเครือข่ายกำลังทวีตเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ อยู่ หากดูที่จำนวนทวีตที่แสดง คุณจะเห็นว่าทวีตที่มีจำนวนมากกว่าอาจปรากฏอยู่ในอันดับที่ต่ำกว่าทวีตที่มีจำนวนทวีตน้อยกว่าก็ได้ ตามที่อธิบายไปแล้วข้างต้นในข้อที่ 2 ว่า เทรนด์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนทั้งหมดของทวีตในหัวข้อเรื่องนั้น แต่เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ณ ตอนนั้น

7) นโยบายและกฎที่เกี่ยวข้องกับทวิตเตอร์เทรนด์

ทวิตเตอร์ต้องการให้ฟีเจอร์เทรนด์เป็นการโปรโมทบทสนทนาที่มีคุณภาพ ซึ่งหมายความว่าในบางครั้ง ทวิตเตอร์อาจป้องกันเนื้อหาบางประเภทไม่ให้ติดเทรนด์ เช่น

  • มีเนื้อหาหยาบคายหรือมีการอ้างอิงรูปภาพที่ไม่เหมาะสม
  • ปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังในเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ ชาติกำเนิด รสนิยมทางเพศ เพศ อัตลักษณ์ทางเพศ ความเกี่ยวข้องทางศาสนา อายุ ความทุพพลภาพ หรืออาการป่วยโรคต่างๆ
  • ละเมิด ข้อบังคับของทวิตเตอร์

 8) ประเภทของทวิตเตอร์เทรนด์ มี 2 แบบคือ เทรนด์แบบทั่วไปและเทรนด์ที่โปรโมทบนทวิตเตอร์เทรนด์แบบทั่วไปคือสิ่งที่อธิบายไปข้างต้นและทำงานภายใต้ข้อบังคับของทวิตเตอร์ ซึ่งไม่สามารถทำการซื้อขายได้ อย่างไรก็ตาม ทวิตเตอร์มี 2 ฟีเจอร์โฆษณาที่เปิดโอกาสให้สามารถโปรโมทเทรนด์บนทวิตเตอร์ได้ คือ

  • โปรโมทเทรนด์ (Promoted Trends) คือ ฟีเจอร์โฆษณาที่สร้างผลลัพธ์สูงใน 24 ชั่วโมงซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแบรนด์ต่าง ๆ และเพื่อความโปร่งใส เทรนด์ที่เป็นการโปรโมทในรูปแบบนี้จะมีเครื่องหมายแสดงอย่างชัดเจนว่าโปรโมท และจะต้องปฏิบัติตามแนวทางการใช้โปรโมทเทรนด์ของทวิตเตอร์ 
  • โปรโมทสปอตไลท์เทรนด์ (Promoted Trend Spotlight)  คือรูปแบบการโฆษณาแบบภาพที่ปรากฏเหนือรายการเทรนด์ ฟีเจอร์นี้รองรับวิดีโอและภาพเคลื่อนไหว (GIFs) ไม่เกิน 6 วินาที รวมทั้งภาพนิ่ง 

คุณสามารถดูเทรนด์ทวิตเตอร์ได้จากทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชันบน iOS หรือแอนดรอยด์ และเว็บไซต์ twitter.com สำหรับแอพพลิเคชันทวิตเตอร์บนมือถือ ผู้ใช้สามารถค้นหาเทรนด์ที่แสดงอยู่ได้ในส่วนของเทรนด์ที่หน้าสำรวจ (Explore) ส่วนผู้ที่ใช้งานทวิตเตอร์บนคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กผ่านทางเว็บไซต์ twitter.com เทรนด์จะแสดงให้เห็นจากหลายๆ ที่ ทั้งในไทม์ไลน์ของหน้าแรก, หน้าการแจ้งเตือน, หน้าการแสดงผลการค้นหา, และจากหน้าโพรไฟล์ หากอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานของฟีเจอร์ทวิตเตอร์เทรนด์ 

RELATED ARTICLE

Responsive image

Metaverse ไม่ใช่สถานที่แต่คือผู้คน! ชวนคุยกับผู้จัด Metaverse Event บน Gather.town

“Metaverse ไม่ใช่สถานที่แต่คือผู้คน” พูดคุยกับผู้จัด Metaverse Event บน Gather.town สองผู้บริหารจาก kohlife ที่เป็น Official Partner เจ้าแรกใน APAC พร้อมกับแลกเปลี่ยนแนวคิดในประเด็...

Responsive image

PolarBear100X สตาร์ทอัพไทยด้าน WealthTech Top 10 จากงาน Spark Ignite 2021 Thailand Startup Competition

PolarBear100X สตาร์ทอัพไทยด้าน WealthTech Top 10 จากงาน Spark Ignite 2021 Thailand Startup Competition...

Responsive image

NEOM เมืองอัจฉริยะของซาอุฯ ตั้งบริษัทร่วมทุน กับ Volocopter พัฒนาระบบโลจิสติกส์ รองรับยานพาหนะลอยฟ้าแห่งแรกของโลก

NEOM ร่วมกับ Volocopter จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) เพื่อออกแบบ ปรับใช้ และดำเนินการระบบการสัญจรสาธารณะ ด้วย eVTOL (ยานพาหนะไฟฟ้าที่บินขึ้นและลงจอดได้ในรูปแบบแนวดิ่ง) โดยจะเริ่มทำการ...