ผลสำรวจ Google เผย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าสู่ ทศวรรษดิจิทัล สตาร์ทอัพอาเซียนเติบโตก้าวกระโดด 2 เท่า ก้าวแท่นสู่ยูนิคอร์นถึง 11 รายในปี 2564 | Techsauce

ผลสำรวจ Google เผย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าสู่ ทศวรรษดิจิทัล สตาร์ทอัพอาเซียนเติบโตก้าวกระโดด 2 เท่า ก้าวแท่นสู่ยูนิคอร์นถึง 11 รายในปี 2564

Google, Temasek และ Bain & Company ได้เผยแพร่รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฉบับที่ 6 (e-Conomy SEA Report - Roaring 20’s: The SEA Digital Decade) รายงานฉบับนี้ระบุว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเข้าสู่ “ทศวรรษแห่งดิจิทัล” และเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 จำนวนผู้บริโภคและผู้ค้าที่ใช้งานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจบริการจัดส่งอาหาร และบริการด้านการเงินดิจิทัล ส่งผลให้มูลค่าสินค้ารวม (Gross Merchandise Volume: GMV) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจแตะ 1.78 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปี 2564 และมีแนวโน้มทยานสู่ 3.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ซึ่งสูงกว่าการประมาณการครั้งก่อนที่คาดว่าจะมีมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

Google

ปัจจุบันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากกว่า 440 ล้านคน  และที่สำคัญ 350 ล้านคนในจำนวนนี้ หรือประมาณ 80% เป็นผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มดิจิทัล กล่าวคือ ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เคยใช้บริการออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งรายการ นับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ มีผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหม่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้ถึง 60 ล้านราย โดย 20 ล้านรายในจำนวนนี้เพิ่มเข้ามาในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 เท่านั้น 

สำหรับประเทศไทย คาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะมีมูลค่าสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2564 โดยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 51% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ไทยยังคงเป็นตลาดที่มีเศรษฐกิจดิจิทัลใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย ทั้งนี้คาดว่าในปี 2568 มูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยจะแตะที่ 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 17% ซึ่งสูงขึ้นจากที่เคยคาดการณ์ไว้ถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยก่อนหน้านี้ได้ประมาณการไว้ที่ 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัลไทยจากรายงานของปีนี้ มีดังนี้

  • อีคอมเมิร์ซ เป็นแรงผลักดันที่สำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย และคาดว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในทศวรรษหน้า ภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้นถึง 68% จากปีก่อน โดยมีมูลค่าสูงถึง 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2564 และคาดว่าจะแตะ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568

  • สื่อออนไลน์ เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 29% โดยมีมูลค่า 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2564 นอกจากนี้ยังพบว่าผลกระทบของการแพร่ระบาดทำให้มีเกมเมอร์หน้าใหม่เพิ่มขึ้น โดยมีความต้องการซื้อเกมและใช้จ่ายในเกมเป็นตัวขับเคลื่อน 

  • ในส่วนของการขนส่งและบริการส่งอาหารออนไลน์ พบว่าภาคธุรกิจส่งอาหารออนไลน์มีการเติบโตที่สดใส ส่งผลให้ภาคธุรกิจการขนส่งและบริการส่งอาหารออนไลน์เติบโตขึ้นถึง 37% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าสินค้ารวมอยู่ที่ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้พบว่าผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยหันมาใช้บริการส่งอาหารออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และเป็นหนึ่งในบริการดิจิทัลที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด โดย 76% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยสั่งอาหารออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งครั้ง

  • ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวออนไลน์ยังไม่ฟื้นตัว แต่คาดว่าอาจจะได้เห็นการฟื้นตัวในระยะกลางถึงระยะยาว โดยได้แรงหนุนจากความต้องการที่ถูกอั้นไว้ของผู้บริโภคและความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน

ข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่

  • คลื่นลูกใหม่ของผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

    • ประเทศไทยมีผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง 9 ล้านคนนับตั้งแต่การเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดในปี 2563 (ถึงครึ่งแรกของปี 2564) โดยกว่า 67% ของผู้ใช้รายใหม่อาศัยอยู่นอกหัวเมืองหลัก อัตราการใช้บริการดิจิทัลของประเทศไทยสูงเป็นอันดับสองในภูมิภาค รองจากฟิลิปปินส์ โดยมีผู้ใช้บริการดิจิทัลสูงถึงร้อยละ 90 ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต

    • ผู้ใช้งานเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะใช้งานต่อไปในอนาคต โดยกว่า 96% ของผู้ใช้งานในช่วงการแพร่ระบาดยังคงใช้งานอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ และ 98% คาดว่าจะใช้งานต่อไปในอนาคต ผู้ที่เคยใช้บริการดิจิทัลก่อนการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดใช้บริการดิจิทัลเพิ่มขึ้น 3.9 บริการนับตั้งแต่มีการระบาด ระดับความพึงพอใจที่มีต่อบริการทุกประเภทอยู่ที่ 87%

  • ความพร้อมในด้านดิจิทัลของผู้ค้า

    • กว่า 1 ใน 3 ของผู้ค้าดิจิทัล ในประเทศไทยเชื่อว่าธุรกิจของพวกเขาจะไม่สามารถผ่านวิกฤตโรคระบาดไปได้ หากไม่ได้ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล แม้ว่าผู้ค้าดิจิทัลใช้บริการถึง 2 แพลตฟอร์มโดยเฉลี่ย แต่กำไรของธุรกิจยังเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง บริการด้านการเงินดิจิทัลกําลังกลายมาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักเพราะ 96% ของผู้ค้าดิจิทัลรับการชำระเงินดิจิทัลแล้ว และ 82% ของผู้ค้าดิจิทัลรับบริการสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัล นอกจากนี้ ผู้ค้าจํานวนมากยังใช้เครื่องมือดิจิทัลในการเชื่อมต่อกับลูกค้า โดยกว่า 58% มีแนวโน้มที่จะใช้เครื่องมือการตลาดดิจิทัลมากขึ้นในช่วง 5 ปีข้างหน้า

  • การระดมทุนขยับขึ้นอีกระดับ

    • นักลงทุนต่างมองภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเป้าหมายการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนงดงามในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซและบริการด้านการเงินดิจิทัลที่ยังคงดึงดูดเม็ดเงินลงทุนส่วนใหญ่ การลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในปี 2564 คาดว่าจะอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกับปี 2563 บริษัทยูนิคอร์นที่ถือกําเนิดขึ้นแห่งแรกในประเทศไทยในปีนี้ เป็นปัจจัยดึงดูดการลงทุนในบริการดิจิทัลที่เติบโตขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นอีคอมเมิร์ซ เทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) เทคโนโลยีด้านสุขภาพ (HealthTech) และเทคโนโลยีด้านการศึกษา (EdTech)

  • บริการด้านการเงินดิจิทัลทุกชนิดเติบโตอย่างสดใส

    • นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 บริการด้านการเงินดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการเติบโตที่ดี โดยผู้ค้าและผู้บริโภคหันมาใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีวอลเล็ท (e-wallet) และระบบการชำระเงินแบบ A2A (account-to-account) กันมากขึ้น ทั้งนี้ การชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลคาดว่าจะมีมูลค่าธุรกรรมรวม (Gross Transaction Value: GTV) กว่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากประมาณการจำนวน 7.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2564 

  • ปัจจัยขับเคลื่อนและปัจจัยหนุนเศรษฐกิจดิจิทัลให้มีมูลค่าสินค้ารวมไปถึงระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573

    • อีคอมเมิร์ซและบริการจับจ่ายออนไลน์จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญของมูลค่าสินค้ารวมของเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2573 มูลค่าของธุรกิจขนส่งและบริการส่งอาหารออนไลน์ รวมทั้งสื่อออนไลน์ อาจเติบโตแบบอีคอมเมิร์ซได้ หากความต้องการของผู้บริโภคนอกเขตเมืองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    • ในขณะที่ปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะยังเป็นอุปสรรคสำคัญ ปัจจัยหนุนที่เกี่ยวพันกับผู้บริโภค ผู้ค้า แพลตฟอร์ม และหน่วยงานกำกับดูแล จะเป็นตัวผลักดันให้เศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโต ไม่ว่าจะเป็นความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืน การกำกับดูแลข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและเอื้อต่อการทำธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการไหลของข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีความถี่มากขึ้น รวมถึงมาตรการคุ้มครองผลประโยชน์ของแรงงาน และผู้บริโภคควบคู่ไปกับการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม


RELATED ARTICLE

Responsive image

PAIH ร่วมกับ BOI, TIAS และนักลงทุน เผยเหตุผลที่ควรลงทุนทั้งในประเทศไทยและโปแลนด์ ภายในงาน Poland-Thailand Business Forum 2022

สำนักงานส่งเสริมการลงทุนและการค้าโปแลนด์ (Polish Investment and Trade Agency) หรือ PAIH ได้ร่วมจัดงาน Poland-Thailand Business Forum 2022 เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของความสัมพันธ์ทางการ...

Responsive image

NIEM Analytics Dashboard เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ โดยบริษัท คอราไลน์ จำกัด

NIEMS Data Analytics (Quick Win Phase) คือ Dashboard ที่สามารถนำข้อมูลที่มีอยู่ในระบบบันทึกเหตุฉุกเฉินของทาง สพฉ. มาแสดงผลข้อมูลที่มีประโยชน์ และใช้ในการวิเคราะห์กระบวนการด้านการแพ...

Responsive image

เปิดเวที Forum for World Education 2022 เศรษฐกิจเปลี่ยนการศึกษาต้องปรับรับยุค 5.0

เปิดเวที Forum for World Education 2022 เศรษฐกิจเปลี่ยนการศึกษาต้องปรับรับยุค 5.0 เร่งสร้างโอกาสการเรียนรู้คู่การทำงาน ชี้ “ทัศนคติ-ครู” คือหัวใจพัฒนาทุนมนุษย์ยุคใหม่...