BusX แพลตฟอร์มจองตั๋วรถทัวร์ไทย ที่ชนะแพลตฟอร์มจากต่างชาติ

ในสมรภูมิแพลตฟอร์มดิจิทัลของไทย เรามักเห็น "ยักษ์ใหญ่ต่างชาติ" เข้ามากินรวบตลาดเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแอปส่งอาหาร เรียกรถ หรือจองโรงแรม แต่มีอยู่หนึ่งอุตสาหกรรมที่คนไทยยังเป็นผู้ชนะ นั่นคือ ตลาดจองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์

และหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่แอปพลิเคชันธรรมดา แต่คือแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า BusX

จากจุดเริ่มต้นที่ภูเก็ต สู่กระดูกสันหลังของประเทศ

BusX ภายใต้เครือ ไทยรูท ดอทคอม (ThaiRoute) เริ่มต้นเส้นทางในปี พ.ศ. 2549 โดยคุณชัยยศ คชพันธ์ และทีมงาน จากจุดเล็ก ๆ ในจังหวัดภูเก็ตที่มองเห็นปัญหาความวุ่นวายของการจัดการตั๋วรถทัวร์ ก่อนจะขยายตัวเข้าสู่กรุงเทพฯ และครอบคลุมทั่วประเทศในเวลาต่อมา

สิ่งที่ทำให้ BusX แตกต่างจากคู่แข่งต่างชาติ ไม่ใช่แค่เม็ดเงินโฆษณา แต่คือการสร้าง Infrastructure ที่ฝังรากลึกลงไปในอุตสาหกรรม อาทิ

  • เชื่อมต่อรายย่อย รวบรวมผู้ประกอบการรถทัวร์ที่กระจัดกระจายทั่วประเทศมาไว้ในระบบเดียว
  • e-Ticket เรียลไทม์ พัฒนาระบบจัดการที่นั่งที่แม่นยำ ป้องกันการขายตั๋วซ้ำ
  • Backend ของทั้งวงการ ปัจจุบัน BusX เป็นระบบหลังบ้านให้ผู้ให้บริการรถทัวร์กว่า 80% ของไทย และปัจจุบัน BusX ดูแลตั๋วโดยสารมากกว่า 15 ล้านใบต่อปี สะท้อนบทบาทที่ไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์ม แต่เป็น Critical Infrastructure ของการเดินทางระหว่างเมืองของไทย

สิ่งที่ทำให้ BusX ยืนหนึ่งได้ ไม่ใช่เพียงเพราะซอฟต์แวร์ที่ล้ำสมัย แต่คือการยอมลงไปคลุกฝุ่นเพื่อทำ Digital Transformation ทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งต้องใช้เวลาสะสมยาวนานกว่า 20 ปี

สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยนวิธีทำงานของคน

BusX เปลี่ยนวิธีทำงานตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เปลี่ยนพนักงานจากการเขียนตั๋วมือ มาสู่การใช้ระบบดิจิทัล ยกระดับทักษะผู้ประกอบการรายย่อยจนเกิดเป็น Ecosystem ที่แข็งแกร่ง นี่คือเหตุผลที่คู่แข่งต่างชาติแม้จะมีทุนหนาแค่ไหน ก็ยากจะเลียนแบบได้ในเวลาอันสั้น

โมเดลของ BusX กลายเป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมต้องพึ่งพา จนเกิดปรากฏการณ์ที่ว่าผู้เล่นต่างชาติที่เข้ามา สุดท้ายต้องขอเชื่อมต่อกับ BusX นั่นเพราะต้นทุนที่แท้จริงไม่ใช่แค่ค่าเขียนแอป แต่คือความเชื่อมั่นและพฤติกรรมผู้คนที่ BusX วางรากฐานไว้หมดแล้ว การที่ต่างชาติจะเข้ามาสร้างใหม่ทั้งหมดนั้นต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลและเวลาที่นานเกินไป

สถานะของ BusX ในปัจจุบันก้าวข้ามการเป็นเพียงผู้เล่นในตลาด แต่กลายเป็น Enabler ของอุตสาหกรรม สังเกตได้จากแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่จากต่างชาติที่พยายามเข้ามาเจาะตลาดไทย สุดท้ายมักจบลงด้วยการทำ Strategic Partnership หรือการเชื่อมต่อ API เข้ากับรากฐานของ BusX เนื่องจากความซับซ้อนของโครงสร้างการเดินรถในไทยมีความเฉพาะตัวสูง (Hyper-local)

ความแข็งแกร่งของ BusX ยังสะท้อนถึงความสำคัญของการสนับสนุนจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ไม่ว่าจะเป็น บีโอไอ, ททท. หรือ บขส. ที่ช่วยผลักดันให้แพลตฟอร์มท้องถิ่นสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็น เมื่อบวกกับฐานผู้ใช้ชาวไทยที่เลือกใช้งานแพลตฟอร์มที่เข้าใจ Insight ของคนในพื้นที่มากกว่า ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ผลกำไรทางธุรกิจ แต่คือการรักษาอธิปไตยดิจิทัล (Digital Sovereignty) ของอุตสาหกรรมคมนาคมไทยไว้ได้สำเร็จ

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Bolt ลงทุนกว่า 30 ล้านบาท พาผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ผ่านโครงการ Bolt Sure และ Booster Week ตั้งแต่ใบอนุญาตถึงทะเบียนรถ

Bolt ประเทศไทย เปิดตัวเลขลงทุนกว่า 30 ล้านบาท สนับสนุนผู้ขับขี่ขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะและจดทะเบียนรถอย่างถูกต้อง ผ่านโครงการ Bolt Sure และ Booster Week พร้อมจับมือกรมการขนส่งทางบก ค...

Responsive image

Arincare เปิดตัว "Arincare Telepharmacy" ระบบเภสัชกรรมทางไกลถูกกฎหมายเพื่อร้านยาไทยทุกขนาด

Arincare เปิดตัว Arincare Telepharmacy ซอฟต์แวร์เภสัชกรรมทางไกลผ่านรับรองจาก อย. ช่วยร้านยาไทยทุกขนาดให้บริการถูกต้องตามกฎหมาย ไร้ค่า GP เก็บประวัติคนไข้ได้ต่อเนื่อง...

Responsive image

ทำไมคนไทยหลายคนบอกว่าอยากติดโซลาร์ แต่สุดท้ายก็ยังไม่ติด?

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพด้านพลังงานแสงอาทิตย์สูง ด้วยแสงแดดที่มีตลอดทั้งปี ขณะที่ราคาแผงโซลาร์ลดลงอย่างต่อเนื่อง และค่าไฟฟ้าก็มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น...