SMEs Growth ประสบความสำเร็จ พลิก SMEs ไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน (EEC - ภาคใต้) : ปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สู่เศรษฐกิจดิจิทัล

โครงการยกระดับนวัตกรรมดิจิทัลเชิงพื้นที่ (EEC - ภาคใต้) “SMEs GROWTH” พลิก SMEs ไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จด้วยการนำพาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และ ภาคใต้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของเทคโนโลยีดิจิทัลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ด้วยความมุ่งมั่นของ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ที่ส่งเสริมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยไปสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ที่ทุกภาคส่วนมีความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมผ่านทางออนไลน์ ได้อย่างมั่นใจและมั่นคงปลอดภัย ได้จัดทำโครงการยกระดับนวัตกรรมด้านดิจิทัลเชิงพื้นที่ ในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และภาคใต้ มุ่งส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลสำหรับหน่วยงาน และธุรกิจ โดยให้ความสำคัญไปที่การแก้ไขปัญหาในการ Transformation เชิงพื้นที่ ร่วมยกระดับศักยภาพของกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงผู้พัฒนานวัตกรรม (Service Provider) ที่ ETDA มีความตั้งใจที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านการพัฒนาทักษะ และความรู้ด้านดิจิทัล การเชื่อมโยง และสร้างเครือข่าย รวมถึงส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation)

โครงการ “SMEs GROWTH” จึงเกิดขึ้นเพื่อให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลที่ตอบโจทย์ความต้องการของ SMEs ในพื้นที่ ที่ช่วยยกระดับ และต่อยอดความสามารถทางดิจิทัลของ SMEs ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจดิจิทัลในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และภาคใต้เติบโตมากขึ้น ภายใต้แนวคิด พลิกโฉม SMEs ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

จุดประกายเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม

โดยโครงการนี้ เปรียบเสมือนกุญแจที่ไขประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ทางเศรษฐกิจในภาคตะวันออกและภาคใต้ โดยได้มีการสรุปผลการประเมินโครงการ ทำการสำรวจผลกระทบจากการดำเนินโครงการจาก SMEs 23 บริษัท และ Tech Provider 9 บริษัท ที่ได้รับการคัดเลือกให้ผ่านเข้าร่วมโครงการโดยแบ่งเป็นผลกระทบทางตรงและผลกระทบทางอ้อม

ผลกระทบทางตรงแบ่งเป็น 3 มิติ ได้แก่ มิติผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ มิติผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อม และมิติผลกระทบเชิงสังคม โดยในการสำรวจผลกระทบ จะดำเนินการสำรวจผลกระทบกับผู้เข้าร่วมโครงการ 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่มผู้ให้บริการเทคโนโลยีหรือ Technology Provider โดยกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs จะทำการสำรวจมิติผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ มิติผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อม และมิติผลกระทบเชิงสังคม ส่วนผู้ให้บริการเทคโนโลยีจะสำรวจมิติผลกระทบเชิงเศรษฐกิจโดยรวม ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารท้องถิ่นแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี สามารถเพิ่มยอดขายได้กว่า 30% หลังจากนำระบบการสั่งอาหารออนไลน์มาใช้ ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการเทคโนโลยีก็ได้รับประโยชน์จากการขยายตลาดและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ในจังหวัดสงขลา ที่สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ได้สำเร็จ จึงเป็นที่ยืนยันได้ถึงประสิทธิภาพของโครงการในการกระตุ้นเศรษฐกิจในวงกว้าง SMEs ที่เข้าร่วมโครงการสามารถเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ตัวโครงการฯ ยังมุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จากการสำรวจผู้เข้าร่วมโครงการ ทำให้ทราบว่าเกิด การจ้างงานในชุมชนที่เพิ่มขึ้นกว่า 2.6 ล้านบาท ช่วยสร้างโอกาสให้กับคนในท้องถิ่นได้มีงานทำและมีรายได้ที่มั่นคง นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างเช่น การนำระบบ IoT มาใช้ในการจัดการพลังงานในโรงงาน ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เสียงตอบรับเชิงบวกจากผู้เข้าร่วมโครงการ

ความสำเร็จของโครงการฯ ยังได้รับการยืนยันจากเสียงตอบรับเชิงบวกของผู้เข้าร่วมโครงการ ทั้ง SMEs และผู้ให้บริการเทคโนโลยีต่างแสดงความพึงพอใจต่อโครงการฯ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SMEs รู้สึกว่าโครงการฯ ช่วยให้พวกเขาสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ และนำมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ผู้ให้บริการเทคโนโลยีก็ได้รับโอกาสในการขยายตลาดและสร้างความร่วมมือกับ SMEs ในพื้นที่

ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นเพียงก้าวแรกของโครงการฯ ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกอย่างยั่งยืนในภาคตะวันออกและภาคใต้ โครงการฯ จะยังคงมุ่งมั่นในการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยต่อไปในอนาคต โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างให้พื้นที่เป้าหมายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์ https://www.etda.or.th หรือ  เฟซบุ๊ค ETDA Thailand


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

CK - CEO Fastwork ร่วมขึ้นพูดในงาน The eCloudvalley Forum 2026 กับหัวข้อ “Betting the Company on AI: Fastwork กับการทิ้งระบบเดิมทั้งหมดเพื่อสร้างองค์กร AI Native”

คุณซีเค CEO ของ Fastwork ขึ้นเวทีในหัวข้อ 'Betting the Company on AI - A Conversation with a CEO' เพื่อเล่าถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญของบริษัทในการรื้อระบบเดิมทั้งหมด แล้วสร้างแพลตฟอ...

Responsive image

ทีทีบี เปิดตัว ttb superior บริการวางแผนการเงิน สำหรับคนมีเงินล้านแรก

ทีทีบี เปิดตัว “ttb superior” เอกสิทธิ์และประสบการณ์ทางการเงินรูปแบบใหม่สำหรับลูกค้ากลุ่มเริ่มสร้างความมั่งคั่ง Mass Affluent (MAF) ที่มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินรวมกับธนาคารตั้งแต่ 1 ล้...

Responsive image

TMA จัดเวที Inside the AI Frontier รวมผู้นำ OpenAI, AWS, BCG และ SCG คุยกลยุทธ์ AI ให้องค์กรไทย

TMA ชวนผู้บริหารไทยร่วมเวทีเสวนา Closed-Door ฟังมุมมองจาก OpenAI, AWS, BCG และ SCG วันที่ 11 พฤศจิกายน 2026 ที่ Oriental Residence Bangkok...