Grab เดินหน้าใช้เทคโนโลยี Big Data สนับสนุนการทำงานของ Partner ร้านอาหาร Grab Food จำนวนหลายหมื่นราย สามารถพัฒนาธุรกิจให้ก้าวทันยุคดิจิทัลที่ผู้ใช้บริการสามารถสั่งอาหารได้เพียงปลายนิ้ว เพื่อเพิ่มยอดออร์เดอร์และช่องทางการขายให้กับ Partner ร้านอาหารที่สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าจำนวนกว่าล้านคน 

นายธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ Grab ประเทศไทย 

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีของ Grab ทำให้ Partner ร้านอาหารมียอดขายเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 8 เท่า (*นับจากเดือนกรกฏาคม 2561 ถึงกรฏาคม 2562) ทำให้ Partner ร้านอาหาร Grab Food  สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

นายธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ Grab ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปและพึ่งพิงดิจิทัลมากขึ้น จนทำให้ธุรกิจขนาดใหญ่จนถึง SME ต้องพยายามปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด Grab จึงต้องการนำเทคโนโลยีที่มีมาช่วยสนับสนุน Partner ร้านอาหารขนาดกลางและขนาดเล็กให้มีความแข็งแกร่ง พร้อมสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีของผู้ประกอบการ รวมถึงโอกาสในการทำรายได้เพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนเปิดร้านใหม่ หรือจัดการกับระบบส่งอาหารด้วยตัวเองให้ยุ่งยาก เพราะ Grab มีฐานผู้ใช้งานและ Partner ผู้ขับขี่เป็นจำนวนมาก รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งพร้อมให้คำปรึกษาทางธุรกิจ และจะช่วยทำให้ร้านอาหารสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน” 

ร้านอาหารส่วนหนึ่งของ Grab Food ขอมาเปิดเผยประสบการณ์หลังเข้าร่วมเป็น Partner ร้านค้ากับ Grab Food รวมถึงเคล็ดลับความสำเร็จที่ร้านอาหารขนาดกลางและขนาดเล็กควรรู้ในการก้าวสู่ยุคดิจิทัล

ภาพหน้าจอของ Application สำหรับพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร Grab Food 

นนทกานต์ ซ้ายกาละคำ เจ้าของร้านส้มตำอมร ย่านสวนพลู กล่าวว่า ตั้งแต่เข้าร่วมเป็น Partner กับ Grab Food มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 120 เปอร์เซ็นต์ โดยมีออร์เดอร์เฉลี่ย 100 ออร์เดอร์ต่อวัน และเคยทำยอดสูงสุดได้มากถึง 157 ออร์เดอร์ภายในหนึ่งวัน ถึงแม้ในช่วงแรกจะประสบปัญหาทำไม่ทันรายการสั่งที่มีเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัว 

แต่นนทกานต์ได้ปรับเปลี่ยนระบบจัดการในร้านจนสามารถรองรับออร์เดอร์ได้เป็นอย่างดี โดนใจทั้งลูกค้าที่ชอบอาหารอีสานสุดแซ่บ ถูกใจทั้ง Partner ผู้ขับขี่ที่พร้อมใจกันยกนนทกานต์ให้เป็น “ขวัญใจ Grab ”

นนทกานต์กล่าวว่า “Grab เป็นเหมือนเพื่อนร่วมทางที่ขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จพร้อมกัน และเชื่อมต่อทุกคนเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งลูกค้า ร้านค้า และคนส่งอาหาร โดยตอนนี้ยอดขายที่ร้านมาจาก Grab Food กว่า 75 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่ Grab มีฐานลูกค้าเป็นจำนวนมาก รวมถึงการจัดโปรโมชันอย่างต่อเนื่องที่ช่วยทำให้คนรู้จักร้านเรามากขึ้น และเรายังสามารถนำข้อมูลการสั่งซื้อทั้งหมดมาศึกษา เพื่อที่จะได้พัฒนาเมนูที่ถูกใจลูกค้าต่อไป” 

โดย Partner ร้านอาหารของ Grab Food ยังเผยเคล็ดลับในการทำธุรกิจในยุคดิจิทัลไปในทางเดียวกันว่า ร้านอาหารแต่ละแห่งต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม โดยเฉพาะด้านการตลาด และการวางแผนจัดการระบบภายในร้าน นอกจากนั้น ต้องควบคุมคุณภาพอาหาร การบริการ และรสชาติให้ดีอย่างต่อเนื่อง พร้อมใส่ใจด้านความสะอาด และบรรจุภัณฑ์ เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าอาหารจะส่งตรงถึงลูกค้าได้อร่อยเหมือนกินที่ร้าน

RELATED ARTICLE

Responsive image

สูตรสำเร็จสำหรับองค์กร การทำ 'Big Data Analytics' พร้อมกรณีศึกษา

การวิเคราะห์ Big Data คือกระบวนการในการตรวจวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และหลากหลายเพื่อค้นหารูปแบบที่ซ่อนอยู่ ความสัมพันธ์ที่ไม่เคยรู้มาก่อน แนวโน้มของตลาด รสนิยมของลูกค้า ตลอดจนข้อมูลท...

Responsive image

แรงบันดาลใจของคนสู้ชีวิตที่ไม่คิดยอมเเพ้ จากหนุ่มใหญ่วัย 65 กับอาชีพขับ Grab ส่งอาหาร

ใครที่กำลังสิ้นหวังกับสภาวการณ์ที่ไม่แน่นอนจาก COVID-19 อยากให้ลองฟังแง่คิดและแรงบันดาลใจดีๆ จากนักสู้ชีวิตผู้ไม่ยอมแพ้กับโชคชะตาอย่างเช่น “ลุงพันธ์”แม้จะอยู่ในวัย 65 ปี แต่อายุก็ไ...

Responsive image

Netflix กับอีกขั้นของการเก็บ Consumer Insight จากหนัง Black Mirror

Netflix ธุรกิจออนไลน์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทที่เน้นด้าน Data-Driven เป็นอย่างมาก เก็บทุกรายละเอียดของผู้ชมในแต่ละจังหวะที่อยู่บนแพลตฟอร์ม เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และนำเ...