กรุงไทยคาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โตต่อเนื่อง 4.1% แม้เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว

ธนาคารกรุงไทย คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โตต่อเนื่องที่ 4.1% เป็นไปในทิศทางเดียวกับ สคช. โดยภาคอุตสาหกรรมมีแรงปะทะมากขึ้นจากการเก็บภาษีระหว่างจีนและสหรัฐฯ พบผลสำรวจนักวิเคราะห์เริ่มให้คำเตือนการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ แนะผู้ประกอบการเตรียมพร้อมรับมือยอดสั่งซื้อที่มีแนวโน้มลดลงและการแข่งขันด้านราคาที่อาจเพิ่มขึ้น และประเมินว่าแบงก์ชาติจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75%ต่อปี ในช่วงครึ่งปีแรก

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สายงาน Global Business Development and Strategy ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตที่ 4.1% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.) ที่รายงานว่าเศรษฐกิจไทยปี 2018 ที่ผ่านมาเติบโต 4.1% และประมาณการปี 2019 ไว้ที่ 3.5-4.5% โดยความเสี่ยงหลักในช่วง 6 เดือนข้างหน้า มาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และหากสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯยังไม่มีทางออกที่ดี จะเป็นปัจจัยกดดันภาคอุตสาหกรรมในครึ่งปีแรก การใช้นโยบายรัฐช่วยพยุงเศรษฐกิจยังมีความจำเป็น ความต่อเนื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณด้านการลงทุนของภาครัฐในโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ จะเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

“อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คาดว่าจะไม่สูงกว่าปีที่ผ่านมา เป็นเพราะเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณจะชะลอตัวลง โดย IMF ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกจากเดิม 3.7% เหลือ 3.5% นักวิเคราะห์เริ่มให้คำเตือนถึงโอกาสการเกิดเศรษฐกิจถดถอย หรือ Recession โดยผลการสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ในเดือนมกราคม ให้โอกาสการเกิด Recession ในสหรัฐฯ ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าที่ 26% เพิ่มขึ้นมากจากระดับ 14% ในปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ภาคการผลิตของจีนอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างชัดเจน การส่งออกของไทยจึงมีแนวโน้มชะลอตัวเช่นกัน ทั้งนี้ภาคอุตสาหกรรมมีแรงปะทะมากขึ้น จากการเก็บภาษีนำเข้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่เริ่มส่งผลกระทบที่ชัดเจนมากขึ้น เห็นได้จากการชะลอคำสั่งซื้อจากคู้ค้าในประเทศจีน กำลังซื้อของประเทศตลาดเกิดใหม่รวมถึงอาเซียนที่อาจชะลอตาม ดังนั้นผู้ประกอบการควรเตรียมตัวกับยอดคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มลดลง การแข่งขันด้านราคาที่น่าจะเพิ่มขึ้น”

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ประเมินต่อไปว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75%ต่อปี ในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อพิจารณาผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและสงครามการค้า การปรับตัวของตลาดเงินและตลาดทุน หลังเฟดส่งสัญญาณว่าจะระมัดระวังในการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง จนทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นค่อนข้างเร็ว รวมทั้งมาตรการควบคุมสินเชื่อ (LTV limit) ที่จะเริ่มบังคับใช้ในเดือนเมษายนนี้ อย่างไรก็ตาม หากผลกระทบจากปัจจัยเหล่านี้ไม่รุนแรง คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 2%ต่อปี ในช่วงครึ่งปีหลัง

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Baramizi Consultant และ Wazzadu.com ร่วมมือจัดงาน BRAND & BUSINESS COMPASS 2027 ชวนธุรกิจ Building Materials & Solution เตรียมรับคลื่นการเปลี่ยนแปลงปี 2027

Baramizi Consultant และ Wazzadu.com เตรียมจัดสัมมนา BRAND & BUSINESS COMPASS 2027 ภายใต้แนวคิด HOW TO WIN THE NEW WAVE วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ที่ True Digital Park ชวนธุรกิจ Build...

Responsive image

TECH OPEN SPACE เปิดใหม่ที่ True Digital Park พื้นที่เชื่อมต่อโลกเทค พร้อมชวนร่วม Your 67 Challenge

True Digital Park เปิดพื้นที่ใหม่ “Tech Open Space” บริเวณชั้น 6–7 ฝั่งอีสต์ ภายใต้แนวคิด “Hello, Connecting to New Possibilities” เปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม แ...

Responsive image

บีโอไอ เผย 4 ปี LTR Visa ดึงต่างชาติคุณภาพสูงเข้าไทย ได้ 1.2 หมื่นคน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ กว่า 4 หมื่นล้านบาท

บีโอไอ เผยผลสำเร็จวีซ่า LTR ครบ 4 ปี ดึงชาวต่างชาติคุณภาพสูงจากทั่วโลกเข้าไทยกว่า 12,000 คน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 43,000 ล้านบาท...