รัฐมนตรี DE รับหนังสือร้องเรียนจากไรเดอร์ พร้อมหารือ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลลดภาระ

กลุ่มตัวแทนไรเดอร์จากหลายแพลตฟอร์มได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) พร้อมด้วยนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขอให้เร่งหาทางบรรเทาผลกระทบจากประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เรื่องการดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ ที่มีลักษณะตามมาตรา 18 (3) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 และ พ.ศ. 2568 รวมถึงประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องกำหนดลักษณะและเงื่อนไขของรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (รย.17) และประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม (รย.18) ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคง และสร้างภาระแก่ไรเดอร์และไดรเวอร์ทั่วประเทศ

หลังรับเรื่องด้วยตนเอง นายไชยชนก ยืนยันว่า กระทรวงดีอี ไม่เพิกเฉยต่อเสียงสะท้อนของพี่น้องไรเดอร์ และไดร์เวอร์ พร้อมประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือในทุกมิติ

“วันนี้ผมรับเรื่องไว้ด้วยความเข้าใจ และขอยืนยันว่าจะใช้กลไกทางดิจิทัลทุกทางที่มี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องไรเดอร์ให้เร็วที่สุด เพราะพวกเขาคือแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย หลังจากนี้จะเร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) แพลตฟอร์มผู้ให้บริการ บริษัทประกัน บริษัทไฟแนนซ์ ดำเนินการประชุมหารือด่วนที่สุด เพื่อหาทางออกและกำหนดมาตรการที่เป็นรูปธรรม โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วย ลดภาระและเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์อย่างยั่งยืนสิ่งที่เรากำลังทำไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการสร้างระบบสนับสนุนระยะยาว ให้ไรเดอร์ทำงานได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในโลกดิจิทัล” นายไชยชนก กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับรายละเอียดหนังสือที่ไรเดอร์ยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีสาระสำคัญเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล เกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการที่กระทรวงคมนาคม และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้ประกาศให้ผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ต้องดำเนินการจดทะเบียนเป็นรถยนต์สาธารณะ (รย.17 หรือ รย.18) และมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์สาธารณะภายในวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ทำให้คนขับได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นการ ไม่อนุญาตให้ใช้รถส่วนบุคคล ค่าใช้จ่ายจากการเปลี่ยน สัญญาเช่าซื้อ และการทำประกันภัยที่สูงเกินรายได้ของคนขับ ความล่าช้าในการดำเนินการเรื่องเอกสาร รวมไปถึงการถูกจับกุมในช่วงที่ยังมีการแก้ไขกฎหมายอยู่ ดังนั้นเพื่อช่วยเหลือคนขับที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ทางตัวแทนโดยกลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปฯ จึงได้นำเสนอแนวทางแก้ไข ดังต่อไปนี้

  1. ปรับกระบวนการส่งเอกสารให้สามารถดำเนินการผ่านทางช่องทางออนไลน์ได้
  2. สามารถใช้สำเนาเล่มรถในการจดทะเบียนสำหรับรถติดไฟแนนซ์
  3. ช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทลีสซิ่ง
  4. ปรับเปลี่ยนข้อกำหนดสำหรับรถติดไฟแนนซ์ให้สามารถใช้ประกันภัยสำหรับรถสาธารณะขั้นพื้นฐานได้ไม่จำเป็นต้องเป็นประกันชั้นหนึ่งเท่านั้น
  5. แก้ปัญหาภูมิลำเนาของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะที่ต้องให้คณะกรรมการประจำจังหวัดหรือพื้นที่นั้นๆ รับรอง ทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการ
  6. ปรับข้อกำหนดเรื่องขนาดความจุเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันที่รถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่มีขนาดเกินจาก 125 cc ตามกฎหมายกำหนด
  7. ปรับข้อกำหนดให้สามารถใช้รถเช่ามาให้บริการผ่านแอปพลิเคชันได้
  8. ขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้คนขับจำนวนมากยังสามารถหาเลี้ยงชีพได้ในขณะที่ดำเนินการจดทะเบียน


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ฟิลิปส์ เปิดตัว ‘Philips Elevate Release’ นวัตกรรมอัลตราซาวด์ที่มาพร้อม AI เพิ่มศักยภาพในการตรวจวินิจฉัยที่ดีกว่า

ฟิลิปส์ ประเทศไทย เปิดตัว 'Philips Elevate Release' เครื่องอัลตราซาวด์พลัง AI ช่วยลดเวลาตั้งค่าเครื่อง 50% และตรวจโรคตับไวขึ้น 60% พร้อมระบบปรึกษาทางไกล หวังแก้ปัญหาแพทย์ขาดแคลนและ...

Responsive image

TECHLEAD ปิดดีลอินเวนท์เทค เดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ วางฐานเติบโตระยะยาว

บริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ TECHLEAD เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ การเติบโตเชิงรุกในฐานะผู้พัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี หลังเข้าลงทุนซื้อกิจการ บริษัท อินเวนท์เ...

Responsive image

เนคเทค สวทช. ประกาศทางรอดประเทศไทย ต้องเปลี่ยนจาก ‘ผู้ใช้งาน’ สู่ ‘ผู้ร่วมสร้าง’ เทคโนโลยีแห่งอนาคต ผ่านทิศทาง 40 ปี Legacy & Beyond

เนคเทค สวทช. ประกาศวิสัยทัศน์ 40 ปี ชี้ประเทศไทยต้องเปลี่ยนจากผู้ใช้งานเป็นผู้สร้างเทคโนโลยี ดันยุทธศาสตร์ AI การแพทย์ เกษตรอัจฉริยะ และ EV เพื่อความอยู่รอดและความมั่นคงของประเทศ...