paloalto เผยองค์กรไทยเพิ่มงบ 75% ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และใช้ระบบออโตเมชั่นมากขึ้น | Techsauce

paloalto เผยองค์กรไทยเพิ่มงบ 75% ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และใช้ระบบออโตเมชั่นมากขึ้น

paloalto องกรณ์ด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลกเผยผลสำรวจทัศนคติขององค์กรที่มีต่อความปลอดภัยทางไซเบอร์ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และไทย ซึ่งจัดทำขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19 พบว่าองค์กรในประเทศไทย เตรียมวางแผนเพิ่มงบประมาณด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในปี 2563

การเพิ่มงบด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เนื่องจากภัยคุกคามที่ซับซ้อนและมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นองค์กรไทยกำลังพัฒนาตอบสนองนโยบาย Thailand 4.0 และเศรษฐกิจดิจิทัล 3 ใน 4 ขององค์กร (75%) เพิ่มงบประมาณความปลอดภัยทางไซเบอร์ระหว่างปี 2562-2563 ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยองค์กร 40% ได้แบ่งงบประมาณมากกว่าครึ่งจากงบไอทีเพื่อใช้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เนื่องจาก ภัยคุกคามมีความซับซ้อนขึ้น (75%) ต้องการอัพเกรด Frameworks ที่มีอยู่ให้ทำงานได้แบบ Automation (69%) และจำนวนภัยคุกคามเพิ่มขึ้น (68%)

ดร. ธัชพล โปษยานนท์  ผู้อำนวยการ บริษัท พาโล อัลโต เน็ตเวิร์คเน็ตเวิร์กส์ ประเทศไทย และอินโดจีน กล่าวว่า “ เป็นที่น่าสนใจว่าองค์กรไทยใช้งบลงทุนด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์โดยให้ ความสนใจในการบูรณากับระบบออโตเมชั่น แสดงให้เห็นว่าองค์กรให้ความสำคัญกับการป้องกันการโจมตี ทางไซเบอร์ที่สามารถทำลายธุรกิจจากตัวอย่างที่เราเห็นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ขณะที่ COVID-19 แพร่ระบาด องค์กรจำเป็นต้องสำรวจความเสี่ยงรูปแบบใหม่ๆ จากการทำงานระยะไกลและ ภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 จึงจำเป็นต้องกลับมาพิจารณาการลงทุนและกลยุทธ์ด้านความ ปลอดภัยไซเบอร์ใหม่อีกครั้ง”

ความปลอดภัยบนคลาวด์ได้รับความนิยมมากขึ้น 

DEPA Megatrend and Technology Trend forecast คาดการณ์ว่า บริการคลาวด์ในประเทศไทยจะเติบโต 29% ระหว่างปี 2561-2568 และจะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 31.5 พันล้านบาทในปี 2568 การเติบโต ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการใช้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งที่เพิ่มขึ้น สอดคล้อง กับผลสำรวจว่าองค์กรไทยที่นิยมใช้แฟลตฟอร์มความปลอดภัย cloud native มากที่สุด (70%) ขณะที่ เครื่องมือเดิมๆ ยังคงได้รับความนิยมสูงเช่นเดียวกัน ทั้ง Anti-malware / Anti-virus (61%), Software-Defined Wide Area Network (60%) และ ความปลอดภัย SaaS-application (42%)

เนื่องจากไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ เปิดตัวบริการ 5G เชิงพาณิชย์ในกรุงเทพฯ จึงไม่น่าแปลกใจที่ 28% ขององค์กรมีการใช้ความปลอดภัย 5G กับอุปกรณ์ IoT 

การตรวจสอบและรายงานช่วยยกระดับความเชื่อมั่น

การให้ความสำคัญความปลอดภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อความเชื่อมั่น องค์กรไทยส่วนใหญ่ (63%) เห็นว่าองค์กรมีความเสี่ยงในระดับ“ ต่ำ” ถึง“ ปานกลาง” นอกจากนี้ 1 ใน 2 ขององค์กร (51%) มั่นใจว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยที่ใช้ในปัจจุบันสามารถป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ ความเชื่อมั่นที่ต่ำเป็นปัจจัยด้านการจัดการความปลอดภัย โดย 9 ใน 10 (88%) ขององค์กรใช้ Managed Security Service Provider (MSSP) เพื่อจัดการความรับผิดชอบด้านไอทีและความปลอดภัยทางไซเบอร์ 

องค์กรไทยมีความมุ่งมั่นในการปรับปรุงการตรวจสอบเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์

●    96% ของ องค์กร ทำการตรวจสอบนโยบายความปลอดภัยทางไซเบอร์และเอกสารที่แนะนำ วิธีการปฏิบัติงาน (SOPs) อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

●    องค์กรไทยให้ความสำคัญกับความโปร่งใส 95% เห็นด้วยให้มีรายงานการละเมิดข้อบังคับซึ่งเป็นผล มาจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) 

●    องค์กรไทยตื่นตัวในการอัพเดตซอฟท์แวร์อย่างเป็นประจำ 82% ขององค์กรอัพเดตคอมพิวเตอร์ อย่างน้อยเดือนละครั้ง

ความกังวลขององค์กร

3 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสำรวจตระหนักว่าองค์กรของพวกเขาอาจเสี่ยงต่อการโจมตีทางไซเบอร์ โดยมี ความกังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น อาทิ การสูญเสียทางการเงิน สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการสูญเสีย ข้อมูลภายใน (25%) เช่น ทรัพย์สินทางปัญญาและข้อมูลพนักงาน และ การสูญเสียข้อมูลภายนอก (34%) เช่น ข้อมูลการชำระเงินของลูกค้า 

อุปสรรคหลายประการที่องค์กรไทยเผชิญนั้นอาจมาจากบุคลากร เรียงลำดับจากความท้าทายสูงที่สุด:

1. พนักงานขาดความตระหนักถึงความปลอดภัยทางไซเบอร์ (44%)

2. ขาดผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เหมาะสม (44%)

3. ผู้บริหารไม่ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (38%)

“การแพร่ระบาดของ COVID-19 เร่งให้องค์กรเปลี่ยนแปลงทางดิจิตอลและรูปแบบการทำงานระยะไกล ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิตอลได้เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ จึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ในการสร้าง ความร่วมมือและให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ในระยะยาว เพื่อเปลี่ยนแนวคิดและสร้างพฤติกรรม ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ดีให้แก่พนักงาน

องค์กรไทยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงใหม่ ๆ และภัยคุกคามที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การทำงานและ ทีมงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์มีทางเลือกน้อยลง เพื่อศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจองค์กรควร ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือใหม่ ๆ ทั้ง ออโตเมชั่น และแมชชีนเลิร์นนิ่งเพื่อปิดโหว่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมทั้งรักษาความปลอดภัยทั้งเครือข่าย และอุปกรณ์เชื่อมต่อที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” ดร. ธัชพล กล่าวปิดท้าย

การสำรวจนี้จัดทำขึ้นกับผู้ตอบแบบสอบถาม 400 คน ใน 4 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ประเทศละ 100 คน โดยกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามทำงาน ด้านการจัดการและมีความเกี่ยวข้องกับไอทีขององค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรม และ ขนาดต่างๆ 

การสำรวจนี้ดำเนินการในรูปแบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 6 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2563 ก่อนเริ่มมาตรการเข้มงวด ในการรักษาระยะห่างทางสังคม

RELATED ARTICLE

Responsive image

รายงาน Ericsson Mobility Report เผยเทรนด์เครือข่ายมือถือ ชี้ปริมาณการใช้ Data มือถือพุ่งเกือบ 300 เท่า ในรอบ 10 ปี

รายงานเชิงลึกระดับโลกของอีริคสัน เปิดเผยว่าตั้งแต่อีริคสันจัดทำและเผยแพร่รายงาน Ericsson Mobility Report เป็นครั้งแรกในปี 2554 จนถึงปัจจุบันมีปริมาณการใช้อินเตอร์เน็ตบนมือถือเพิ่มข...

Responsive image

ความจำเป็นและแนวทางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไฟฟ้าไทยสู่เป้าหมาย NET ZERO

ความจำเป็นและแนวทางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไฟฟ้าไทยสู่เป้าหมาย NET ZERO...

Responsive image

Twitter เผยเทรนด์ช่วงเทศกาลวันหยุด บทสนทนาช่วยส่งความสุข ช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้า

Twitter ประเทศไทย เผยเทรนด์และอินไซต์ช่วงเทศกาลวันหยุด ชี้บทสนทนาส่วนใหญ่มีผลให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถเพิ่มยอดขายได้ ทั้งการสอบถามความเห็นสำหรับของขวัญ​วางแผนล่วงหน้าสำหรับวันหยุด...