ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจของไทย เข้าร่วมเสวนาในงาน “Thailand 2020s and Beyond: Building an Intelligent Society” เพื่อแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของเศรษฐกิจและสังคมไทย ตลอดจนบทบาทของภาคส่วนต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นสังคมอัจฉริยะโดยเวทีเสวนาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงานเลี้ยงอาหารค่ำซึ่งจัดโดยสถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา และ The Economist Intelligence Unit เพื่อศึกษาผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีที่ส่งผลต่ออนาคตของประเทศไทย 

ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด คาดการณ์ถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคมไทยในอนาคต พร้อมแนะแนวทางในการเตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นสังคมอัจฉริยะอย่างยั่งยืน ได้กล่าวว่า

“ขณะนี้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายในด้านเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากมีปัจจัยหลายประการเข้ามาสร้างผลกระทบ หน่วยงานแนวหน้าทุกภาคส่วนของประเทศจึงต้องทำหน้าที่เตรียมความพร้อม และเป็นผู้นำในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง รวมถึงเป็นต้นแบบในการแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อสร้างการเติบโตในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ คือการลงทุนยกระดับเทคโนโลยีเพื่อสร้างเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวใหม่ เนื่องจากเครื่องยนต์แบบเดิมเริ่มที่จะแผ่วแรงแล้วและไม่สามารถสร้างรายได้ให้กับคนไทยได้อย่างเพียงพอ ประเทศไทยใน 10 ปีข้างหน้าจำเป็นต้องเน้นการสร้างทักษะเพื่อให้บุคลากรพร้อมปรับตัวและเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา 

ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และให้โอกาสทั้งผู้เล่นรายเดิมและรายใหม่ในการสร้างนวัตกรรม รวมถึงลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ผู้เล่นรายใหญ่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ดีกว่า ภาครัฐต้องเข้ามามีบทบาทในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ผู้เล่นภาคเอกชนสามารถต่อยอดในด้านนวัตกรรม และกำหนดกฎระเบียบเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน การสร้างธุรกิจใหม่ การจ้างงาน การสร้างมูลค่าของงาน และผลิตภาพของแรงงาน ในอนาคตภาคเอกชนโดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ทอัพจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ธุรกิจส่วนใหญ่จะหันมาใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้มีประสิทธิภาพตอบโจทย์ผู้บริโภค ที่สำคัญ ข้อมูลจะกลายเป็นทรัพยากรที่มีพลังและฉลาดมากขึ้นเมื่อถูกแชร์ข้ามสาขาธุรกิจในรูปแบบของเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy)” ดร.สุทธาภากล่าว 

ดร.สุทธาภา ทิ้งท้ายถึงจุดยืนของ SCB ABACUS ในฐานะองค์กรที่เป็นผู้นำด้าน Big Data และ AI ว่า “Intelligent Society คือสังคมที่ฉลาดใช้และแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน ดังนั้น SCB ABACUS จึงจะเดินหน้าในการนำเอาข้อมูลและ AI มาใช้และแบ่งปันเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดผ่านเครื่องมือต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชั่นเงินกู้ที่ใช้ข้อมูลและ AI ในการพิจารณาสินเชื่อ และทุกขั้นตอนในการให้บริการเป็นดิจิทัล เพื่อให้บรรดาธุรกิจรวมถึงบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม” 

RELATED ARTICLE

Responsive image

Auto Machine และ AI จะช่วยให้การผลิตง่ายขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า

Ananda ชี้ประวัติศาสตร์หลังจากนี้จะเป็นจุดที่ AI ฉลาดมากกว่ามนุษยชาติรวมกันทั้งหมด ส่วน SCB Abacus มอง AI และ Auto Machine จะช่วยการผลิตของโรงงานขนาดกลางและใหญ่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชั...

Responsive image

SCB Abacus ผนึก Fastwork พัฒนา “สินเชื่อแม่มณีศรีออนไลน์" เพื่อให้บริการสินเชื่อแก่ฟรีแลนซ์

SCB Abacus จับมือ Fastwork แหล่งรวมฟรีแลนซ์คุณภาพอันดับ 1 ของประเทศ พัฒนา “สินเชื่อแม่มณีศรีออนไลน์" แพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัล ซึ่งใช้ AI ในการประมวลผลเพื่อให้บริการสินเชื่อแก่ฟรีแล...

Responsive image

'รพ.ศิริราช' จับมือ 'เพอเซ็ปทรา' ร่วมพัฒนา AI เพื่อวินิจฉัยภาพเอ็กซ์เรย์ ช่วยแพทย์ทำงานสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น

บจก. เพอเซ็ปทรา ขานรับนโยบายระบบการรักษาทางไกล (Tele Medicine) และประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ (Medical hub) ของเอเชีย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบา...