SCB Julius Baer มองตลาดโลกช่วงสิ้นปี แนะลงทุนในหุ้นกลุ่มที่มีการเติบโตสูง และกลุ่มเทรนด์โลกแห่งอนาคต

บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด” (SCB Julius Baer) เผย “มุมมองเศรษฐกิจโลก-ปลายปี 2564” (2021 Year End Market Outlook) ที่จัดทำโดย “จูเลียส แบร์” นำเสนอถึงปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการลงทุนในช่วงสิ้นปี รายงานเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกกำลังผ่านเข้าสู่ช่วงกลางของวัฏจักร (Mid-Cycle Opportunities) และอัตราเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ เชื่อมั่นว่าภาพรวมตลาดโลกยังคงมีโอกาสเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้ในระยะยาว พร้อมให้มุมมองต่อการลงทุน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. โอกาสจากการผ่านเข้าสู่ช่วงกลางของวัฏจักร (Mid-Cycle Opportunities) 2. การลงทุนในตราสารหนี้ ต้องบริหารเชิงรุกและเลือกคุณภาพเครดิตอย่างระมัดระวัง 3. เทรนด์กระแสการลงทุนของโลกในอนาคต และ 4.บริษัทที่มีความยืดหยุ่นและสามารถฟื้นตัวได้เร็ว

มร. โจเซฟ คาเซราส กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารฝ่ายแนะนำการลงทุนและผลิตภัณฑ์ บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด กล่าวว่า “จากมุมมองเศรษฐกิจโลกไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 ที่จัดทำขึ้นโดยจูเลียส แบร์ เราพบว่าการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กินเวลาไปมากกว่า 18 เดือนแล้วนั้น สร้างผลกระทบต่อทุกภาคส่วนและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคม ทั่วโลกล้วนเผชิญกับความท้าทายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำแนะนำสำหรับการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้ที่อาจจะมาพร้อมกับการทำ QE Tapering เรายังคงมองว่าเป็นโอกาสลงทุนในช่วงกลางของวัฏจักรเศรษฐกิจ (Mid-Cycle Opportunities) ซึ่งผ่านช่วงการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วที่มีการขยายตัวอย่างมากมาแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจจะไม่ขยายตัวต่อ ขณะที่การกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาจจะเริ่มลดลงแต่ก็ยังคงมีอยู่ทั้งนโยบายการเงิน และการคลังจะช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นยังสามารถปรับตัวขึ้นได้ ตลาดหุ้นในฝั่งประเทศพัฒนาแล้วยังมีความน่าสนใจลงทุน โดยยังเน้นลงทุนในกลุ่มเติบโต (Growth) และเพิ่มการลงทุนในกลุ่มที่เน้นตั้งรับ (Defensive) เพื่อลดความผันผวน”

มุมมองเศรษฐกิจโลกไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 มี 4 ปัจจัยหลักที่มีผลกับการลงทุนดังนี้

  • ภาพใหญ่ในการลงทุน – โอกาสจากการผ่านเข้าสู่ช่วงกลางของวัฏจักร (Mid-Cycle Opportunities) ภายหลังจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ต่อจากนี้คาดว่าจะเห็นการเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลง ซึ่งนำไปสู่ภาพเศรษฐกิจที่มีโอกาสเข้าสู่ระยะกลางของวัฏจักร ด้านการดำเนินนโยบายแบบผ่อนคลาย และผลกำไรจากการผลิตต่าง ๆ ส่งผลให้อัตราการเติบโตภายหลังวิกฤตโควิดจะยังแข็งแกร่งอยู่ สำหรับตลาดหุ้น “ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์” แนะนำการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่มีการเติบโตสูง (Growth Stocks) และเพิ่มหุ้นกลุ่มเชิงรับ (Defensive) โดยได้ปรับคำแนะนำเป็นเพิ่มการลงทุนในหุ้นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และคงคำแนะนำเดิมที่ชอบหุ้นในกลุ่มธุรกิจสุขภาพ (Healthcare), กลุ่มเทคโนโลยี (IT), กลุ่มสถาบันการเงิน (Financials) และหุ้นปันผลที่สร้างรายได้สม่ำเสมอ ในส่วนตลาดหุ้นจีนนั้น มองว่ายังมีความเสี่ยงนโยบายภาครัฐที่เข้มงวดรวมถึงการเข้าแทรกแซงในบางธุรกิจอยู่ เราจึงปรับคำแนะนำเป็นการลงทุนหุ้นคุณภาพในประเทศแถบภูมิภาคเอเชีย ยกเว้นประเทศจีน
     
  • ตราสารหนี้  – ต้องบริหารเชิงรุกและเลือกคุณภาพเครดิตอย่างระมัดระวัง “ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์” เชื่อว่าการบริหารตราสารหนี้ในส่วนของอายุตราสารที่เลือกลงทุนเป็นสิ่งสำคัญในช่วงที่อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากภาพความผันผวนที่สูงในตลาดและการเปลี่ยนแปลงสถานะของผู้ลงทุน อีกทั้งการเข้าสู่ช่วงกลางของวัฏจักร (Mid-Cycle) คงเป็นไปได้ยากที่ทุกการลงทุนจะได้รับผลตอบแทนที่ดีเสมอกันทั้งหมด แม้ว่าเราจะยังเห็นภาพการปรับมุมมองเชิงบวกที่มากกว่ามุมมองเชิงลบก็ตาม เรายังคงแนะนำให้ลงทุนในความเสี่ยงด้านเครดิตระดับปานกลาง แต่เน้นการคัดเลือกคุณภาพของผู้ออกตราสารด้วยความระมัดระวัง

  • เทรนด์กระแสการลงทุนของโลกในอนาคต – ปัจจัยที่เราให้ความสำคัญ การคัดเลือกบริษัทที่เป็นผู้นำที่จะได้ประโยชน์จากเทรนด์การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของโลกในระยะยาวถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องใช้แนวคิดแบบมองไปข้างหน้า (Looking Forward investment approach) ในการพิจารณาการลงทุน “ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์” ให้ความสำคัญไปที่ 3 การลงทุนหลักที่น่าสนใจและเชื่อว่าจะสร้างผลตอบแทนได้ดี ได้แก่
    • การหมุนเวียนใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า (Circular Economy)
    • การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี (Healthy Living)
    • ยานยนต์แห่งอนาคต (Future Mobility)

  • บริษัทที่มีความยืดหยุ่นและสามารถฟื้นตัวได้เร็ว  เคล็ดลับแห่งความสำเร็จ บริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกล้วนได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่แพร่ขยายไปทั่วทุกภาคธุรกิจ หากมองลึกไปถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จของบริษัทที่สามารถอยู่รอดได้และกระทั่งสร้างกำไรให้กับบริษัทได้แม้ว่าจะเป็นช่วงวิกฤตก็ตาม พบว่าบริษัทเหล่านี้ในหลาย ๆ อุตสาหกรรม คือ บริษัทที่มีความยืดหยุ่นสูง คือ มีอำนาจสูงในการกำหนดราคา มีรูปแบบการเติบโตของธุรกิจที่เป็นอิสระจากวัฏจักรเศรษฐกิจ และโดยทั่วไปไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน (supply chain disruption)

“จากปัจจัยทั้ง 4 นั้น เรายังเชื่อว่ายังมีโอกาสด้านการลงทุนจากสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มการเจริญเติบโตสูง และกลุ่มเทรนด์โลกแห่งอนาคต และควรกระจายความเสี่ยงในการลงทุนไม่ควรที่จะลงทุนแค่ผลิตภัณฑ์ตัวใดตัวหนึ่ง โดย บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ มีทีม Expert Advisory ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่มีความรู้ และประสบการณ์ ความสามารถด้านการบริหารความมั่งคั่งมาตรฐานเดียวกับจูเลียส แบร์ พร้อมให้คำแนะนำ และเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกค้าคนสำคัญเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารพอร์ตได้อย่างยืดหยุ่น และสร้างความยั่งยืนได้ในระยะยาว” มร. โจเซฟ กล่าวทิ้งท้าย


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Inside Krungsri’s Vision: เมื่อเทคโนโลยีไม่ใช่แค่เรื่องหลังบ้าน แต่คือ “เพื่อนคู่คิด” ที่ยืนเคียงข้างธุรกิจ

เจาะลึกวิสัยทัศน์กรุงศรี เปลี่ยน IT จาก Back Office สู่ Strategic Partner ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Data, Empathy และ AI Governance ภายใต้แนวคิด Make Life Simple ที่เน้นผลลัพธ์จริง...

Responsive image

ทีทีบีเปิดตัว ‘ttb privilege’ Loyalty Program รูปแบบใหม่ รายแรกที่มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าทุกคน ผ่านการทำภารกิจภายในแอปฯ

TTB เปิดตัว ttb privilege บนแอป ttb touch มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้า 6 ล้านรายด้วยกลยุทธ์ Gamification เปลี่ยนวินัยการเงินเป็นคะแนน WOW และสถานะ 6 ระดับ แลกรับส่วนลดและเอกสิทธิ์เหนือระ...

Responsive image

Techsauce บุกโคราช จัดมหกรรมปลุกพลังผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ‘Techsauce Next Entrepreneur’s Summit’

Techsauce ร่วมกับหอการค้าโคราชและ TCEB จัดงาน Techsauce Next Entrepreneur’s Summit เสริมอาวุธเทคโนโลยีให้ผู้ประกอบการและ SMEs ภาคอีสาน พร้อมก้าวสู่การเป็นเมืองแห่ง AI และนวัตกรรม...