TKC, Transformational และ ShareRing ผนึกกําลัง เปิดตัวโครงสร้างพื้นฐาน Verifiable Credential และ Digital Document Wallet แห่งแรกของประเทศไทย

บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จํากัด (มหาชน)(TKC) ผู้นําด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ร่วมกับบริษัท Transformational และ ShareRing ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เปิดตัวโครงสร้างพื้นฐานด้าน Verifiable Credential และ Digital Document Wallet แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของเอกสารดิจิทัล และเชื่อมโยงการใช้งานระหว่างภาครัฐและเอกชนภายใต้มาตรฐานโลก

นายสยาม เตียวตรานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TKC กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนําเสนอโซลูชัน แต่คือการสร้าง ‘National Trust Infrastructure’ ซึ่งเป็นทิศทางสําคัญในระดับนโยบายของประเทศ บทบาทของ TKC คือการนําโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ มาผสานกับเทคโนโลยีมาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดการใช้งานจริงในวงกว้างสอดคล้องกับแนวทางของ MDES และ ETDA 

เรามุ่งหวังที่จะลดต้นทุน เพิ่มความโปร่งใส และเสริมความเชื่อมั่นให้กับระบบดิจิทัลของประเทศ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับระบบนานาชาติในอนาคตโดยไม่เพิ่มภาระต่อระบบเดิม”

ประเทศไทยในยุคดิจิทัล: โอกาสที่ยังไม่ถูกใช้เต็มศักยภาพ

แม้ประเทศไทยจะมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงถึงร้อยละ 95 แต่กระบวนการสําคัญยังคงต้องพึ่งพาเอกสารกระดาษและการเดินทางไปยืนยันตัวตนด้วยตนเอง 

นายอริยะ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Transformational ให้มุมมองว่า "ในปี 2569 ประชาชนยังต้องลาหยุดงานเพื่อไปรอคิวที่เคาน์เตอร์บริการซึ่งปิดในเวลา 15.00 น. และไม่เปิดในวันหยุด สิ่งที่ประเทศไทยยังขาดคือโครงสร้างพื้นฐานร่วม (Shared Infrastructure Layer) ที่เชื่อมเอกสารที่ผ่านการตรวจสอบเข้ากับธุรกรรมจริง"

เมื่อเอกสารไม่สามารถตรวจสอบได้: ความเสี่ยงระดับชาติ

การใช้เอกสารกระดาษที่ตรวจสอบแหล่งที่มาไม่ได้ทําให้ประชาชนและธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง นายอริยะกล่าวเสริมว่า "เอกสารกระดาษคือ 'จุดอ่อนที่สุด' (Weakest Link) เพราะปลอมแปลงได้ง่ายแต่ตรวจสอบยาก เมื่อข้อมูลอยู่บนกระดาษและถูกสําเนาไป คุณจะสูญเสียการควบคุมทันที 

สําหรับธุรกิจเอกสารที่ถูกสแกนหรือถ่ายสําเนามานั้นพิสูจน์ความจริงไม่ได้หากไม่มีการตรวจสอบที่เป็นอิสระ ซึ่งนําไปสู่ความเสี่ยงมหาศาล ตั้งแต่การทําสัญญาปลอมไปจนถึงหนี้เสียที่ติดตามไม่ได้ในระดับประเทศที่มีมูลค่านับแสนล้านบาท ทั้งจากพอร์ตสินเชื่อเพื่อการศึกษาที่ไม่สามารถบังคับใช้การชําระคืนได้ และบริการสาธารณะที่ออกเอกสารแต่ไม่สามารถติดตามผลได้"

ทางออก: Digital Document Wallet + Verifiable Credential

โครงการนี้มุ่งพัฒนา Digital Document Wallet หรือโครงสร้างพื้นฐาน "ฝาแฝดดิจิทัล" (Digital Twin) เพื่อเป็นรากฐานในการรับรองเอกสารสําคัญตามทิศทางนโยบายดิจิทัลของชาติ โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) จาก ShareRing ที่มีการปรับใช้งานจริงแล้วในหลายประเทศทั่วโลก 

โครงสร้างพื้นฐานนี้ถูกออกแบบมาให้รองรับการจัดเก็บและตรวจสอบเอกสารดิจิทัล (Verifiable Credentials) ที่หลากหลายตามความต้องการของภาคธุรกิจและนโยบายรัฐ เช่น ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ, เอกสารรับรองการทํางาน, หนังสือรับรองบริษัท (Affidavit), ใบรับรองการศึกษา (Transcripts) หรือเอกสารแสดงตัวตนอื่น ๆ (IDs) โดยเอกสารจะถูกจัดเก็บไว้บนอุปกรณ์ของผู้ใช้เองอย่างปลอดภัยภายใต้ความยินยอมของเจ้าของข้อมูล (User Consent)

มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล (Private & Secure by Design)

โซลูชันนี้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกและหลักการความเป็นส่วนตัวขั้นสูงสุด โดยมีหัวใจสําคัญคือความยินยอมของผู้ใช้งาน (User Consent) Mr. Tim Bos ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง ShareRing ระบุว่า 

"เราใช้ระบบ Zero-Knowledge Proof (ZKP) เพื่อให้ผู้ใช้ยืนยันข้อมูลได้โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด ข้อมูลจะถูกจัดเก็บแบบกระจายศูนย์ (Self-Sovereign Identity) และจะไม่มีการเข้าถึงข้อมูลใด ๆ หากไม่ได้รับความยินยอมโดยตรงจากเจ้าของข้อมูล ช่วยให้เจ้าของข้อมูลเป็นผู้ถือกุญแจในการเข้าถึงข้อมูลแต่เพียงผู้เดียว"

จากนโยบายสู่การใช้งานจริง

ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการส่งมอบโซลูชันระดับองค์กรที่พร้อมใช้งานจริง (Enterprise-ready) เพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างนโยบายและการปฏิบัติ:

• การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อผ่าน SDKs และ APIs เพื่อเชื่อมเข้ากับระบบงานเดิม (Legacy Systems) ขององค์กรได้ทันที

• โครงสร้างพื้นฐานการออกเอกสาร (Sovereign Issuance) ช่วยให้หน่วยงานสามารถออกเอกสารดิจิทัลที่ตรวจสอบได้ด้วยตนเอง

• การตรวจสอบแบบเรียลไทม์เพื่อขจัดความเสี่ยงจากเอกสารปลอมและลดขั้นตอนการทํางานด้วยมือ

Mr. Rohan Le Page ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ ShareRing กล่าวว่า "เรากําลังสร้างรากฐานแห่งความเชื่อมั่น (Trust Layer) ด้วยเทคโนโลยีมาตรฐาน W3C และ ISO มอบโครงสร้างพื้นฐานที่สากลยอมรับและพร้อมรองรับการเชื่อมโยงกับระบบโลกได้ทันที"

Roadmap การเปิดใช้งาน

นายปิยะ จิราภาพงศา รองกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการ บริษัทฯ กล่าวว่า “ขณะนี้เราอยู่ในขั้นตอนการดําเนินงานจริงแล้ว การติดตั้งระยะแรกจะเปิดตัวกับรัฐวิสาหกิจชั้นนําของไทยในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 

ตามด้วยระบบออกเอกสารรับรองดิจิทัลสําหรับเครือข่ายมหาวิทยาลัยไทยในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 โดยมีการหารืออย่างจริงจังสําหรับการขยายบริการในภาคการเงิน การท่องเที่ยว และการบริหารภาครัฐ”

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

BusX แพลตฟอร์มจองตั๋วรถทัวร์ไทย ที่ชนะแพลตฟอร์มจากต่างชาติ

BusX แพลตฟอร์มไทยที่ชนะยักษ์ใหญ่ต่างชาติด้วยการสร้าง Infrastructure ของอุตสาหกรรมรถทัวร์ กับการทรานส์ฟอร์มระบบ Analog สู่รากฐานดิจิทัลที่ทั้ง Ecosystem ต้องพึ่งพา...

Responsive image

ดีป้า ขับเคลื่อน Coding Thailand 2026 อัดแน่นหลักสูตร Coding และ AI ปั้นกำลังคนดิจิทัลสู่อนาคต

ดีป้า (depa) เปิดตัว Coding Thailand 2026 อัดหลักสูตรสอนปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเขียนโค้ดออนไลน์ฟรี 30 หลักสูตร สำหรับนักเรียนและครูทั่วประเทศ พร้อมเปิดเวทีแข่งขันชิงทุนมูลค่ารวม ...

Responsive image

Nimble ลงทุนใน Relationship Republic เสริมแกร่งเทคโนโลยี รุกตลาด Loyalty เอเชีย

Nimble บริษัทที่ปรึกษาด้านซอฟต์แวร์ระดับภูมิภาค ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย และมีสาขาในฮ่องกง และเวียดนาม ประกาศการลงทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งแรกใน Relationship Republic...