ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมถือเป็นส่วนสำคัญของสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยโครงข่ายและบริการในการเชื่อมปฏิสัมพันธ์ของผู้คนในสังคมทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน ธุรกิจ และการศึกษา ทั้งในด้านการบริการทางการเงิน ค้าปลีก การสื่อสาร การเรียน และการสร้างความบันเทิง รวมทั้งเป็นส่วนสำคัญในการปูทางไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบดิจิทัล 

โดยเฉพาะในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาที่การแพร่ระบาดทั่วโลกได้สร้างผลกระทบมากมายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บทบาทของผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมยิ่งทวีความสำคัญ ในแง่การอำนวยความสะดวกให้กับ “ชีวิตวิถีใหม่” (New Normal) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานจากบ้าน การเรียนออนไลน์ จนถึงการสนับสนุนมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม

การรับมือกับสภาวะตลาด ก้าวต่อจากนี้ไป

บทบาทในการเชื่อมโยงสังคมและเศรษฐกิจ ทำให้ธุรกิจโทรคมนาคมได้รับผลกระทบน้อยกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ ในช่วงวิกฤติโรคระบาด อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนต่อจากนี้ ธุรกิจโทรคมนาคมจำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวและรับมือกับความท้าทายหลายอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น อาทิเช่น

•    แรงกดดันด้านเศรษฐกิจ ในการปรับลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ ด้วยมาตรการที่จำเป็นต้องทำให้สำเร็จในระยะเวลาอันสั้น (rapid cost take-out initiatives)

•    การจัดลำดับความสำคัญของรายจ่ายที่สอดคล้องกับรายได้และความต่อเนื่องทางธุรกิจ

•    การ optimize ระบบซัพพลายเชนที่มีความผันผวน ทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ และแรงงาน

•    การบริหารจัดการรายได้และกระแสเงินสด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รวมถึงการถูกขยายระยะเวลาการชำระเงิน

ผลกระทบในระยะยาว จาก “ชีวิตวิถีใหม่” 

ด้วยสังคมที่ก้าวสู่ “ชีวิตวิถีใหม่” และด้วยความเร็วของเทคโนโลยี 5G ที่รวดเร็วกว่า 4G ในปัจจุบันถึง 50 เท่า ทำให้เราสามารถคาดการณ์แนวทางการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในธุรกิจโทรคมนาคม ดังนี้

1.    การพลิกโฉมธุรกิจเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่หลายบริษัทได้เริ่มทำไปแล้วนั้น มีแนวโน้มที่จะถูกเร่งให้เร็วขึ้น เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากภาวะหยุดชะงักทางธุรกิจที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ดังนั้น ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้กับพนักงานของตน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านระบบดิจิทัลแบบ omni-channel ของผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่จะมีมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของ digital self-service เราจะได้เห็นการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเสริมประสิทธิภาพของศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าและร้านค้าปลีกมากขึ้น ในแง่ของการให้มุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้า และช่วยให้การตัดสินใจดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างเรียลไทม์มากขึ้น

2.    จากการที่ธุรกิจโทรคมนาคมต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างต่อเนื่องในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและความยืดหยุ่นของธุรกิจ เราจะได้เห็นถึงความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการปรับเปลี่ยนระบบ IT ไปสู่ระบบแบบไฮบริดคลาวด์ รวมทั้งการนำออโตเมชันมาใช้แบบเต็มพิกัด เพื่อเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจและผู้บริโภค ด้วยระบบและเครือข่ายแบบเปิดที่จะนำไปสู่การทำงานที่สอดประสานและมีความยืดหยุ่น (agile) ยิ่งขึ้น เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่พลิกโฉมการจัดการเวิร์คโหลด การกระจายโหลดข้อมูล และการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือ machine learning มาใช้งานร่วมกับเครือข่าย Core หรือ Edge ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญของกลยุทธ์ในการลงทุนและการสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างยั่งยืน

3.    ในประเทศไทย เราได้เห็นบริษัทในธุรกิจการให้บริการโทรคมนาคมที่กำลังเปลี่ยนโฉมตัวเองให้กลายเป็นธุรกิจด้านแพลตฟอร์ม เพื่อเป็นทั้งผู้ให้บริการด้านดิจิทัล และผู้สนับสนุนบริการดิจิทัล สำหรับทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ผลของการเปิดตัวเทคโนโลยี 5G และอัตราการเจาะตลาดในไทยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นราวร้อยละ 33 ตามที่ AT Kearney คาดการณ์ไว้ จะช่วยให้งานสำคัญๆ อย่างการรับมือกับเหตุฉุกเฉิน การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด หรือฟีเจอร์ในการเสริมสร้างความปลอดภัยให้ยานยนต์อัจฉริยะ (connected vehicle) ได้รับประโยชน์จากความเร็วของเทคโนโลยี 5G ในระดับเสี้ยววินาที โดยไม่ต้องส่งเวิร์คโหลดขึ้นไปประมวลผลบนคลาวด์แบบรวมศูนย์อีกต่อไป

นอกจากนี้ เทคโนโลยี Edge และ 5G ยังช่วยให้ AI และ machine learning สามารถทำงานใกล้กับจุดที่งานเกิดได้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถใช้งานระบบออโตเมชันหรือการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ธุรกิจไทยในอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องการ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมจำเป็นจะต้องพัฒนาความสามารถใหม่ๆ และเปิดรับระบบนิเวศน์แบบโอเพนเพื่อให้เกิดนวัตกรรมและบริการใหม่ๆ ขึ้น และดำเนินการได้อย่างเต็มศักยภาพยิ่งขึ้น

4.    ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (cybersecurity) เป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากในยุคหลังโควิด-19 นั้นการเข้าถึงธุรกิจและข้อมูลทั่วโลกผ่านช่องทางดิจิทัลจะเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลในการทำงานจากทางไกล ทั้งของพนักงานในธุรกิจโทรคมนาคมและภาคธุรกิจองค์กรที่ธุรกิจโทรคมนาคมให้บริการ จะมีการขยายบริการด้าน security-as-a-service เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ มากขึ้น

ในขณะที่โลกธุรกิจกำลังก้าวไปข้างหน้านี้ ไม่ว่า “ชีวิตวิถีใหม่” จะเป็นอย่างไร การเปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่อการให้บริการของธุรกิจโทรคมนาคมในทุกมิติ ทั้งในแง่ของรูปแบบการบริการ การสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้าและลูกค้าองค์กร สภาพแวดล้อมในการทำงานที่บริษัทสร้างขึ้นสำหรับพนักงานของตน การดำเนินการเพื่อจัดลำดับความสำคัญของการลงทุน หรือการปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ธุรกิจโทรคมนาคมจะตอบสนองต่อความต้องการของโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และเป็นตัวกลางที่สำคัญในการเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ชุมชน และสังคม ต่อไป

บทความโดย : คุณวิบูลย์ ฐานันดรสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจค้าปลีก อุตสาหกรรม โทรคมนาคม และภาครัฐ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด

RELATED ARTICLE

Responsive image

โสภณ ราชรักษา ‘New Normal ที่จะเกิดขึ้นคือการ re-supply chain ทั้งหมดของโลกนี้’

real estate ต้องเผชิญกับ New Normal ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป หลังรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของ Covid-19 ทำให้ FPT ต้องช่วยให้ลูกค้ายังไปต่อได้ เช่นเดียวก...

Responsive image

โรงละคร Berliner Ensemble เปลี่ยนโฉมใหม่เอาที่นั่งออกตอบรับผู้ชมในยุค Social Distancing

นอกจากประเทศไทยเเล้วมาตรการ Social Distancing ยังถูกใช้เป็นมาตรการป้องกันที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ ไม่เว้นเเม้โรงละครเก่าแก่อย่าง The berliner ensemble ที่ได้มีการเผยแพร่รูปภาพของ...

Responsive image

กรุงศรีปล่อยแคมเปญ #กรุงศรีอยู่นี่นะ ติดอาวุธแก่ลูกค้ายุค New Normal จากวิกฤต COVID-19

กรุงศรีร่วมสนับสนุนให้ลูกค้ามีความยั่งยืนด้านการเงินและพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ #กรุงศรีอยู่นี่นะ พร้อมปรับรูปแบบการให้บริการตอบรับวิถีชีวิต...