ในปี 2020 จำนวนและมูลค่าดีลของ Startup ใน HK มีแนวโน้มเป็นอย่างไร 

ณ เวลาปัจจุบันในเดือนมิถุนายน เรายังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนสำหรับทั้งปี 2020 แต่แนวโน้มอุตสาหกรรมสตาร์ทอัพในฮ่องกงยังคงสดใส เนื่องจากฮ่องกงมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับสตาร์ทอัพในการทดลองตลาดและพัฒนาศักยภาพของธุรกิจ โดยเฉพาะสตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงกลุ่มมีความมั่นคงแล้ว และมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจ โดยฮ่องกงมีทั้งโอกาสทั้งด้านการระดมทุน การเข้าถึงตลาด เครือข่าย และทรัพยากรบุคคล

การเปิดใช้งานสะพานฮ่องกง – จูไห่ – มาเก๊า และรถไฟความเร็วสูง ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่อ่าวกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า (Greater Bay Area) มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่งผลให้สตาร์ทอัพในฮ่องกงสามารถเข้าถึงประชากรกว่า 70 ล้านคน และตลาดที่มีมูลค่าจีดีพีรวมถึง 11.9 ล้านล้านดอลลาร์ฮ่องกง โดยมีระยะห่างเพียงแค่ 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ จุดที่ตั้งของฮ่องกงซึ่งอยู่ไม่ไกลจากศูนย์นวัตกรรมในเสิ่นเจิ้น และศูนย์กลางการผลิตในจงซานและจูไห่ ยังทำให้ฮ่องกงสามารถใช้ประโยชน์จากจุดแข็งในด้านศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโลยี ระบบกฎหมาย รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา ในการพัฒนาอุตสาหกรรมนวัตกรรมและเทคโนโลยี (I&T) รวมถึงเป็นแพลตฟอร์มทางธุรกิจสำหรับธุรกิจที่มองหาโอกาสในการเจาะตลาดในเอเชียและตลาดโลกอีกด้วย

ในส่วนของธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เทคโนโลยีชีวภาพ ปัญญาประดิษฐ์ เมืองอัจฉริยะ และเทคโนโลยีด้านการเงิน ถูกจัดให้เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งในปี 2017 โดยสัดส่วนการใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเมื่อเทียบกับมูลค่าจีดีพีคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในปี 2022 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการเติบโตของนวัตกรรมในฮ่องกง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า Startup ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เช่นเดียวกับธุรกิจอื่น สถานการณ์ของ Startup ที่ฮ่องกงตอนนี้เป็นอย่างไร

สตาร์ทอัพกำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทายในปี 2020 ไม่ต่างกับอุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างไรก็ตาม อีโคซิสเต็มของสตาร์ทอัพในฮ่องกงยังคงแข็งแกร่ง โดยในปี 2019 สตาร์ทอัพในฮ่องกงมีจำนวน 3,184 แห่ง เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และก่อให้เกิดการจ้างงานกว่า 12,000 ตำแหน่ง หรือขยายตัว 31% 

ท่ามกลางภาวะโรคระบาด การระดมทุนสตาร์ทอัพยังคงดำเนินต่อไปตามสถานการณ์ปกติ เช่น Airwallex สตาร์ทอัพยูนิคอร์นด้านเทคโนโลยีจากออสเตรเลียระดมทุนไปได้ 160 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนเมษายน 2020 ในขณะที่ธุรกิจฟินเทค WeLab ซึ่งเป็นหนึ่งใน Virtual Bank แห่งแรกๆ ในฮ่องกง ได้ระดมทุนไป 159 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนธันวาคม 2019 นอกจากนี้ เรายังได้เห็นสตาร์ทอัพอีกมากมายที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงและขยายธุรกิจ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพตลาดปัจจุบันอีกด้วย

มาตรการช่วยเหลือ Startup ที่ทาง HK เตรียมไว้มีรายละเอียดเป็นอย่างไร และจะช่วย Ecosystem ในระดับภูมิภาคอย่างไร

รัฐบาลฮ่องกงได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย ตั้งแต่การงดเว้นค่าเช่า การสนับสนุนเงินทุนสำหรับเทคโนโลยีในการ Work From Home ภายใต้ Distance Business Program เงินทุนสนับสนุนเพื่อการวางระบบ 5G และขยายมาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อ เป็นต้น 

ตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 เป็นต้นมา รัฐบาลฮ่องกงได้ขยายมาตรการสนับสนุนภายใต้โครงการ Technology Voucher Program เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจฮ่องกงมีการใช้บริการด้านเทคโนโลยีและโซลูชันต่างๆ ในเพิ่มผลผลิต (Productivity) หรือยกระดับและ Transform กระบวนการดำเนินธุรกิจ โดยรัฐบาลได้เพิ่มสัดส่วนเงินสนับสนุน จากเดิมคือ 2 ใน 3 เป็น 3 ใน 4รวมทั้งปรับเพดานเงินสนับสนุนจาก 400,000 เป็น 600,000 ดอลลาร์ฮ่องกง และจำนวนโครงการที่สนับสนุนจาก 4 เป็นทั้งหมด 6 โครงการ นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ดำเนินโครงการ Innovation and Technology Venture Fund (ITVF) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการลงทุนด้าน venture capital ในกลุ่มสตาร์ทอัพท้องถิ่นด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (I&T) โดยรัฐบาลจะร่วมสนับสนุนเงินทุนในสัดส่วนประมาณ 1 ต่อ 2 ของมูลค่าการลงทุน

ตามแผนงบประมาณปี 2020-21 รัฐบาลจะออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ธุรกิจขนาดกลางถึงและขนาดย่อม วงเงินรวม 20,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง โดยมีรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน ภายใต้โครงการ SME Financing Guarantee Scheme โดยให้วงเงินอนุมัติสูงสุด 2 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง และพิจารณาจากค่าใช้จ่ายด้านค่าจ้างและค่าเช่าเป็นระยะเวลา 6 เดือน ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี และข้อเสนอในการพักชำระเงินต้นในช่วง 6 เดือนแรก (ชำระเฉพาะดอกเบี้ย) รวมถึงยังมีโครงการสนับสนุนด้านเงินทุนอื่นๆ สำหรับเอสเอ็มอีโดยกรมการค้าและอุตสาหกรรมอีกด้วย

นอกจากนี้ สำนักคณะกรรมการนวัตกรรมและเทคโนโลยี (ITC) ยังได้เปิดตัวโครงการ Distance Business Program หรือ D-Biz เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจและให้บริการต่อไปได้ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โครงการนี้จะทำการสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถนำไอทีโซลูชันต่างๆ มาใช้งานได้เร็วขึ้นในระหว่างที่ไม่สามารถทำงานจากออฟฟิศได้ โดยในทุกๆ การใช้จ่ายด้านไอทีโซลูชันและการอบรมพนักงานที่เกี่ยวข้อง สำนักคณะกรรมการฯ จะสนับสนุนเงินทุนไม่เกิน 100,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (เงินสนับสนุนด้านการอบรมที่เกี่ยวข้องไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าใช้จ่ายด้านไอทีโซลูชัน) และแต่ละบริษัทสามารถรับเงินสนับสนุนรวมได้ไม่เกิน 300,000 ดอลลาร์ฮ่องกง โดยโครงการต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

(ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.startmeup.hk/startup-resources/government-funding-scheme-and-support/

หากแยกเป็นรายอุตสาหกรรม คิดว่า Startup ในภาคไหนมีแนวโน้มฟื้นตัวจาก COVID-19 ได้ก่อน 

การทำงานแบบ Work from Home เป็นเทรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สตาร์ทอัพที่สามารถปรับตัวและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจจากเทรนด์นี้ได้จึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ดีในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มด้าน Virtual Conference ผู้ให้บริการด้าน VR Tour ธุรกิจด้าน Telehealth และด้านอีคอมเมิร์ซ ถือเป็นกลุ่มที่เติบโตโดดเด่นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา

ตอนนี้สถานการณ์ในบางประเทศ เช่น ไทย เริ่มชัดเจนขึ้นจนนำไปสู่การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ อยากให้คุณเจน แนะนำสิ่งที่ Startup สามารถทำได้เพื่อคว้าโอกาสในเวลานี้

การระดมทุนสตาร์ทอัพยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องในฮ่องกงชี้ให้เห็นว่ายังมีโอกาสมากมาย ดังนั้น สตาร์ทอัพจึงควรมองหาโอกาสในการเติบโตในช่วงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านการเข้าถึงเครือข่ายธุรกิจในวงกว้างขึ้น

งาน StartmeupHK Festival 2020 ที่กำลังจะจัดขึ้นถือเป็นโอกาสให้สตาร์ทอัพต่างๆ ได้นำเสนอโซลูชันทางเทคโนโลยีของตน แลกเปลี่ยนความคิด และพูดคุยกับคนในธุรกิจ โดยเราได้ใช้เทคโนโลยีด้าน virtual event มาช่วยในการนำกิจกรรมเกือบทั้งหมดมาไว้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อสร้างประสบการณ์ และสถานที่เสมือนจริงที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้การร่วมงานอีเวนต์แบบเดิม 

StartmeupHK Festival 2020 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 10 กรกฎาคม 2563 โดยจัดขึ้นเป็นปีที่ 7 แล้ว ตลอดทั้งสัปดาห์ ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับผู้นำในแวดวงสตาร์ทอัพและธุรกิจอื่นๆ มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึง Startup Village และ Service Marketplace นอกจากนี้ยังมี Jobs Fair และ Business Matching เพื่อเหล่าสตาร์ทอัพโดยเฉพาะ งานนี้เปิดให้เข้าชมฟรีได้จากทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งมีกิจกรรมพิเศษที่ต้องซื้อบัตรเข้างานเพิ่มเติม โดยผู้ร่วมงานจะได้อัปเดตข้อมูลล่าสุดทั้งในด้านสมาร์ทซิตี้ เทคโนโลยีค้าปลีก ไลฟ์สไตล์ดิจิทัล เทรนด์สตาร์ทอัพระดับโลก และมุมมองจากสตาร์ทอัพที่กำลังน่าจับตา นักลงทุน และบริษัทชั้นนำของโลก

ในช่วงวิกฤต การไปยังตลาดใหม่อาจเป็นทางออกให้กับ Startup ในไทย รวมถึงใน SEA อยากให้ทางคุณเจน แนะนำ Startup ที่สนใจจะทำธุรกิจในฮ่องกง

ด้วยตำแหน่งที่ตั้งและการเชื่อมต่อกับประเทศจีน ยังทำให้ฮ่องกงมีจุดแข็งในด้านประชากรชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยเลยที่ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและดำเนินธุรกิจในส่วนอื่นๆ ของโลก ด้วยคุณสมบัติความเป็นเมืองนานาชาติที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาคนี้เอง ฮ่องกงจึงถือเป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนด้านความคิดและผู้คนที่หลากหลาย ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเติบโตของสตาร์ทอัพ

มีสตาร์ทอัพจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนไม่น้อยที่เติบโตได้ดีในฮ่องกง และ StartmeupHK ก็มีประสบการณ์ในการสนับสนุนให้กิจการเหล่านี้สามารถปรับตัวได้ รวมถึงนำเสนอทรัพยากรด้านต่างๆ ที่จำเป็นต่อการเติบโต ยกตัวอย่างเช่น GetLinks แพลตฟอร์มด้านการจัดหางานด้านเทคโนโลยีซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย ได้ขยายกิจการไปที่ฮ่องกงในปี 2562 ด้วยเป้าหมายในเป็นตัวกลางระหว่างบุคลากรด้านเทคโนโลยีและบริษัทต่างๆ ทั่วเอเชีย GetLinks จึงมีศักยภาพที่จะเติบโตในฮ่องกง ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางด้านสตาร์ทอัพของภูมิภาค

สำหรับสตาร์ทอัพที่สนใจจะเข้ามาตั้งสำนักงานในฮ่องกง หรือใช้ฮ่องกงเป็นฐานในการขยายธุรกิจในประเทศจีน และตลาดต่างประเทศอื่นๆ สามารถติดต่อกับ StartmeupHK ได้ โดยเราเป็นองค์กรภายใต้ InvestHK ซึ่งมีจุดเป้าหมายเพื่อสนับสนุนผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพจากต่างประเทศในการทำธุรกิจในฮ่องกง บริการของเราครอบคลุมตั้งแต่การให้ข้อมูลเกี่ยวกับอีโคซิสเต็มในฮ่องกง การสร้างเครือข่ายสตาร์ทอัพที่แข็งแกร่ง การจัดงานที่เกี่ยวข้อง และช่วยผลักดันให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้สตาร์ทอัพสามารถเติบโตได้

นอกจากอีโคซิสเต็มด้านสตาร์ทอัพแข็งแกร่งแล้ว สตาร์ทอัพไทยยังสามารถได้ประโยชน์จากความร่วมมือระหว่างประเทศในหลายรูปแบบ ประเทศไทยถือเป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่เป็นลำดับ 9 ของฮ่องกง และเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนที่ฮ่องกงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่สุด อีกทั้งยังมีศักยภาพในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค และอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ โดยธุรกิจไทยในกลุ่มนี้มีแผนที่จะขยายธุรกิจไปต่างประเทศภายใต้โครงการ Belt and Road ของจีน และเล็งเห็นโอกาสในการเริ่มหรือเพิ่มการลงทุนในฮ่องกง ดังนั้น รัฐบาลฮ่องกงจึงให้ความสำคัญกับการกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้ากับประเทศกลุ่มอาเซียน และได้จัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าของฮ่องกงในประเทศไทย (Hong Kong Economic and Trade Office หรือ ETO) ในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยสำนักงานที่กรุงเทพฯ นี้ดูแลงานต่างๆ ทั้งในประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ และบังคลาเทศ นอกจากนี้ ยังมีสำนักงาน ETO ในสิงคโปร์และจาการ์ตา ซึ่งรับผิดชอบโครงการในประเทศอาเซียนอื่นๆ 

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงยังได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) กับรัฐบาลไทยในการส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ โดยข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมความร่วมมือในหลายด้าน เช่น การค้าและการลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ บริการด้านการเงิน การส่งเสริมสตาร์ทอัพด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี และการพัฒนาด้านทรัพยากรบุคคล 

ในความร่วมมือด้านการส่งเสริมสตาร์ทอัพและกิจการด้านเทคโนโลยี ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะร่วมสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างองค์กรต่างๆ สนับสนุนให้สตาร์ทอัพและกิจการด้านเทคโนโลยีของแต่ละประเทศเข้าสู่ตลาดโลกได้ง่ายขึ้น และหาความร่วมมือในการทำวิจัยและแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ รวมถึงการกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีในด้านการจัดตั้งและดำเนินธุรกิจอีกด้วย

RELATED ARTICLE

Responsive image

Elon Musk เยือนฮ่องกง พร้อมเปิดเผยสุดยอดธุรกิจแห่งอนาคต

บทสัมภาษณ์พูดคุยล่าสุดกับ Elon Musk จากงาน StartmeupHK Venture Forum เขาคือผู้ประกอบการที่ได้ริเริ่มธุรกิจมากมาย เช่น PayPal, Tesla Motors, SolarCity, และ SpaceX และยังเป็นผู้ประกอ...

Responsive image

'ฮ่องกง' มีจำนวนมหาเศรษฐีแซง 'นิวยอร์ก' เป็นที่เรียบร้อย

Wealth-X บริษัทเก็บข้อมูลด้านความมั่งคั่งจากทั่วโลก เปิดเผยข้อมูล "Ultra Wealthy Analysis: The World Ultra Wealth Report 2018" ระบุว่าฮ่องกงมีจำนวนผู้อยู่อาศัยที่มีรสนิยมสูงที่มีมู...

Responsive image

สิงคโปร์และฮ่องกงเตรียมเชื่อม blockchain platform เข้าด้วยกัน

ธนาคารกลางของฮ่องกงและสิงคโปร์อย่าง Hong Kong Monetary Authority (HKMA) และ The Monetary Authority of Singapore (MAS) ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเพื่อร่วมดำเนินการด้าน Fintech โดยควา...