ถึงเวลาที่ภูมิภาคอาเซียนจะต้องปฏิวัติครั้งใหญ่ หากต้องการคว้าโอกาสจากเทรนด์รถ EV | Techsauce

ถึงเวลาที่ภูมิภาคอาเซียนจะต้องปฏิวัติครั้งใหญ่ หากต้องการคว้าโอกาสจากเทรนด์รถ EV

กระแสของรถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (EV) กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็มีการผลิตรถ EV มาใช้อย่างต่อเนื่อง การแข่งขันของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคนี้จึงเข้มข้นไม่ต่างไปจากยุโรปและสหรัฐอเมริกาเลยแม้แต่น้อย 

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาด EV ทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตลาด เพื่อแก้ปัญหาเรื่องราคาสำหรับผู้บริโภคในภูมิภาค รวมถึงเป็นการสร้างโอกาสที่หลากหลายสำหรับอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค ทั้งสำหรับธุรกิจส่งออกและธุรกิจในประเทศอีกด้วย

ภายหลังจากการการประชุมสุดยอด COP26 ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ประเทศต่าง ๆ รวมถึงผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำก็ได้ให้คำมั่นที่จะเลิกใช้ยานยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลภายในหรือก่อนปี 2040 ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ จำเป็นที่จะต้องหาตัวเลือกใหม่ที่จะมาทดแทนรถยนต์แบบเดิม และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าก็ถูกเลือกเป็นทางออกของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็นไปได้ที่สุด

ซึ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้รถ EV ที่มีจำหน่ายอยู่ขณะนี้มีราคาสูง ซึ่งการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงกลายเป็นก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาดังกล่าวสำหรับผู้บริโภคในภูมิภาค รวมถึงเป็นการสร้างโอกาสที่หลากหลายสำหรับอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค ทั้งสำหรับธุรกิจส่งออกและธุรกิจในประเทศอีกด้วย

หนทางสู่การเป็นแชมป์ EV ระดับภูมิภาค

เนื่องด้วยตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นกำลังเติบโตขึ้นเป็นระยะ รัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงให้ความสนใจกับรถยนต์ไฟฟ้ากันอย่างแพร่หลาย และพยายามอย่างมากเพื่อให้เป็นฐานผลิตหลักของรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้หลาย ๆ ประเทศนั้นมีความที่จะเป็นศูนย์กลางของการสร้างส่วนประกอบใหม่ตั้งแต่ต้น ไปจนถึงเป็นแพลตฟอร์มใหม่สำหรับจำหน่ายรถ EV ในอนาคต

โดยผู้นำส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทรถยนต์จาก 3 ประเทศหลัก เช่น Hyundai Motor จากเกาหลีใต้ , SAIC-GM-Wuling Automobile จากประเทศจีน และตามมาด้วยบริษัทรถยนต์ยอดนิยมของญี่ปุ่นอย่าง Toyota Moter

แต่อีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตามองตอนนี้คงเป็น VinFast ยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในเวียดนามที่กำลังจะเริ่มจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศช่วงเดือนธันวาคมนี้ รวมถึงมีแผนจะผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกาและยุโรปอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงถือว่าเป็นตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูง แต่อัตราส่วนการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้ากลับต่ำกว่า 20%  ทำให้ผู้ผลิตจำเป็นจะต้องเข้าหาผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีราคาไม่แพงพร้อมการออกแบบที่น่าดึงดูดด้วยวิธีการต่าง ๆ อย่างการตั้งฐานผลิต หรือใช้ประเทศนั้น ๆ เป็น hub ในการประกอบชิ้นส่วนของ EVs เพื่อลดต้นทุน

ซึ่งประเทศอินโดนีเซียก็พยายามที่จำทำเช่นนั้นอยู่ด้วยการหยุดส่งออกโลหะมาตั้งแต่ปี 2020 เพื่อที่จะสะสมแร่นิเกิลซึ่งจำเป็นสำหรับการผลิตแบตเตอรี่เพื่อใช้ในอุตสาหรรมธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ EVs เพื่อลดต้นทุนการผลิตและราคาจำหน่ายลง โดยรัฐบาลของอินโดนีเซียมีความคาดหวังที่จะให้ประเทศมียอดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า 400,000 คันและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 1.76 ล้านคันภายในปี 2568

ประเทศไทยกับอนาคตของรถ EV

รัฐบาลของไทยได้เตรียมพร้อมสำหรับการเป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นในปี 2030 โดยรัฐบาลได้วางแผนทำการลดภาษีที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าลงเหลือ 2% เพื่อให้ประเทศสามารถเพิ่มการผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น 30% ซึ่งจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายและภาษีสำหรับรถ EV ที่จะจำหน่ายในไทยลงตามเป้าที่ตั้งไว้คือรถ EV ที่ผลิตในประเทศจะต้องมีราคาต่ำกว่าแบบนำเข้าประมาณ 150,000 บาทต่อคัน

โดยมี PTT ซึ่งเป็นกลุ่มพลังงานของรัฐไทยเข้ามาสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมด้วยบริการรถเช่า EV และติดตั้งที่ชาร์จที่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ รวมถึงตั้งเป้าที่จะเริ่มการผลิต EV ร่วมกับ Hon Hai Precision Industry ผู้ผลิตชาวไต้หวันหรือที่รู้จักในชื่อ Foxconn ในปี 2024 

แต่ถึงจะมีความพร้อมมากเพียงใด ประเทศไทยมีอีกหลายปัจจัยที่ยังไม่เหมาะกับการเป็นผู้ผลิตรถ EV เท่ากับการเป็นตลาดแห่งใหม่สำหรับบริษัทรถยนต์ไฟฟ้ามากมายที่ต้องการจะเข้ามาวงการยานยนต์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น Great Wall Motor ที่จัดโปรโมชันให้กับการซื้อรถ EV ในประเทศโดยเฉพาะ

หรือจะเป็น Toyota Motor คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่นให้กับไทยในปีนี้ พร้อมทั้งมีแผนที่จะเปลี่ยนมาใช้การผลิตในประเทศไทยโดยเร็วที่สุดในปี 2024 รวมถึงบริษัทยานยนต์ชั้นนำอย่าง Mercedes-Benz Group ก็วางแผนที่จะเริ่มประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยภายในปี 2022 นี้เช่นกัน 

อย่างไรก็ตามแม้ว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีข้อได้เปรียบในฐานะศูนย์กลางการผลิตต้นทุนต่ำระดับโลก และการเติบโตของตลาด EVs ในภูมิภาคสูง แต่ผู้ซื้อและผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ที่มีอยู่ดูเหมือนจะไม่พร้อมที่จะปรับตัวและหาประโยชน์จากการเปิดตลาดนี้ ซึ่งนั่นจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตจากภูมิภาคอื่น ๆ สามารถก้าวเข้ามายึดครองตลาดได้ในที่สุด


อ้างอิง   Nikkei Asian ,  BusinessTimes  ,  KrASIA

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ความเชื่อที่เปลี่ยนไป ในวัยที่โตขึ้นของ Jensen Huang ‘อย่าเป็นทาสของเวลา’

Jensen Huang CEO ของ Nvidia บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ที่ตอนนี้มีมูลค่ากว่า 70 ล้านล้านบาท เคยกังวลเป็นอย่างมาก ว่าเวลาในหนึ่งวันจะไม่เพียงพอทำทุกสิ่งที่ต้องการ เขาเคยพูดติดตลกว่า การอด...

Responsive image

Power Harassment การกลั่นแกล้งโดยผู้มีอำนาจ เรื่องใหญ่ที่หลายคนมองข้าม

รู้หรือไม่? ในสังคมการทำงานของหลายประเทศในเอเชีย มักโดนกลั่นแกล้งในที่ทำงานโดยผู้มีตำแหน่งสูงกว่า เราเรียกสิ่งนี้ว่า Power harassment...

Responsive image

เถียงใครก็ไม่มีวันแพ้ แค่หัดเป็น ‘ผู้ฟังที่ดี’ เพราะรู้เขา รู้เรา รบกี่ครั้งก็ชนะ

รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง คนที่เถียงใครก็ชนะเสมอ นอกจากจะเป็นผู้พูดที่ดีแล้ว ทักษะหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย และจะทำให้เราเป็นผู้ชนะทุกข้อโต้แย้งและการโต้เถียงนั่นคือ “การเ...