' ผู้นำที่ดีต้องรู้จักรับฟัง ' เปิดเคล็ดลับบริหารคนในองค์กรสไตล์คุณ Tony woodsome

หลังจากวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา กลุ่ม Care "คิด เคลื่อน ไทย" ได้เชิญคุณ Tony Woodsome เข้ามาร่วมพูดคุยและแชร์ประสบการณ์ใน Clubhouse กับหัวข้อ " SME มีปัญหา ปรึกษาพี่โทนี่ " ซึ่งบอกเลยว่ามีหลากหลายประเด็นที่คุณ Tony Woodsome ได้แนะแนวทางในการทำธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการตัวเล็กอย่าง SME หรือแม้กระทั่งองค์กรขนาดใหญ่ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ และหนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือ 'การบริหารคนในองค์กร' ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่จะนำพาองค์กรให้ก้าวเดินต่อไปได้  วันนี้ Techsauce จะไปดูว่า Tony woodsome จะมีวิธีบริหารคนในองค์กรอย่างไรบ้าง?

ผู้นำที่ดีต้องรู้จักรับฟังและพร้อมเรียนรู้ไปกับลูกน้อง 

มีทฤษฏีกล่าวว่า organization culture  ต้องถูกสร้างโดยผู้นำองค์กร ซึ่งผู้นำจะต้องทำเป็นแบบอย่าง และวัฒนธรรมองค์กรบางครั้งอาจต้องเปลี่ยนตามกระแสโลก แต่การเปลี่ยนอาจต้องเอาบุคคลภายนอก (outsider) ที่เป็น strong leadership เข้ามาช่วย   

แต่สำหรับคุณ Tony Woodsome เขาบอกว่าตนเองนั้นจะติดดิน ขยัน ทำให้ลูกน้องเห็น พร้อมรับฟังและเรียนรู้ร่วมกับลูกน้อง  เดิมทีเขาไม่มีความรู้ด้านวิศวกรรมเลย จึงได้รับนักศึกษาจบใหม่ที่จบทางด้านวิศวะฯมาโดยเฉพาะ หลังจากนั้นก็ได้พูดคุยกันไปด้วยและตนเองก็ศึกษางานจากพนักงงานไปด้วย  จึงทำให้เกิดวัฒนธรรม "การเรียนรู้และการทำงานร่วมกัน " ซึ่งทุกคนเป็นเหมือนเพื่อนร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นลูกน้องหรือเจ้านาย ที่สำคัญต้องหาเวลาสังสรรค์ร่วมกับพนักงานบ้าง ซึ่งจะทำให้เกิดความสามัคคีในการทำงานเป็นทีมมากขึ้น 

Do and Don't ในการสร้างทีม 

สำหรับการสร้างทีมในองค์กร คุณ Tony Woodsome มองว่าทุกอย่างต้องใช้ Meris System ใครเก่งก็สนับสนุน ใครไม่เก่งก็ต้อง retain เมื่อก่อนเขามักจะสนับสนุนแต่คนเก่งๆ ใครที่มีความสามารถก็จะผลักดันให้เติบโต ใครไม่เก่งก็เอาไว้ข้างๆ(side line) แต่บางคนเป็นคนดีมากจะให้ออกก็ไม่ได้ เพราะมีความซื่อสัตย์ต่อองค์กร แต่จะให้ขึ้นเป็นผู้บริหารก็ไม่ได้อีก เลยต้องให้อยู่ข้างๆแแทน 

สิ่งที่สำคัญคือผู้นำจะต้องมีความยุติธรรม และมองว่าทุกคนคือลูกน้อง ไม่มีใครพิเศษกว่าใคร ถ้ามีความยุติธรรมแล้วเราจะมองเห็นแค่เนื้อแท้ของคนคนนั้น และเราจะมองเห็นว่าเขาสามารถสนับสนุนองค์กรให้เดินหน้าต่อไปในส่วนไหนได้บ้าง (Put the right man in the right job)

คุณ Tony Woodsome กล่าวอีกว่าตนนั้นเป็นคนที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลง ไม่หยุดนิ่ง เขาได้ปรับการบริหารองค์กรมาโดยตลอดทำให้คนในองค์กรเกิดการตื่นตัวและพัฒนาตัวเองเสมอ คุณ Tony Woodsome ได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ผ่านมาในช่วงหนึ่ง ซึ่งตอนนั้น AIS เคยเป็นเบอร์1 มาโดยตลอด แล้วอยู่ดีๆตกไปอยู่อันดับ 2 เพราะแพ้ค่ายมือถืออีกเจ้าหนึ่ง เขาจึงไปตรวจสอบมาว่า AIS แพ้ได้อย่างไร และก็พบว่าบริษัทรับสมัคร(recruit) พนักงานจากรัฐวิสาหกิจและข้าราชการ เข้ามาอยู่ในองค์กรหลายคน ซึ่งพนักงานหล่านั้นก็เอากฏระเบียบของข้าราชการมาใช้กับเอกชน 

ตอนนั้นไม่มีใครกล้าทำผิดเลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนทำงานตามกฏระเบียบของบริษัทอย่างเคร่งครัด ดังนั้น คุณ Tony Woodsome จึงได้เรียกประชุมผู้จัดการซึ่งตอนนั้นมีประมาณ 500 คน และบอกว่าถ้าใครทำผิดระเบียบแล้วเป็นประโยชน์ต่อบริษัท จะมีรางวัลให้ หลังจากนั้นปรากฏว่าระเบียบต่างๆภายในองค์กรถูกปรับลดลงเหลือเพียงนิดเดียวเท่านั้น พร้อมทั้งเปลี่ยนระบบจัดซื้อจัดจ้างใหม่เพียงไม่นาน AIS ก็สามารถกลับมายืนอันดับ 1 ได้อีกครั้ง 

นอกจากนี้ บริษัทในเครือชินคอร์ป ยังได้เสริมศักยภาพพนักงานในองค์กรตลอดเวลา ด้วยการนำผู้มีความรู้มาอบรมพนักงาน ส่วนใครที่เป็นหัวกะทิก็จะส่งไปเรียนหลักสูตรเพิ่มเติมที่ต่างประเทศ ซึ่งคุณ Tony Woodsome  บอกว่า world economic forum 2018 ได้สรุปไว้ว่าภายในปี 2022 แรงงานทั่วโลกจะต้องมีการ Up skill และ ReSkill นั้นคือต้องปรับความชำนาญใหม่ และเพิ่มความชำนาญให้มากขึ้น มิเช่นนั้นเราจะถูกหุ่นยนต์มาแทนที่หมด 

การรักษาบุคลากรคุณภาพให้อยู่กับองค์กรได้นานในยามที่เกิดวิกฤต

ในยามวิกฤตหลายองค์กรต่างประสบปัญหาด้านค่าใช้จ่าย รวมถึงหนี้สินที่รุมเร้า จนทำให้บางครั้งการจ่ายเงินเดือนพนักงานจำเป็นต้องล่าช้ากว่ากำหนด แต่สำหรับ Tony Woodsome เขาบอกว่าตนนั้นไม่เคยเลื่อนจ่ายเงินเดือนพนักงานแม้แต่ครั้งเดียว ถึงแม้ว่าตอนนั้นจะไม่มีเงินเลยก็ตาม เพราะรู้ว่าคนเหล่านี้ความหวังคือเงินเดือนที่ออก และบางรายมีภาระค่าใช้จ่ายที่จะต้องเลี้ยงครอบครัว เพราะฉะนั้นเราจนก็อย่าให้พนักงานต้องจนไปด้วย และอย่าให้พนักงานรู้สึกว่าตอนนั้นเรากำลังแย่ 

แต่หากจำเป็นที่จะต้องเลิกจ้างพนักงานเหล่านั้นจริงๆ ทั้งที่บุคคลนั้นเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ เขาบอกว่าก็ต้องย้อนกลับมามองอนาคตธุรกิจของตนเองที่ทำอยู่หากต้องการที่จะเลี้ยงพนักงานดีๆเหล่านี้ไว้ เราจะใช้งานเขาได้หรือไม่ ถ้าหากพนักงานเปรียบเสมอนรถ Ferrari แล้วเราเป็นเพียงถนนลูกรัง เราก็อย่าเก็บรถคันนี้ไว้เลย ให้ขายออกไปดีกว่า 





ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ชายคนนี้ลาออกจากหมอ ในวัย 30 เพื่อมานั่งเขียนโค้ด จนสามารถสร้าง Startup AI มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท

จากหมอสู่เจ้าของเทคโนโลยี $465M! เจาะลึกจุดเปลี่ยนชีวิตที่ทำให้ศัลยแพทย์ยอมทิ้งอาชีพในฝัน เพื่อแก้ปัญหาด้วยปัญญาประดิษฐ์ พร้อมสถิติความจริงที่เจ็บปวดของวงการ AI Startup...

Responsive image

25 เรื่องอนาคตที่เราได้รู้ จากการนั่งคุยกับคนที่ทำงาน Blue Origin ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม Pablos Holman

เจาะลึก 25 เรื่องอนาคตจาก Pablos Holman ผู้ร่วมบุกเบิก Blue Origin ยุคแรก กับวิสัยทัศน์การแก้ปัญหามนุษยชาติด้วย Deep Tech จากพลังงานนิวเคลียร์ใต้ดินสู่อาณานิคมอวกาศ และเหตุผลที่ AI...

Responsive image

เช็คลิสต์ 5 สิ่งที่ผู้นำยุคใหม่ทำทุกวัน เปลี่ยนความเหนื่อยเป็นความคิดสร้างสรรค์

5 กิจวัตรของผู้นำระดับโลกที่ไม่ได้เน้นแค่การบริหารเวลา แต่เน้นการ "ออกแบบพลังงาน" เรียนรู้วิธีสร้างนวัตกรรมผ่านการพัก การฟัง และการตั้งคำถาม เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน...