รู้จัก Bio Concrete คอนกรีตซ่อมแซมตัวเอง มิติใหม่จากส่วนผสมชีวภาพเพื่อความยั่งยืน

มิติใหม่ของวงการก่อสร้าง เมื่อคอนกรีตในวันนี้ซ่อมตัวเองได้แล้ว จากนวัตกรรมคอนกรีตที่มีส่วนผสมจากแบคทีเรีย เปลี่ยนการใช้คอนกรีตแบบเดิม ๆ ไปสู่ความยั่งยืนมากขึ้น

คอนกรีตเป็นวัสดุที่ใช้กันมากที่สุดในการก่อสร้างและถูกใช้งานมานานหลายทศวรรษ เพราะมีความ แข็งแรง ทนทาน และยืดหยุ่นสูง คอนกรีตได้รับการพัฒนาขึ้นจนมีหลายแบบ หลายเกรดให้ได้เลือกใช้งานตามองค์ประกอบและประสิทธิภาพ

Bio Concrete คลื่นลูกใหม่ของคอนกรีตเพื่อความยั่งยืน

แนวคิดแรกในการพัฒนาคอนกรีตจากวัสดุชีวภาพเริ่มจาก นักจุลชีววิทยาชาวดัทช์ Hendrik Jonkers ในปี 2006 กับคำถามที่ว่า “จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะใช้แบคทีเรียเพื่อสร้างคอนกรีตที่ซ่อมแซมตัวเองได้”

ในที่สุดในปี 2017 เขาได้พัฒนาคุณสมบัติสุดเจ๋งของคอนกรีตที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนได้สำเร็จ ด้วยการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของคอนกรีตปกติเล็กน้อยโดยการผสมแบคทีเรียเข้าไป ซึ่งไม่กระทบกับประสิทธิภาพของคอนกรีตแบบเดิม ๆ 

แต่เพิ่มคุณสมบัติการซ่อมแซมตัวเองเมื่อแตกร้าว โดยการใช้นํ้าเข้าไปกระตุ้นให้แบคทีเรียผลิตหินปูนที่จะมาช่วยผสานรอยแตกได้นั่นเอง

รูปจาก: epo.org

4 ข้อดีของ Bio Concrete ต่อวงการรับเหมาก่อสร้าง

  • ปิดผนึกรอยแตกขนาดเล็ก: Bio Concrete สามารถปิดผนึกรอยแตกร้าวขนาดเล็ก ป้องกันไม่ให้ขยายตัวและทำให้โครงสร้างเสียหายอย่างมาก สามารถผสานรอยแตกร้าวได้กว้างถึง 0.8 มิลลิเมตร
  • ใช้กับโครงสร้างพื้นฐานได้หลายประเภท: เนื่องจาก Bio Concrete ไม่ได้เปลี่ยนความสามารถของคอนกรีตแบบเดิม ๆ จึงสามารถใช้ได้ในการก่อสร้างได้หลากหลาย  ไม่ว่าจะเป็น สะพาน อาคาร อุโมงค์ และโครงสร้างพื้นฐานประเภทอื่น ๆ ได้ตามต้องการ เปิดโอกาสใหม่ ๆ ในด้านวิศวกรรมและการก่อสร้าง
  • เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม: Bio Concrete ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน จากการลดการใช้คอนกรีตน้อยลงในการบำรุงรักษาและซ่อมแซมร้อยแตกร้าวขนาดเล็ก
  • อายุการใช้งานยืนยาว: Bio Concreteคาดว่าจะมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 200 ปีภายใต้องค์ประกอบที่เหมาะสม สามารถทนทานภายใต้สภาพอากาศและสภาวะทางกายภาพที่หลากหลายก็ตาม

Bio Concrete กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าจะเข้ามาเปลี่ยนเกมในวงการก่อสร้างไปสู่ความยั่งยืนจากการใช้วัสดุทางชีวภาพที่ช่วยซ่อมแซมตัวเองได้ Hendrick Jonkers ยั่งคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนา Bio Concrete  เพิ่มความคุ้มทุนในการผลิตและตอบสนองการใช้งาน สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

อ้างอิง: edition.cnn, buildsoft



ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

พบ ‘อำพัน’ ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก อายุ 385 ล้านปี ก่อนยุคไดโนเสาร์ 150 ล้านปี

'อำพัน' ที่เก่าแก่ที่สุดที่นักวิทยาศาสตร์เคยพบมีอายุอยู่ในช่วงหลังจากที่โลกมีไดโนเสาร์แล้ว แต่การค้นพบล่าสุดในประเทศจีนกำลังทำลายสถิตินั้น...

Responsive image

ซีพี เปิดโมเดล Reforest Tokenization เปลี่ยนผืนป่าเป็นรายได้ของชุมชน เริ่มนำร่อง 3 จังหวัด

การอนุรักษ์ป่ามักถูกมองว่าเป็นหน้าที่ของรัฐหรือองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม แต่ในความเป็นจริง ป่าจะอยู่รอดได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการปลูกต้นไม้หรือออกกฎหมายเพียงเท่านั้น เพราะตราบใดที่คนที่อ...

Responsive image

เปลี่ยนอากาศ > น้ำมันเบนซิน ด้วยต้นทุน 14 บาทต่อลิตร นวัตกรรมจาก Aircela สตาร์ทอัป ที่กำลังพยายามเอาชนะพลังงาน

พาส่อง Aircela สตาร์ทอัปสุดล้ำจากนิวยอร์ก ผู้คิดค้นนวัตกรรมเสกน้ำมันเบนซินจากอากาศเปล่า ช่วยลดคาร์บอน แถมต้นทุนต่ำแค่ลิตรละ 14 บาท...