แรงบันดาลใจจาก 'แมลงปีกแข็ง' สู่ ‘ฟิล์มชีวภาพจากธรรมชาติ’ สกัดจากเปลือกปูและพืช ย่อยสลายได้ 100% ประสิทธิภาพดีกว่าพลาสติกเคมี

ในวงการวิทยาศาสตร์ บางครั้งความผิดพลาดในแล็บก็มีค่ามากกว่าผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้เสียอีก และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับทีมวิจัยจาก Georgia Tech ที่ในที่สุดนำไปสู่การพัฒนาฟิล์มบรรจุภัณฑ์ชีวภาพที่อาจเปลี่ยนอุตสาหกรรมพลาสติกได้

เริ่มต้นจากแมลงด้วงสีขาว

Jie Wu นักศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวิศวกรรมศาสตร์ กำลังศึกษาแมลงด้วง Cyphochilus ซึ่งเป็นแมลงที่มีเปลือกสีขาวสดใสหาได้จากแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป้าหมายแรกเริ่มคือการหาสารสีขาวตามธรรมชาติที่นำมาใช้ในกระดาษและสีทาบ้านได้ เปลือกของแมลงชนิดนี้ทำมาจาก "ไคติน" (Chitin) ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่พบได้ในเปลือกกุ้ง ปู และกั้ง

Jie เริ่มต้นด้วยการสกัดนาโนไฟเบอร์ไคตินจากเปลือกปูที่เป็นขยะอาหาร แต่แทนที่จะได้วัสดุสีขาวตามที่คาดไว้ กลับได้ฟิล์มใสหนาแน่นที่ไม่มีรูพรุนอย่างที่ต้องการ ด้วยความอยากรู้ Jie จึงวัดค่าการซึมผ่านของออกซิเจนผ่านฟิล์มนั้น และผลที่ได้คือสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ฟิล์มนี้ยอมให้ออกซิเจนผ่านได้น้อยกว่าพลาสติกบรรจุภัณฑ์ทั่วไปหลายชนิด

การค้นพบโดยบังเอิญในปี 2014 นี้ทำให้ทีมวิจัยเปลี่ยนทิศทางการศึกษาจากเรื่องสีมาสู่บรรจุภัณฑ์โดยสิ้นเชิง

ปัญหาของพลาสติกที่โลกกำลังแบกรับ

บรรจุภัณฑ์พลาสติกถูกใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหาร ยา และสินค้าดูแลส่วนบุคคล โดยมีหน้าที่หลักในการป้องกันความชื้นและออกซิเจนไม่ให้เข้าถึงสินค้า แต่ปัญหาคือบรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกหลายชั้นที่รีไซเคิลได้ยาก และมักถูกทิ้งเป็นขยะหลังใช้ครั้งเดียว ทีมวิจัยทั่วโลกจึงพยายามหาทางเลือกที่ย่อยสลายได้โดยไม่สูญเสียประสิทธิภาพ

ในปี 2018 ทีมของ Georgia Tech ก้าวหน้าครั้งสำคัญด้วยการใช้เทคนิค Spray Coating เพื่อวางชั้นไคตินและเซลลูโลสนาโนสลับกัน เซลลูโลสเป็นคาร์โบไฮเดรตโพลิเมอร์จากพืช และมีประจุไฟฟ้าตรงข้ามกับไคติน ทำให้ทั้งสองวัสดุดึงดูดกันได้ดีและสร้างฟิล์มที่หนาแน่นกว่าการใช้วัสดุแต่ละชนิดเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคสำคัญอีกข้อ นั่นคือความชื้น เมื่อโดนน้ำ ฟิล์มจะพองตัวและยอมให้ออกซิเจนซึมผ่านได้มากขึ้น

จนกระทั่งในปี 2024 ทีมวิจัยพบว่าการรวม Carboxymethylcellulose (ส่วนผสมที่พบในไอศกรีม) กับกรดซิตริก สามารถสร้างฟิล์มที่ต้านทานไอน้ำได้ กรดซิตริกทำหน้าที่สร้างพันธะเชื่อมโยงระหว่างโมเลกุลของเซลลูโลส ช่วยลดการดูดซึมความชื้นอย่างมีนัยสำคัญ

ความสำเร็จล่าสุดที่พร้อมเผชิญโลกจริง

งานวิจัยที่เผยแพร่ในเดือนตุลาคม 2025 พบว่าเมื่อนวัตกรรมทั้งสองมารวมกัน จะได้เป็นฟิล์มชีวภาพที่กั้นทั้งออกซิเจนและความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทดสอบพบว่าแม้ในสภาวะความชื้นสัมพัทธ์ 80% ฟิล์มยังคงทำงานได้ใกล้เคียงหรือดีกว่าพลาสติกบรรจุภัณฑ์ทั่วไป อีกทั้งวัสดุทั้งหมดเป็นทรัพยากรหมุนเวียน ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และสามารถทำปุ๋ยหมักได้

ขณะนี้ทีมได้ยื่นจดสิทธิบัตรหลายรายการแล้ว และกำลังร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อนำไปสู่การใช้งานจริง แม้การสเกลอัปสู่ระดับอุตสาหกรรมยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานของวัสดุชีวภาพเหล่านี้ยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับพลาสติกทั่วไป

ในภาพรวม เมื่อรัฐบาลทั่วโลกเร่งออกกฎหมายจำกัดพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง และบริษัทใหญ่ตั้งเป้าหมายด้านความยั่งยืนมากขึ้น ฟิล์มชีวภาพประเภทนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในคำตอบที่โลกกำลังมองหา

ที่มา: The Conversation

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

L'Oréal Groupe เดินหน้าผลักดันแนวคิด Refill Beauty สู่ความงามที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน รับ World Refill Day 2026

ลอรีอัล กรุ๊ป เดินหน้าแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ครั้งใหญ่ที่สุด รับ World Refill Day 2026 ผนึก 4 แผนก 18 แบรนด์ 28 ผลิตภัณฑ์ ดัน 'ความงามแบบเติมได้' ที่คุ้มค่า เก๋ และยั่งยืนสำ...

Responsive image

Breakthrough ครั้งใหญ่! ดวงอาทิตย์เทียม เกาหลีใต้สร้างสถิติใหม่ เดินเครื่อง 102 วินาที จ่อพลิกโฉมอนาคตพลังงานโลก

เตาปฏิกรณ์ KSTAR หรือ 'ดวงอาทิตย์เทียม' ของเกาหลีใต้ สร้างสถิติเดินเครื่องกักเก็บพลาสมา 100 ล้านองศานาน 102 วินาที ความหวังใหม่สู่พลังงานสะอาดแห่งอนาคต...

Responsive image

ทำไม 'มาทีหลัง' ถึงเป็นจุดแข็งของไทยในเกม Data Center ของภูมิภาค และไทยจะเปลี่ยนโอกาสทองนี้ให้ยั่งยืนได้อย่างไร?

ถอดเวทีเสวนา No Sustainability, No Scale รวมผู้บริหาร กฟผ. East Water Gulf และ บี.กริม ตอบคำถามว่าไทยพร้อมแค่ไหนกับ AI และ Data Center ทั้งความพร้อมไฟฟ้า การบริหารน้ำ การปั้นคน และ...