สำรวจป่าบริเวณ WHA ESIE 2 นิคมฯ แรกของไทยที่ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม โดย WHA Group x มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ

WHA ESIE 2

WHA Group จัดเป็นทัพหน้าของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมที่เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวโดยประกาศยกระดับ WHA สู่ นิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกของไทยที่พัฒนาระบบนิเวศทางธรรมชาติและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม 

การยกระดับนี้ไม่ใช่แค่สร้างประโยชน์ต่อองค์กร ต่อสิ่งแวดล้อม ต่อชุมชนโดยรอบนิคมฯ หากแต่ยกระดับความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนขึ้นอีกขั้น โดย คุณปจงวิช พงษ์ศิวาภัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAID อธิบายว่า บริษัทดำเนินงานผ่าน 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 

  • 1) การดูแลสิ่งแวดล้อม 
  • 2) การสร้างพลังทางสังคม 
  • 3) การบริหารจัดการด้วยนวัตกรรมและธรรมาภิบาล 
  • 4) การเป็นผู้นำเศรษฐกิจสีเขียว และ
  • 5) การเป็นผู้ส่งเสริมความยั่งยืนให้ประเทศ

ยั่งยืนจริง 'กรีนต้องกินได้'

เพื่อให้เข้าใจตรงกันและเห็นภาพความมุ่งมั่นในการปั้นเศรษฐกิจสีเขียว WHA Group จึงจัดทริปพาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 2 (WHA ESIE 2) จังหวัดชลบุรี โดยก่อนออกเดินทาง คุณปจงวิชอธิบายแนวคิดของ คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ว่ามีความมุ่งมั่นเป็นผู้นำในการพัฒนาโมเดลธุรกิจสีเขียวภายใต้แนวคิด 'กรีนต้องกินได้' 

"กรีนต้องกินได้ หมายถึง การทำให้ความยั่งยืนเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สร้างทั้งผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันไปพร้อมกัน ซึ่งไม่ได้เพียงแค่ใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจของเราเอง แต่ยังต้องการมีส่วนสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจใหม่ที่เน้นการลดคาร์บอนและเศรษฐกิจหมุนเวียน" 

WHA ESIE 2

คุณปจงวิชบอกอีกว่า WHA Group เป็นผู้บุกเบิกในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการลดคาร์บอน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ พร้อมสร้างระบบนิเวศที่รองรับเทคโนโลยีสีเขียวทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร เพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางทรัพยากร การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนข้อกำหนดและมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่เข้มงวดมากขึ้นทั่วโลก

ด้านผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา WHA Group โดดเด่นทั้งด้านพลังงานหมุนเวียน การบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจร และการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ควบคู่ไปกับความคืบหน้าของโครงการปลูกป่านำร่องภายใต้ความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 2 (WHA ESIE 2) 

รังนกกระจาบธรรมดาที่ถูกสานป็นท่อฝาปิดยาวลงมา แสดงว่าตัวผู้มีคู่แล้วและกำลังสร้างครอบครัว แต่ถ้ารังไหนยังเป็นรูปทรงหมวกเปิดโล่ง แสดงว่าตัวผู้ยังหาคู่ไม่ได้

นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 2 (WHA ESIE 2) เป็นนิคมฯ แห่งแรกของประเทศที่มีการพัฒนาระบบนิเวศทางธรรมชาติและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับพันธกิจของบริษัทในการสร้าง Net Positive Impact ภายในปี 2050 สะท้อนการดำเนินงานที่ก้าวล้ำเกินกว่าเพียงการลดคาร์บอน 

ส่วนเรื่องการดำเนินการภายใต้โมเดลธุรกิจสีเขียว WHA Group ตั้งเป้าใน 3 เรื่องหลัก

  • เพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนให้เป็น 1,222 เมกะวัตต์ 
  • เพิ่มปริมาณการจัดการน้ำด้วยระบบ Reclamation Water เป็น 24.25 ล้านลูกบาศก์เมตร 
  • เปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า 10,000 คัน ภายในปี 2030 จากปัจจุบันที่ให้บริการมากกว่า 400 คัน

ทีมงาน WHA ใช้รถพลังงานไฟฟ้า Mobilix พาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ป่า

ขณะเดียวกัน WHA Group ก็อยู่ระหว่างศึกษาเทคโนโลยีเพื่อการลดคาร์บอน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน แห่งอนาคต อาทิ โรงไฟฟ้า SMR กรีนไฮโดรเจนเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) ตลอดจนมุ่งพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการปัญหาของเสียอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายในการจัดการขยะอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรม การรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์ที่หมดอายุ และนำแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่หมดอายุใช้งานมาสร้างประโยชน์

“นอกเหนือจากการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวตามแนวทางของ WHA Group แล้ว WHAID ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมและการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมต้องดำเนินควบคู่กันไป ด้วยแนวคิดดังกล่าว WHA จึงเป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมรายแรกของประเทศไทยที่นำแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) มาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่แข็งแกร่ง ยั่งยืน และพร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต"

"และภายใต้สถานการณ์ที่ความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยกำลังลดลงอย่างรวดเร็วจากปัจจัยต่างๆ เราเล็งเห็นถึงความสำคัญในการเร่งฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอันเป็นหัวใจสำคัญของการสร้าง 'ผลกระทบเชิงบวกสุทธิ (Net Positive Impact)' ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดรับกับแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ (2566-2570)" 

คุณปจงวิชกล่าวเสริมอีกว่า WHA Group ริเริ่มโครงการพัฒนาระบบนิเวศและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ บนพื้นที่ 150 ไร่ใน 3 นิคมฯ ในปี 2568 ซึ่งจะเพิ่มเป็น 233 ไร่ใน 8 นิคมฯ ภายในปี 2569

เราตั้งเป้าหมายชัดเจนว่า จะไม่มีการสูญเสียพื้นที่ป่าโดยรวม (No Gross Deforestation) ภายในปี 2573 และจะบรรลุผลกระทบเชิงบวกสุทธิทางชีวภาพ (Net Positive Impact on Biodiversity) ภายในปี 2593 ด้วยหลักการ Avoid, Minimize, Restore, Regenerate และ Transform

คุณสมิทธิ หาเรือนพืชน์ Chief Nature-based Solutions Officer มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ให้ข้อมูลเพิ่มว่า ผืนป่าแห่งนี้มีพรรณไม้ถึง 89 ชนิด นก 31 ชนิด สิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีก 20 ชนิด เช่น หมูป่า ลิงกัง ทากเปลือย รวมถึงจุลินทรีย์ในดินอีก 30 สกุล

คุณสมิทธิ หาเรือนพืชน์ Chief Nature-based Solutions Officer มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ อธิบายถึงหลักการที่อยู่เบื้องหลังการทำงานร่วมกันนี้ว่า โครงการพัฒนาระบบนิเวศและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่สีเขียวในนิคมอุตสาหกรรม WHA ESIE 2 ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำ Nature-based Solutions มาประยุกต์ใช้เพื่อทำให้พื้นที่สีเขียวในนิคมอุตสาหกรรมมีคุณภาพ และความหลากหลายทางชีวภาพที่ดีขึ้น 

เราเริ่มต้นโครงการในปี 2568 ด้วยการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพขั้นต้น (Biodiversity Baseline Survey) ทำให้ทราบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีพรรณไม้ 89 ชนิด และนก 31 ชนิด รวมถึงสภาพดินที่มีอินทรียวัตถุปานกลาง และความหนาแน่นสูง ข้อมูล Baseline เหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญในการวางแผนการฟื้นฟูอย่างเป็นขั้นตอน 

WHA ESIE 2ดร.สุภัชญา เตชะชูเชิด ผู้เชี่ยวชาญด้าน Nature-based Solutions มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยา ซึ่งเป็นผู้นำคณะสื่อมวลชนเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติ อธิบายพื้นที่สีเขียวและภาพความเชื่อมโยงของระบบนิเวศ อาทิ การประเมินและชี้วัดความสำเร็จจากจุดเล็กๆ โดยดูได้จากดินและแมลง, พลังการฟื้นตัวของธรรมชาติที่ทำได้จริง หากมนุษย์ทำอย่างถูกวิธี

ไข่ของนกกระแตแต้แว้ด (Red- wattled Lapwing) 

นอกจากนี้ คุณสมิทธิบอกอีกว่า ยังมีโครงการนำร่องการพัฒนาและฟื้นฟูความสมบูรณ์ของดิน ผ่านแนวคิด เกษตรเชิงฟื้นฟูและการปรับปรุงดิน (Soil Regenerative) ในพื้นที่นิคมฯ ESIE 3 และนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 (RY36) ให้พร้อมต่อการปลูกต้นไม้และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพต่อไปในอนาคต

ด้วยแนวทางที่วางแผนอย่างเป็นระบบและดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง  ในปี 2568 WHA Group ปลูกต้นไม้ไปแล้วมากกว่า 15,800 ต้น บนพื้นที่ 69 ไร่ของ WHA ESIE 2 และ WHA ESIE3 

มวนแดง ตัวชี้วัดความสมดุลของสิ่งแวดล้อม มักพบในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ

สำหรับปี 2569 คุณณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า จะปลูกเพิ่มเติมอีก 81 ไร่ใน WHA ESIE 2 และ RY36 นอกจากนี้ บริษัทวางแผนที่จะขยายผลไปยังนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยมีเป้าหมายเพิ่มเติมในการปลูกป่าและฟื้นฟูระบบนิเวศอีก 82 ไร่ภายใน ปี 2569 ครอบคลุมนิคมฯ หลายแห่ง ดังนี้

  • เขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ สระบุรี (WHA SIL) 
  • นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 1 (CIE1) 
  • นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด (ESIE) 
  • นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 (ESIE1) 
  • เขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง (RIL)

คุณณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เกริ่นถึงภาพอนาคตว่า เมื่อผืนป่าแห่งนี้มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติแล้ว จะเปิดให้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติสำหรับชุมชน โรงเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ได้เข้ามาเรียนรู้

สำหรับการดูแลพื้นที่สีเขียวที่อยู่ใกล้นิคมฯ หรืออยู่รายรอบนิคมฯ คุณณัฐพรรษอธิบายว่า ไม่ว่าจะเป็นการปลูกป่า ดูแลรักษาธรรมชาติ รวมถึงการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ จะพิจารณาและดำเนินการแตกต่างกันไปตามลักษณะพื้นที่ เช่น บางพื้นที่สีเขียวอยู่ใกล้ชุมชน ก็จัดทำเป็นสวนสาธารณะให้คนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ บางพื้นที่ดินเสื่อมคุณภาพ ก็จะร่วมกับมูลนิธิฯ วางแผนฟื้นฟูหน้าดินก่อน 

การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เห็นว่า WHA Group ผนวกแผนการพัฒนาระบบนิเวศเข้าไปในแผนการดำเนินธุรกิจอย่างมีแบบแผน ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการ 'Shape the Future for Thailand' ที่คุณจรีพรเน้นเรื่องการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตของคนรุ่นต่อๆ ไปและประเทศไทยนั่นเอง

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Breakthrough ครั้งใหญ่! ดวงอาทิตย์เทียม เกาหลีใต้สร้างสถิติใหม่ เดินเครื่อง 102 วินาที จ่อพลิกโฉมอนาคตพลังงานโลก

เตาปฏิกรณ์ KSTAR หรือ 'ดวงอาทิตย์เทียม' ของเกาหลีใต้ สร้างสถิติเดินเครื่องกักเก็บพลาสมา 100 ล้านองศานาน 102 วินาที ความหวังใหม่สู่พลังงานสะอาดแห่งอนาคต...

Responsive image

ทำไม 'มาทีหลัง' ถึงเป็นจุดแข็งของไทยในเกม Data Center ของภูมิภาค และไทยจะเปลี่ยนโอกาสทองนี้ให้ยั่งยืนได้อย่างไร?

ถอดเวทีเสวนา No Sustainability, No Scale รวมผู้บริหาร กฟผ. East Water Gulf และ บี.กริม ตอบคำถามว่าไทยพร้อมแค่ไหนกับ AI และ Data Center ทั้งความพร้อมไฟฟ้า การบริหารน้ำ การปั้นคน และ...

Responsive image

Net Zero ไม่ใช่โบนัส ไม่ใช่ภาระ แต่คือใบอนุญาตทำธุรกิจในโลกอนาคต รู้จักสะพาน 4 แบบที่นำธุรกิจสู่ Net Zero และบทบาทของ KBank ในฐานะสะพานเชื่อม

ขัตติยา อินทรวิชัย ซีอีโอ KBank เปิดเวที EARTH JUMP 2026 ชี้ว่า Net Zero ไม่ใช่โบนัสหรือภาระ แต่คือใบอนุญาตแข่งขันในโลกอนาคต พร้อมแนะให้เริ่มจากการลด Waste และกางสะพาน 4 แบบพาธุรกิ...