เยอรมนี หนึ่งในประเทศต้นแบบ ‘โรงไฟฟ้าเสมือน’ ของโลก

เยอรมนี หนึ่งในประเทศต้นแบบ ‘โรงไฟฟ้าเสมือน’ ของโลก

เยอรมนีถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกพูดถึงในฐานะผู้บุกเบิกเทคโนโลยี 'โรงไฟฟ้าเสมือน' หรือ Virtual Power Plant (VPP) โดยบริษัทพลังงานอย่าง Statkraft ร่วมกับ Energy Meteo Systems ได้พัฒนาเครือข่าย VPP ขนาดใหญ่ที่เชื่อมแหล่งพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 1,500 แห่งเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโซลาร์เซลล์ กังหันลมหรือระบบพลังงานรูปแบบอื่น เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันเสมือนเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่แห่งเดียว

แนวคิดของ VPP คือการนำแหล่งพลังงานขนาดเล็กที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ มาบริหารจัดการผ่านซอฟต์แวร์และระบบดิจิทัลส่วนกลาง ช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความเสถียรมากขึ้น รองรับพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนจากสภาพอากาศและช่วยบาลานซ์ระหว่าง 'การผลิต' กับ 'การใช้ไฟฟ้า' ได้แบบเรียลไทม์

สิ่งที่เกิดขึ้นในเยอรมนีจึงไม่ได้สะท้อนแค่เรื่องพลังงานสะอาด แต่กำลังแสดงให้เห็นว่าระบบพลังงานของโลกกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนจากโครงสร้างแบบรวมศูนย์ไปสู่ระบบที่กระจายตัวและขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์มากขึ้นเรื่อย ๆ

ตลาด Virtual Power Plant กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

รายงานตลาด Virtual Power Plant ระบุว่ามูลค่าตลาดโลกของ VPP อยู่ที่ประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2019 และมีแนวโน้มเติบโตสู่ระดับ 5.9 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยกว่า 21.3% ต่อปี

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันตลาดนี้คือการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกทั้งพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม รวมถึงต้นทุนของแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานที่เริ่มถูกลง ทำให้หลายประเทศเริ่มเปลี่ยนผ่านจากระบบไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ไปสู่ระบบที่กระจายตัวมากขึ้น

VPP จึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของระบบพลังงานยุคใหม่ เพราะสามารถเชื่อมแหล่งพลังงานขนาดเล็กจำนวนมากให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้โครงข่ายไฟฟ้า รองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนและช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยสามารถซื้อขายพลังงานได้ง่ายขึ้น 

หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกพูดถึงคือโครงการ VPP ของ Tesla ที่รายงานว่าสามารถลดการใช้ไฟจากโครงข่ายหลักได้ถึง 70% และช่วยลดค่าไฟได้สูงสุดประมาณ 30%

ขณะเดียวกันการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ VPP ถูกจับตามองมากขึ้น เพราะเมื่อจำนวนรถ EV เพิ่มขึ้น ความต้องการใช้ไฟฟ้าก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ระบบพลังงานจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม ทั้งในด้านการผลิต การกักเก็บและการบริหารโหลดไฟฟ้า

ปัจจุบันยุโรปยังคงเป็นภูมิภาคที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุดจากแรงสนับสนุนด้านนโยบายพลังงานสีเขียวและเป้าหมายพลังงานสะอาด 100% ขณะที่เอเชียแปซิฟิกถูกมองว่าเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดจากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น จีนและอินเดีย 

Jan Lozek มองอนาคตพลังงานอยู่ที่ระบบจัดการ

หนึ่งในคนที่ถูกจับตามองในวงการนี้ คือ Jan Lozek ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Future Energy Ventures นักลงทุนสายพลังงานจากเบอร์ลินที่เคยทำงานกับบริษัทพลังงานรายใหญ่อย่าง RWE, innogy และ E.ON มาก่อน

ปัจจุบัน Future Energy Ventures ดูแลกองทุนใหม่มูลค่า 235 ล้านยูโรและถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกองทุน Venture Capital ด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปในปี 2026 โดยที่ผ่านมา ชายผู้นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับดีลลงทุนมากกว่า 400 รายการและลงทุนในบริษัทแล้วกว่า 50 แห่ง

สิ่งที่น่าสนใจคือ แนวคิดของเขาไม่ได้มุ่งไปที่ Deep Tech เพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับซอฟต์แวร์ AI และเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยจัดการระบบพลังงานให้ทำงานร่วมกันได้จริง โดยเฉพาะในโลกที่พลังงานกำลังเปลี่ยนจากระบบรวมศูนย์ไปสู่ระบบแบบกระจายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับผู้ที่อยากฟังมุมมองของ Jan Lozek แบบใกล้ชิด สามารถพบกับตัวจริงได้ภายในงาน Techsauce Global Summit 2026

  • วันที่: 26 - 28 สิงหาคม 2026
  • สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) Hall 3-4

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์เทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

ซื้อบัตรได้ที่: https://bit.ly/4dwmh4s

อ้างอิง: alliedmarketresearch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Rock Zero สตาร์ทอัพจาก MIT ปั้นวิธีสกัดลิเทียมต้นทุนต่ำสุดในโลก ด้วยน้ำยากัดกระจก ได้ทั้งลิเทียม อะลูมินา ซิลิกา

นักวิจัย MIT และสตาร์ทอัพ Rock Zero เปิดวิธีสกัดลิเทียมจากหินด้วยแอมโมเนียมฟลูออไรด์ ทำงานที่อุณหภูมิต่ำ ไม่ต้องเผาหินพันองศา ต้นทุนถูกลงราวครึ่งหนึ่ง ปล่อยคาร์บอนน้อยลง แถมได้อะลู...

Responsive image

สยามพิวรรธน์ × UNDP BIOFIN รวมพลังทุกภาคส่วน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เรื่องธรรมชาติ พร้อมเปิดตัว "NEXTOPIA Gaming" เปลี่ยนเกมให้กลายเป็นเงินทุนฟื้นฟูธรรมชาติ

สยามพิวรรธน์ × UNDP BIOFIN รวมพลังทุกภาคส่วนสร้างแรงกระเพื่อมเพื่อธรรมชาติในระดับโลก เปิดพื้นที่ NEXTOPIA ศูนย์การค้าสยามพารากอน ให้กลายเป็น Local-to-Global Hub แลกเปลี่ยนองค์ความร...

Responsive image

หลัง Net Zero ต้องรู้จัก 'ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)' เรื่องใหญ่ที่ภาคธุรกิจเลี่ยงไม่ได้

หลังจากที่ได้ยินคำว่า Net Zero กับ Carbon Credit บ่อยแล้ว อีกคำที่ภาคธุรกิจต้องโฟกัส คือ 'ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)' เพราะในอนาคตต้องทำรายงาน TNFD และเก็บ Biodiversity C...