L'Oréal Groupe เดินหน้าผลักดันแนวคิด Refill Beauty สู่ความงามที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน รับ World Refill Day 2026

ผลสำรวจล่าสุดของ KANTAR พบว่าผู้บริโภคทั่วโลกถึง 84% อยากเลือกสิ่งที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น แต่ตัวเลขที่น่าคิดคือ ระหว่าง 'ความอยากทำ' กับ 'การลงมือทำจริง' ยังมีช่องว่างอยู่ไม่น้อย คนจำนวนมากอยากรักษ์โลก แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน หรือไม่มั่นใจว่าทางเลือกที่ยั่งยืนจะดีพอเทียบกับของเดิมที่ใช้อยู่หรือเปล่า

นี่คือโจทย์ที่ L'Oréal Groupe บริษัทความงามชั้นนำระดับโลก ตั้งใจแก้ด้วยแคมเปญ #JoinTheRefillMovement เนื่องในวันรีฟิลโลก หรือ World Refill Day วันที่ 16 มิถุนายน โดยปีนี้เดินหน้าต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และเป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา ผนึกกำลัง 4 แผนกผลิตภัณฑ์ 18 แบรนด์ และ 28 ผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมตั้งแต่สกินแคร์ น้ำหอม เมคอัป ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม นับเป็นแคมเปญเพื่อความยั่งยืนระดับองค์กรที่ครอบคลุมที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท เพื่อตอกย้ำว่า “ความงามแบบเติมได้” (Refillable Beauty) ไม่ใช่ทางเลือกของคนเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่คือคำตอบที่ใช่สำหรับทุกคน

ไม่ใช่กระแส แต่คือความตั้งใจจริง

จุดยืนของแคมเปญปีนี้ชัดเจนว่า ความงามแบบเติมได้ต้องเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะระดับราคาไหนหรือผลิตภัณฑ์หมวดใด L'Oréal Groupe จึงวางหมากให้ครบทั้ง 4 แผนกผลิตภัณฑ์ เริ่มจากแผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง (L'Oréal Luxe) ที่ปั้นมาตรฐานใหม่ให้กับการรีฟิลสินค้าลักชัวรีทั้งน้ำหอมและสกินแคร์ ตามด้วยแผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง (L'Oréal Dermatological Beauty) ที่ชูสูตรซึ่งแพทย์ผิวหนังไว้วางใจ แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ (Professional Products Division) กับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับพรีเมียม และแผนกผลิตภัณฑ์อุปโภค (Consumer Products Division) ที่ดึงแบรนด์ระดับแมสเข้ามาร่วมขบวน

Blanca Juti ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการองค์กรและสื่อสารสัมพันธ์ L'Oréal Groupe เล่าว่า สิ่งที่เริ่มต้นจากการเป็นโครงการบุกเบิก วันนี้เติบโตเป็นหนึ่งในแคมเปญที่ทรงพลังและไปได้ไกลที่สุดของบริษัท 

“ด้วยการผนึกกำลัง 18 แบรนด์และ 28 ผลิตภัณฑ์ เรากำลังพิสูจน์ว่าความงามแบบเติมได้เป็นเรื่องของทุกคน ในทุกหมวดสินค้า ทุกระดับราคา และทุกช่องทาง เรากำลังช่วยให้ผู้บริโภคเปลี่ยนเพียงเรื่องเดียวที่ทำได้ง่ายๆ คือการเลือกรีฟิล ไม่ใช่ในฐานะการเสียสละ แต่ในฐานะทางเลือกที่ดีกว่า กระทบโลกน้อยลง และดีต่อกระเป๋าเงินมากขึ้น” Blanca Juti กล่าว

รีฟิลง่ายกว่าที่คิด แถมขวดแม่สวยจนเก็บไว้ใช้ยาวๆ

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้หลายคนยังไม่กล้าเปลี่ยนมาใช้รีฟิล คือภาพจำว่ามันยุ่งยาก แต่จริงๆ แล้วผลิตภัณฑ์ของ L'Oréal Groupe ออกแบบมาให้เปลี่ยนเองได้ง่ายในไม่กี่ขั้นตอน และที่สำคัญคือขวดแม่ หรือบรรจุภัณฑ์หลักถูกดีไซน์มาอย่างประณีตให้เก็บไว้ใช้ต่อได้ยาวๆ การรีฟิลจึงไม่ใช่การลดทอนความพรีเมียม แต่เป็นการต่ออายุของสวยให้อยู่กับเรานานขึ้น

เห็นได้จากน้ำหอม YSL Libre ที่เก็บขวดแก้วใบหรูไว้แล้วเติมน้ำหอมรีฟิลซ้ำได้เรื่อยๆ ครีม Lancôme Absolue ที่ตัวกระปุกแก้วสีทองสุดหรูไว้ใช้คู่กับรีฟิลแบบถ้วยใบใหม่ หรือออยล์บำรุงผม Kérastase Elixir Ultime ที่ตัวขวดแก้วผลิตจากแก้วรีไซเคิล 30% และเติมไส้รีฟิลซ้ำได้ไม่รู้จบ ทั้งหมดนี้ตอบโจทย์ทั้งคนรักของสวยและคนอยากดูแลโลกไปพร้อมกัน

คุ้มค่ากว่า ได้ของเท่าเดิม จ่ายน้อยลง แถมเซฟโลก

ข้อดีของรีฟิลไม่ได้หยุดอยู่ที่เรื่องโลกอย่างเดียว แต่คุ้มค่ากว่าในแง่ราคาด้วย เพราะได้ปริมาณเท่าเดิมในราคาที่ประหยัดขึ้น และจุดที่ L'Oréal Groupe ทำได้น่าสนใจคือ ทุกผลิตภัณฑ์ในแคมเปญมาพร้อมตัวเลขยืนยันผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทำให้ผู้บริโภควัดผลการตัดสินใจรักษ์โลกของตัวเองได้ทันทีตั้งแต่การรีฟิลครั้งแรก ไม่ต้องเดาหรือเชื่อเพียงคำมั่นสัญญา

เริ่มจากครีมบำรุงผิว Lancôme Absolue Longevity Soft Cream การเลือกซื้อรีฟิลหนึ่งชิ้นแทนการซื้อกระปุกใหม่ ช่วยลดการใช้แก้วลงได้ถึง 100% โลหะ 95% พลาสติก 42% และกระดาษแข็ง 36% ส่วนน้ำหอม YSL Libre Eau de Parfum (EDP) การซื้อขวดรีฟิลขนาด 100ml แทนการซื้อขวดมาตรฐานขนาด 50ml สองขวด ช่วยลดการใช้โลหะได้ 100% พลาสติก 59% แก้ว 58% และกระดาษแข็ง 42% ด้านออยล์บำรุงผม Kérastase Elixir Ultime หรือ Chronologiste ที่ใช้ไส้รีฟิลเติมในขวดเดิมได้ไม่รู้จบ ช่วยลดการใช้แก้วได้ 100% และพลาสติก 58% และสำหรับสายเวชสำอางอย่าง CeraVe Moisturising Lotion ขวดใหญ่ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว การเลือกถุงเติมขนาด 473ml แทนการซื้อขวดปั๊มใหม่ ช่วยลดการใช้พลาสติกได้ถึง 77%

เบื้องหลังที่ทำให้รีฟิลเกิดขึ้นจริงในระดับโลก

การทำให้รีฟิลกลายเป็นเรื่องปกติไม่ได้เกิดจากการสื่อสารอย่างเดียว แต่ต้องลงทุนกับเบื้องหลังการผลิตจริง L'Oréal Groupe ตั้งฐานการผลิตระบบรีฟิลเฉพาะทางที่โรงงานในโกชี (Gauchy) และโอลเนย์ (Aulnay) สำหรับน้ำหอม โรงงานในบูร์โกส (Burgos) สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และโรงงานในวิชี (Vichy) สำหรับสกินแคร์ ส่งผลให้จำนวนทางเลือกผลิตภัณฑ์แบบรีฟิลของกลุ่มเพิ่มขึ้นถึง 3.7 เท่า ระหว่างปี 2019 ถึง 2025

ทั้งหมดนี้ได้แรงหนุนจากโครงการ L'AcceleratOR มูลค่า 100 ล้านยูโร ที่ L'Oréal Groupeใช้สนับสนุนสตาร์ทอัพและนักพัฒนานวัตกรรม เพื่อเฟ้นหาวัสดุบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต (Next-Generation Packaging Materials) ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์จากสาหร่าย พลาสติกชีวภาพจากอ้อย ไปจนถึงขวดกระดาษรีไซเคิล

Ezgi Barcenas ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม L'Oréal Groupe กรุ๊ป อธิบายว่า ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมความงามระดับโลก การเปลี่ยนแนวทางหมุนเวียนทรัพยากรให้กลายเป็นความจริงของทั้งอุตสาหกรรมคือความรับผิดชอบของบริษัท 

“การทำให้รีฟิลเป็นมาตรฐานใหม่ ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ห่วงโซ่อุปทาน การออกแบบผลิตภัณฑ์ การจับมือกับพันธมิตรค้าปลีก ไปจนถึงการสื่อสารกับผู้บริโภค เมื่อผนวกกับโครงการ L'AcceleratOR เราจึงเดินหน้าค้นหา ทดสอบ และขยายขนาดเทคโนโลยีที่จะนิยามวัสดุและระบบบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคตอย่างต่อเนื่อง” Ezgi Barcenas กล่าว

รีฟิลในเมืองไทย ช้อปได้แล้ววันนี้

สำหรับเมืองไทย L'Oréal Groupe มีผลิตภัณฑ์รีฟิลให้เลือกช้อปกว่า 50 รายการ ครอบคลุมแบรนด์ดังในเครือกว่า 12 แบรนด์ ครบทั้ง 4 แผนกผลิตภัณฑ์ และครบทุกหมวดบิวตี้ เริ่มจากสกินแคร์กู้ผิวสายสตรองอย่าง CeraVe เจลล้างหน้าจาก La Roche-Posay เซรั่มและครีมในตำนานจาก Lancôme และ Kiehl's ตามด้วยน้ำหอมสุดหรูจาก YSL และ Giorgio Armani ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับซาลอนอย่าง Kérastase และ L'Oréal Professionnel ไปจนถึงเมคอัปยอดนิยมแบบคุชชั่นตลับรีฟิลจาก L'Oréal Paris, Maybelline New York และ 3CE โดยยังเดินหน้าเพิ่มทั้งจำนวนผลิตภัณฑ์และแบรนด์ต่อเนื่องในปีนี้

นอกจากนี้ L'Oréal Groupe ยังจับมือกับร้านค้าพันธมิตรและแพลตฟอร์มต่างๆ จัดแคมเปญสร้างการรับรู้และโปรโมชัน เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยเห็นและเข้าถึงทางเลือกแบบรีฟิลได้ง่ายขึ้น ทั้งหน้าร้านและช่องทางออนไลน์

แคมเปญ #JoinTheRefillMovement ปี 2026 เริ่มแล้วทั่วโลกพร้อมกับ World Refill Day วันที่ 16 มิถุนายน โดย L'Oréal Groupe ส่งคำเชิญถึงผู้บริโภคทุกคนให้ลองเปลี่ยนมาเลือกรีฟิล ในฐานะทางเลือกที่ทั้งคุ้มค่า เก๋ และดีต่อโลกไปพร้อมกัน นี่คือนิยามของ “สวยสับแบบรีฟิล” ที่ L'Oréal Groupe อยากชวนทุกคนมาลอง เพราะความงามแบบรีฟิลไม่ใช่กระแสที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่คือไลฟ์สไตล์ที่อยู่กับเราได้ในระยะยาว

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ซีพี เปิดโมเดล Reforest Tokenization เปลี่ยนผืนป่าเป็นรายได้ของชุมชน เริ่มนำร่อง 3 จังหวัด

การอนุรักษ์ป่ามักถูกมองว่าเป็นหน้าที่ของรัฐหรือองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม แต่ในความเป็นจริง ป่าจะอยู่รอดได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการปลูกต้นไม้หรือออกกฎหมายเพียงเท่านั้น เพราะตราบใดที่คนที่อ...

Responsive image

เปลี่ยนอากาศ > น้ำมันเบนซิน ด้วยต้นทุน 14 บาทต่อลิตร นวัตกรรมจาก Aircela สตาร์ทอัป ที่กำลังพยายามเอาชนะพลังงาน

พาส่อง Aircela สตาร์ทอัปสุดล้ำจากนิวยอร์ก ผู้คิดค้นนวัตกรรมเสกน้ำมันเบนซินจากอากาศเปล่า ช่วยลดคาร์บอน แถมต้นทุนต่ำแค่ลิตรละ 14 บาท...

Responsive image

เปิดตัว I-MSTA สมาคม MICE น้องใหม่จากอีสาน ผนึก TCEB และ 30 องค์กร ดันอีสานสู่ Net Zero Events เป้าชดเชยคาร์บอน 10,000 ตัน

สมาคมธุรกิจไมซ์และท่องเที่ยวยั่งยืนภาคอีสาน (I-MSTA) เปิดตัวที่อุดรธานี ผนึก TCEB และ 30 องค์กร ประกาศ ISAN MICE Commitment Toward Net Zero Events ตั้งเป้าลดคาร์บอนงานไมซ์กว่า 1,00...