เหมืองยุคใหม่ ใช้ ‘ตัวกรองธรรมชาติ’ ทำให้น้ำใต้ดินสะอาดได้โดยไม่ต้องใช้ไฟ

ในยุคที่ความต้องการแร่ธาตุสำคัญ เช่น ลิเทียม โคบอลต์ และนิกเกิล พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก การทำเหมืองในเขตหนาวอย่างแคนาดาตอนเหนือกำลังขยายตัวต่อเนื่อง แต่หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือ น้ำใต้ดินปนเปื้อน ทั้งจากสารเคมีที่ใช้สกัดแร่และธาตุจากธรรมชาติ เช่น สารหนู ยูเรเนียม และไนเตรต

ปกติการแก้ปัญหานี้ต้องพึ่งโรงบำบัดน้ำเต็มรูปแบบ ซึ่งมีต้นทุนสร้างและดูแลสูงมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ทีมนักวิจัยจาก Yukon University Research Center และ Université de Moncton จึงพัฒนาแนวคิดใหม่ คือ Permeable Reactive Barrier (PRB) หรือการใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น กรวด อนุภาคเหล็ก และเศษไม้ ช่วยดักจับสารพิษโดยไม่ต้องใช้พลังงานและโครงสร้างขนาดใหญ่

Permeable Reactive Barrier – PRB คืออะไร ?

ทีมนักวิจัยจาก Yukon University Research Center และ Université de Moncton เลือกใช้โซลูชันแบบ Passive และ Semi-passive ซึ่งทำงานโดยอาศัยหลักการที่เกิดขึ้นเองในธรรมชาติ เพื่อลดการพึ่งพาเครื่องจักรและโครงสร้างขนาดใหญ่

ตัวอย่างระบบ Passive ที่คุ้นเคย เช่น พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetlands) ที่เมื่อสร้างระบบให้พร้อมแล้วก็สามารถปล่อยให้ทำงานได้เองเป็นเวลานานโดยไม่ต้องใช้พลังงานเพิ่ม สำหรับการทดลองนี้ ทีมงานเลือก PRB ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ได้แก่:

  • กรวด (ช่วยให้น้ำไหลผ่านและเป็นโครงสร้าง)
  • อนุภาคเหล็ก (ดักจับโลหะหนัก)
  • เศษไม้ (เป็นแหล่งอาหารให้จุลินทรีย์)

กระบวนการทดลอง Permeable Reactive Barrier – PRB

หน้าที่ของ PRB คือทำให้น้ำใต้ดินซึมผ่านตัวกรอง และดักจับหรือเปลี่ยนสภาพสารปนเปื้อนให้ปลอดภัยขึ้น โดยการทดลองนี้ได้จำลองสภาพจริงให้เหมือนในเหมืองภาคเหนือ มีระยะเวลาการทดลองนาน 9 เดือน ในอุณหภูมิ: 5°C (ใกล้เคียงน้ำใต้ดินในยูคอน)

ตัวอย่างน้ำ: เติมสารปนเปื้อน 3 ชนิด ได้แก่ ไนเตรต สารหนู และยูเรเนียม (ตามข้อมูลจริงจาก Yukon Mining Research Consortium ที่ให้รายละเอียดว่าสารเหล่านี้มักพบในน้ำจากเหมืองทองและเหมืองอื่นๆ ในภูมิภาค)

น้ำจะถูกปล่อยผ่านคอลัมน์ PRB เพื่อดูว่าการทำงานของตัวกรองจะมีประสิทธิภาพเพียงใดในสภาพหนาวจัด และผลลัพธ์ที่ได้จากการทดสอบ คือ  PRB สามารถดักจับ สารหนู และ ยูเรเนียม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในอุณหภูมิต่ำ

แต่ข้อจำกัดคือ PRB มีประสิทธิภาพกำจัดไนเตรตได้ต่ำ เนื่องจากจุลินทรีย์ที่ย่อยไนเตรตทำงานได้ไม่ดีในอากาศเย็น

นักวิจัยจึงได้ลองเติม โซเดียมอะซิเตต เพื่อเป็นอาหารให้จุลินทรีย์ จุลินทรีย์เติบโตและย่อยไนเตรตได้ดีขึ้น แต่ผลข้างเคียงคือประสิทธิภาพในการดักจับยูเรเนียมลดลง

ดร.มอร์แกน เดสมอ หัวหน้าทีมวิจัย ระบุว่า โครงสร้าง PRB ในอนาคตอาจต้องออกแบบเป็นหลายชั้น โดยให้แต่ละชั้นใช้วัสดุและสภาพแวดล้อมภายในที่เหมาะกับการดักจับสารปนเปื้อนแต่ละชนิด และชี้ว่างานนี้เป็น ก้าวแรกสู่การพัฒนาระบบบำบัดน้ำกึ่งพาสซีฟที่ใช้ได้จริงในเขตอาร์กติกและกึ่งอาร์กติก ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าโรงบำบัดมาตรฐานหลายเท่า

นอกจากเหมืองในแคนาดา เทคโนโลยีนี้ยังสามารถต่อยอดไปใช้ในประเทศอื่นที่มีภูมิอากาศคล้ายกัน เช่น รัสเซีย สแกนดิเนเวีย เป็นต้น

อ่านต่อได้ที่: phys.org

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เปลี่ยนขยะพลาสติก ให้เป็นคุกกี้โปรตีนสูง นวัตกรรมสุดล้ำฉบับ NASA ที่ฟังดูแปลก แต่นี่อาจเป็นอาหารแห่งอนาคต

นักวิจัยเปิดตัว µBites คุกกี้โปรตีนสูงที่เปลี่ยนขยะพลาสติกและซังข้าวโพดให้เป็นอาหาร ผ่านเทคโนโลยียีสต์ดัดแปลงพันธุกรรม ทางรอดใหม่ของ NASA และอาหารแห่งอนาคต...

Responsive image

MIT ดัดแปลงพันธุกรรมแบคทีเรีย ทำหน้าที่สวิตช์รับส่งข้อมูล ปูทางสู่การสร้างเซนเซอร์อัจฉริยะ ที่ช่วยเคลือบใบพืชหน้าแล้ง และ สู้ศัตรูพืช

ทีมวิจัย MIT ดัดแปลงแบคทีเรีย Pantoea agglomerans 5 สายพันธุ์ให้ทำหน้าที่เป็นทรานซิสเตอร์และตัวส่งต่อสัญญาณ พิมพ์ลงบนวุ้นเลี้ยงเชื้อเป็นแผงวงจรมีชีวิตที่คำนวณตรรกะและบวกเลขได้ วงจร...

Responsive image

ไทยจะยืนตรงไหนในสมรภูมิ Net Zero เมื่อสถาบันการเงิน-สตาร์ทอัพ-ภาครัฐ ร่วมกันเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน สรุปจากเวที Earth Jump 2026

ไทยอยู่ตรงไหนในสมรภูมิ Net Zero? สรุปเจาะลึกจากเวที Earth Jump 2026 เมื่อสถาบันการเงิน สตาร์ทอัพ และภาครัฐ ต้องแท็กทีมแก้วิกฤตพลังงาน ผลักดัน Climate Tech เพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืน...